น้ำมันรำข้าว

Rice bran oil / น้ำมันรำข้าว

น้ำมันรำข้าว (rice bran oil) เป็นน้ำมันพืช (vegetable oil) ที่สกัดได้จากรำข้าว (rice bran) น้ำมันรำข้าว คือ น้ำมันพืชที่ผลิตจากน้ำมันรำข้าวดิบ ซึ่งสกัดจากรำข้าว มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินอี ในกลุ่มโทโคฟีรอลประมาณ 19-40% และกลุ่มโทโคไตรอีนอล 51-81% และโอรีซานอล (Oryzanol) ซึ่งสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินอีถึง 6 เท่า มีกรดไขมันอิ่มตัว 18% กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fatty Acid : MUFA) 45% กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fatty Acid : PUFA) 37% น้ำมันรำข้าวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL-C)

ส่วนประกอบของเมล็ดข้าว

รำข้าว

 

ประโยชน์

ประโยชน์นานาชนิด ซึ่งมีอยู่ในเยื่อหุ้มเมล็ดข้าว (Seed Membrane Layer) และจมูกข้าว (Rice Germ) จึงอุดมด้วยสารสำคัญทางธรรมชาติ และมีคุณค่าสูงต่อร่างกายหลายชนิด เช่น

  • กลุ่มสารฟอสโฟไลฟิด (Phospholipids) เช่น เลซิติน (Lecithin) เซฟฟาลิน (Cephalin) ไลโซเลซิติน (Lysolecithin) ซึ่งมีความสำคัญในการนำไปสร้าง และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเซลล์ประสาทสมอง และช่วยป้องกันเซลล์ประสาท จากสารที่เป็นพิษและอนุมูลอิสระต่างๆ ช่วยลดความเครียด และช่วยเสริมสร้างในด้านความจำ
  • กลุ่มเซราไมด์ (Ceramide) ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของชั้นใต้ผิวหนัง ช่วยทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น การเสริมสร้างเซราไมด์ให้เพียงพอ ทั้งโดยการรับประทานหรือการให้ทางผิวหนังในรูปการทาครีม หรือโลชัน จะช่วยรักษาผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่ง ปราศจากริ้วรอยย่นก่อนเวลาอันควร นอกจากนี้เซราไมด์ยังมีคุณสมบัติเป็นไวท์เทนเนอร์ (Whitener) ซึ่งสามารถยับยั้งการสังเคราะห์เมลานิน อันเป็นสาเหตุให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำบนผิวพรรณได้ดี และยังเป็นมอยเจอไรเซอร์ (Moisturizer) ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวอีกด้วย
  • กลุ่มคอลโทคอล (Tocols) วิตามินอีธรรมชาติ ในรูปของโทโคเฟอรอล(Tocopherol) และโทโคไทรอีนอล (Tocotrienol) มีประโยชน์ต่อร่างกายในการสร้าง และซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ของร่างกายและยังช่วยทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง
  • กลุ่มกรดไขมันไลโนเลอิค (Linoleic Acid) หรือโอเมก้า 6 และ กรดไลโนเลอิค (Linoleic Acid) หรือโอเมก้า 3 ที่เป็นกรดไขมันจำเป็น โดยมีอยู่ประมาณ 33%
  • กลุ่มวิตามิน B - Complex ซึ่งช่วยให้การทำงานของระบบประสาทดีขึ้น
  • กลุ่มแกมมา - ออไรซานอล มีฤทธิ์ในการลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ทำให้ลดการตีบตันของหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต และยังมีฤทธิ์ในการลดความเครียด และรักษาอาการผิดปกติของสตรีวัยทอง นอกจากนี้ยังเป็นสารอนุมูลอิสระ และยังป้องกันแสงยูวีได้ เมื่อใช้กินหรือใช้ทา ทำให้ผิวหนังชุ่มชื่นและต้านการอักเสบ สารชนิดนี้มีความปลอดภัยสูงมาก

 

 

เปรียบเทียบกรดไขมัน (fatty acid) ในน้ำมันรำข้ากับน้ำมันพืชชนิดต่างๆ 

Fatty acid (%) น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดฝ้าย
Myristic acid (14:0) 0.2 0 0.2 0.8
Palmitic acid (16:0) 15.0 8.1 10.7 27.3
Stearic acid (18:0) 1.9 1.5 3.9 2.0
Oleic acid (18:1) 42.5 49.9 22.8 18.3
Linoleic acid (18:2) 39.1 35.4 50.8 50.5
Linolenic acid (18:3) 1.1 0 6.8 0
Arachidic acid (20:0) 0.5 1.1 0.2 0.3
Behenic acid (22:0) 0.2 2.1 0.1 0

น้ำมันรำข้าบริสุทธ์ (refined rice bran oil) ที่มีคุณภาพดีต้องมี

  • กรดไขมันอิสระ ( free fatty acid) ไม่เกิด 0.1%
  • Peroxide value =  1.0 meq/kg,
  • ความชื้น (moisture content) ไม่เกิน 0.05%
  • Iodine value  =  99-108
  • Saponification value = 180-195
  • Lovibond color value = 3.5 R

น้ำมันรำข้าว

น้ำมันรำข้าวมีประโยชน์ในการลดไขมันในเลือด เสริมภูมิคุ้มกัน ลดการเกิดมะเร็งบางชนิด ลดน้ำหนัก ลดอาการวัยทอง ลดการเกิดภูมิแพ้ ป้องกันโรคหัวใจ

ประโยชน์ของน้ำมันรำข้าว

การป้องกันอาการวัยทอง

จากงานวิจัยพบว่าร้อยละ90ผู้ป่วยวัยทองเมื่อใช้น้ำมัรำขาวจะมีอาการร้อนตามตัวลดลง

ลดระดับคอเลสเตอร์รอล

องค์การอนามัยโลกและสมาคมโรคหัวใจของอเมริกาแจงว่าส่วนประของกรดไขมันในน้ำมันรำข้าวจะประกอบไปด้วย ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน และไขมันอิ่มตัวมีอัตราส่วนเหมาะสมซึ่งจะทำให้ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

อาจจะป้องกันมะเร็ง

มีการศึกษาว่าน้ำมันรำข้าวจะมีฤทยับยังยั้งการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม

ชลอวัย

วิตามินอีในน้ำมันรำข้าวจะมีผลต่อสุขภาพผิวหนังโดยลดสารอนุมูลอิสระที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย นอกจากนั้นยังทำให้แผลหายเร็ว ลดรอยย่น ผิวเรียบมากขึ้น

ป้องกันภูมิแพ้

น้ำมันรำข้าวเป็นน้ำมันที่แพ้น้อย และยังลดอาการแพ้จากสารภูมิแพ้อื่นๆ