รับประทานเนยทำให้เกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้นหรือไม่

วิธีการทำเนย

เนยก็คือครีมหรือไขมันที่อยู่ในน้ำนม น้ำนมที่มาทำเนยอาจจะเป็นนมวัวนมแพะ นมวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้า สมัยก่อนการทำเนยทำโดยการนำนมตั้งทิ้งไว้ไขมันในนมซึ่งเบากวาน้ำนมจะลอยขึ้นมา ปัจจุบันใช้การปั่นการทำเนยจะนำเอาครีมมาปั่นทำให้ไขมันจับตัวกันเป็นเนย และเหลือน้ำนมที่เรียกว่า buttermilk เนยมีหลายชนิดเช่น เนยที่ใส่เกลือ ไม่ใส่เกลือ เนยที่ทำจากนมวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้า

เนยทำมาจากนมสดโดยการแยกเอาไขมันของน้ำนมมาแช่เย็น ก่อนหน้านี้มีความเชื่อว่าการรับประทานเนยจะทำให้ไขมันในเลือดสูง และเป้นต้นเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจ แต่ จากการศึกษายังไม่มีหลักมากเพียงพอ นอกจากนั้นการศึกษาใหม่ บ่งชี้ว่าเนยน่าจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ โดยมีเหตุผลดังนี้

คุณค่าทางอาหารของเนย

เนยปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ (14 grams)จะมีคุณค่าทางอาหารดังนี้

  • แคลอรี่: 102
  • น้ำ: 16%
  • โปรตีน: 0.12 กรัม
  • แป้ง: 0.01 กรัม
  • น้ำตาล: 0.01 กรัม
  • ใยอาหาร: 0 กรัม
  • ไขมัน: 11.52 กรัม
    • ไขมันอิ่มตัว Saturated: 7.29 กรัม คิดเป็นร้อยละ 63
    • ไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว Monounsaturated: 2.99 กรัม คิดเป็นร้อยละ 26
    • ไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง Polyunsaturated: 0.43 กรัม คิดเป็นร้อยละ 4
    • ไขมันทรานส์Trans: 0.47 กรัม

แม้ว่าเนยจะมีปริมาณไขมันอิ่มตัวในปริมาณที่ค่อนข้างสูง แต่จากการศึกษาล่าสุดพบว่าการรับประทานเนยไม่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจ ล่าสุดได้มีการแนะนำให้รับประทานไขมันอิ่มตัวไม่เกินร้อยละ10 โดยรับประทานไขมันอิ่มอิ่มตัวหลายตำแหน่งเพิ่ม

ไขมันในเนยเป็นไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

เนยมีไขมันอิ่มตัวที่มีประโยชน์

เนยมีไขมันอิ่มตัวชนิดโว่สั้นและความยาวปานกลาง ไขมันนี้จะช่วยลดน้ำหนัก เพิ่มไขมันชนิดดีคือ ไขมัน HDL นอกจากนั้นไขมั LDL ที่เพิ่มก็เป็นไขมัที่มีขนาดใหญ่ซึ่งไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ

เนยเป็นแหล่งกรดไขมัน Butyrate

จากการทดลองพบว่ากรดไขมัน Butyrate จะป้องกันการเพิ่มของน้ำหนักในหนูทดลอง กรดไขมันนี้จะทำให้เบื่ออาหารและเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน และยังทำให้ไขมัน triglyceride และ insulin ลดลง สำหรับในคนพบว่ากรดไขมันนี้จะมีฤทธิ์ต้านการอักเสบโดยเฉพาะในลำไส้ทำให้ดูดซึมน้ำและเกลือแร่เป็นปกติ นอกจากนั้นยังลดอาการปวดท้อง แน่นท้อง ทัองผูก และถ่ายเหลวในโรคคลำไส้แปรปรวน ในสัตว์ทดลองพบว่าไขมัน Butyrate จะเพิ่มการตอบสนองของร่างกายต่ออินซูลิน

เนยอุดมไปด้วย Conjugated Linoleic Acid ( CLA )

กรดไขมัน Conjugated Linoleic Acid ( CLA ) จะมีฤทธิ์ป้องกันมะเร็งจากการทดลองพบว่ากรดไขมันนี้จะลดการโตของเซลล์มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งต่อมลุกหมาก มะเร็งตับ และลดปริมาณไขมันในร่างกาย และได้ถูกนำมาจำหน่ายเพื่อลดน้ำหนัก

เนยอุดมไปด้วยวิตามินที่ละลายในไขมัน

เนย หนึ่งช้อนโต๊ะมีตามิน่

  • Vitamin A พบปริมาณมากในเนยโดยพบว่าเนยหนึ่งช้อนโต๊ะ(14กรัม)จะมีวิตามินเอถึง 11 %ของที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน
  • Vitamin D เนยเป็นแหล่งที่มีวิตามินดีซึ่งจะทำให้การดูดซึมแคลเซี่ยมดีขึ้น
  • Vitamin E เป็นวิตามินที่ต้านสารอนุมูลอิสระ 
  • Vitamin B12 หรือที่เรียกว่า cobalamin วิตามินนี้พบเฉพาะในสัตว์เช่น เนื้อสัตว์ ไข่
  • Vitamin K2 หรือ menaquinone จะลดการเกิดโรคหัวใจและกระดูกพรุน พบว่าที่เลี้ยงด้วยหญ้าจะมีวิตามินชนิดนี้สูงกว่าวัวที่เลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูป

มีกรด amino acid ที่จำเป็นสำหรับร่างกาย

เนยมีกรอ amino acid เช่น lauric acid ซึ่งจะป้องกันการติดเชื้อรา candida มีสาร lecithin ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญคอเรสเตอรอล

การรับประทานเนยจะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจต่ำกว่าการรับประทานมาการีน

จากการศึกษาพบว่าการรับประทานมาการีนจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนั้นยังศึกษาพบว่าการรับประทานผลิตภัณฑ์ของนมจะไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และยังอาจจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

เนยช่วยลดน้ำหนัก

เมื่อต้องการลดน้ำหนักจะได้รับคำแนะนำว่าให้รับประทานอาหารไขมันต่ำ แต่จากข้อเท็จของการศึกษาเมื่อปี คศ2012 พบว่าเมื่อรับประทานอาหารผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันสูง(รับประทานตามหลักโภขนาการ) พบว่าช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคทาง metabolic และไม่ทำให้เกิดน้ำหนักเกิน

การรับประทานเนยในปริมาณที่พอเหมาะจะเป็นผลดีต่อสุขภาพ หากรับประทานมากเกินไปก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

เนยที่ทำจากนมวัวที่เลี้ยงด็วยหญ้าดีกว่าเนยที่ทำจากนมวัวที่เลี้ยงด้วยอาหารเม็ดหรือไม่

นมวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้าจะมีสารอาหารมากกว่านมวัวที่เลี้ยงด้วยอาหารเม็ดโดยเฉพาะ  omega-3 fatty acids , CLA และ carotenoids and tocopherols

เพิ่มเพื่อน