น้ำมันหมู

ไขมันที่ได้จากสัตว์จะมีไขมันที่แตกต่างกัน สัตว์ที่เลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติ เช่นธัญพืชจะมีไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง แต่สัตว์ที่เลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปจะมีไขมันอิ่มตัวและไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวสูง

น้ำมันหมู

ดังนั้นหากจะรับประทานไขมันจากสัตว์ควรจะเลือกจากสัตว์ที่เลี้ยงตามธรรมชาติ ซึ่งมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน(หลายตำแหน่ง)

น้ำมันหมู

  • เป็น้ำมันที่ได้จากไขมันของหมู
  • เหมาะสำหรับการทอดที่ใช้ความร้อนสูง

ปริมาณของไขมันในน้ำมันหมู(100กรัม)

  • ปริมาณไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว(ตำแหน่งเดียว)(45.1 g ) 45.1% ส่วนใหญ่เป็นกรดโอเลอิก(41.2 g of Oleic Acid ) ซึ่งมีผลดีต่อหัวใจและหลอดเลือด สามารถลดไขมันเลว LDL
  • ปริมาณไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน(หลายตำแหน่ง)(11.2 g )11.2% โดย่เป็น omega-3 fatty acids( alfa-linolenic Acid (ALA) Linoleic acid (LA)) 1 กรัม และเป็น omega-6 fatty acidsปริมาณ 10.2 g สัดส่วนระหว่าง omega-6 fatty acids ต่อ omega-3 fatty acids เท่ากับ10.2
  • ปริมาณไขมันอิ่มตัว 39.2% โดยเป็นไขมันที่มีคาร์บอน16 อะตอม(Palmitic acid)ปริมาณ 23.8 กรัม และไขมันที่มีคาร์บอน18อะตอม( Stearic acid) ปริมาณ 13.5 กรัม
  • ไม่มีไขมันทรานส์
  • ปริมาณคอเลสเตอรอล 95 mg

คุณค่าทางอาหารของน้ำมันหมู 1 ช้อนโต๊ะ

Lard: Basic Nutrition Profile
พลังงาน/สารอาหาร 1 ช้อนโต๊ะ
พลังงาน 115 kcal
แป้ง 0 g
ไขมัน 12.8 g
ไขมันอิ่มตัว  5.0 g
ไขมันไม่อิ่มเชิงเดี่ยว  5.8 g
ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน  1.4 g
   Omega-3 128 mg
   Omega-6 1300 mg
Protein 0 g

อัตราส่วนไขมัน

  • ไขมันอิ่มตัว: 41%
  • ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว: 47.5%
  • ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน: 11.5%

เหตุผลที่ควรจะใช้น้ำมันหมู

  1. น้ำมันหมูทนความร้อนได้ดี มีการทดลองนำน้ำมันหมูเปรียบเทียบกับน้ำมันพืช 4 ชนดที่อุณหภูมิ 25°C และ 200°C ผลปรากฎว่า
  • น้ำมันหมูจะเกิดสารที่เป็นอันตรายน้อยกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่น
  • น้ำมันหมูจะเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่ออุณหภูมิ 150 องศา และเกิดอย่างช้าๆ ในขณะที่น้ำมันพืชชนิดอื่นจะเกิดอย่างรวดเร็วแม้ว่าอุณหภูมิจะไม่สูง
  • ที่อุณหภูมิ 200 องศาน้ำมันหมู่ก็ยังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ ในขณะที่น้ำมันอื่นมีการสลายและเกิดการ oxidation

เนื่องจากน้ำมันหมูมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนน้อยกว่าน้ำมันพืช ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนจะถูก oxidation ได้ง่ายเมื่อถูกความร้อนและเกิดอนุมูลอิสระซึ่งจะเกิดการทำลายเซลล์

  1. มีปริมาณไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนหรือหลายตำแหน่งน้อยทำให้เกิดการ oxidation นอกจากนั้นยังมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูงซึ่งเป็นไขมันที่ป้องกันโรคหัวใจ
  2. น้ำมันหมูที่ได้จากหมูที่เลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติจะอุดมไปด้วยวิตามิน K2 และวิตามิน ดี โดยเฉพาะหมูที่ถูกแดดจะมีวิตามินสูง9เท่า
  3. น้ำมันหมูเป็นแหล่งให้คอเลสเตอรอลเพราะจะมีปริมาณคอเลสเตอรอล 95 mg
  4. น้ำมันหมูไม่มีไขมันทรานส์
  5. น้ำมันหมูไม่มีกลิ่นจึงนำมาปรุงอาหารได้

การใช้น้ำมันหมูอย่างปลอดภัย

  • แนะนำใช้น้ำมันหมูที่ไม่ผ่านขบวนการผลิต น้ำมันหมูธรรมชาติจะมีไขมันไม่อิ่มเชิงเดี่ยวร้อยละ60และส่วนใหญ่เป็นกรดโอเลอิกซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่พบในน้ำมันมะกอก ไขมันนี้จะป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ลดไขมันเลว
  • จะต้องรับประทานอาหารให้สมดุล ลดไขมันอิ่มตัวต้องลดแป้งและทดแทนไขมันอิ่มตัวด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนหรือไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว
  • แนะนำให้รับประทานไขมันไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา
  • น้ำมันหมูทนความร้อนได้ดีจึงใช้ทอดได้
  • สำหรับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงจะต้องตรวจไขมันในเลือดเป็นระยะ
  • สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดควรปรึกษาแพทย์

เพิ่มเพื่อน

 

 

https://theconsciouslife.com/foods/lard-04002.htm