การเผาผลาญไขมัน Fat metabolism

ตามหลักโภชนาการเราควรจะรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ซึ่งประกอบไปด้วย แป้ง โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ และวิตามิน ไขมันมีความสำคัญสำหรับชีวิต เป็นส่วนประกอบของcell membrance ฮอร์ดมนต่างๆ เอนไซม์ต่างๆ และยังให้พลังงานแก่ร่างกาย

ไขมันที่เรารับประทานประกอบไปด้วยโมเลกุลสองชนิดใหญ่ๆคือ  glycerol หรือ triglyceride และกรดไขมัน  fatty acids กรดไขมันจะประกอบด้วยธาตุคาร์บอนเชื่อมต่อกันเป็นแนวยาวซึ่งจะเชื่อมต่อกันด้วย single bonds (-C-C-) และมีบางส่วนที่เชื่อต่อกันด้วย  double bonds (-C=C-)

  • ไขมันอิ่มตัวหรือ  saturated fat เป็นไขมันที่ธาตุคาร์บอนเชื่อมต่อกันด้วย  single bonds ทั้งหมด
  • ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว Monounsaturated fat เป็นไขมันที่ธาตุคาร์บอนเชื่อมต่อกันด้วย Double bonds เพียงตำแหน่งเดียว
  • กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน Polyunsaturated fat เป็นไขมันที่ธาตุคาร์บอนเชื่อมต่อกันด้วย Double bonds หลายตำแหน่ง

อ่านเรื่องกรดไขมัน

ไขมันที่เรารับประทานจะมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ glycerol หรือ triglyceride และกรดไขมันซึ่งมีอยู่ด้วยกันรายชนิด อ่านกรดไขมัน

กลไกการเกิดไขมันในเลือด

การเผาผลาญแบ่งออกเป็น Exogenous pathway Endogenous pathway และ reverse cholesterol transport.

lipoproteine

Exogenous pathway

อาหารไขมันที่ย่อยแล้วจะถูกดูดซึมเข้าสู่น้ำเหลืองชื่อ chylomicrons ซึ่งประกอบไปด้วย ไตร์กลีเซอร์ไรด์ Triglyceride (TG)และคอเลสเตอรอล (Cholesterol) chylomicrons เมื่อเข้ากระแสเลือดจะถูกเซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ไขมันจับเอา ไตร์กลีเซอร์ไรด์ Triglyceride ไว้ ส่วยของ chylomicrons ที่เหลือจะจับกันเป็น lipoproteins ชนิดต่างๆเช่น HDL และอนุภาคที่เหลือของ chylomicron ที่เหลือจะถูกนำออกจากพลาสม่าโดยตับ

Endogenous pathway

ตับสังเคราะห์ lipoproteins โดยมีTG และคอเลสเตอรอลเอสเตอร Cholestero ester เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในรูป VLDLเข้าสู่การไหลเวียนของกระแสโลหิต VLDL จะถูกเอสไซม์ที่ชื่อ Lipoproteine lipase (LPL )ในเนื้อเยื่อย่อยทำให้ปล่อยกรดไขมัน fatty acid และ กลีเซอรอล glycerol กรดไขมันจะถูกเซลล์กล้ามเนื้อไปใช้สำหรับเป็นพลังงาน ส่วนเซลล์ไขมันจะสะสมกรดไขมันเพื่อจัดเก็บ VLDL ส่วนที่เหลือเรียกว่า VLDL remnant ซึ่งส่วนใหญ่ของ VLDL remnant จะเข้าสู่ตับ ส่วนของ VLDL ที่เหลือในกระแสโลหิตจะเป็น IDL ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าและหนาแน่กว่า IDL บางส่วนจะถูกดูดซึมเข้าตับ และบางส่วนสลายกลายเป็นไขมัน LDL ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า VLDL

ส่วนประกอบของ LDL ส่วนใหญ่คือ Cholesterol ร่างกายจะใช้คอเลสเตอรอลในการสร้าง cell membrance และฮอร์โมนต่างๆ LDL ส่วนใหญ่จะถูกกำจัดโดยตับ ส่วนน้อยจะถูกกำจัดในระดับเซลล์ซึ่งจะทำให้เซลล์นั้นมีไขมันคอเลสเตอรอลสะสม

Endogenous lipid metabolism

Lipoproteins

จะถูกสังเคราะในตับ Lipoproteins จะนำเอา Triglyceride และ cholesterol ในตับออกสู่กระแสโลหิต เมื่อ Triglyceride และ cholesterol ถูกเนื้อเยื่อต่างๆนำไปใช้ Lipoproteins ก็จะไหลเวียนกลับสู่ตับ หากมีการสร้าง Lipoproteins ก็จะทำให้ไขมัน Triglyceride และ cholesterol ในเลือดสูง

ไขมัน

Very-low-density lipoproteins (VLDL)

ถูกสังเคราะห์ที่ตับประกอบไปด้วย apoprotein B-100 (apo B) จำนำ TGs และ cholesterol ไปยังเนื้อเยื่อ เมื่อมีภาวะที่ กรดไขมันในตับสูงเนื่องจากการรับประทานอาหารไขมันมาก หรือจากกรดไขมันที่หลั่งออกมาจากเนื้อเยื่อ ร่างกายจะสร้าง VLDL เพิ่มเพื่อนำกรดไขมันไปยังเนื้อเยื่อ

Intermediate-density lipoproteins (IDL)

เมื่อ VLDL และ chylomicrons ไปถึงเนื้อเยื่อและมีการนำเอา Tgs cholesterol ไปบางส่วน ส่วนของ VLDL ที่เหลือคือ Intermediate-density lipoproteins (IDL) ซึ่งจะมีCholesterolเป็นส่วนใหญ่ และจะถูกทำลายที่ตับ หรือกลายเป็น LDL

Low-density lipoproteins (LDL)

>ขบวนการย่อยสลาย VLDL และ IDL จะได้ Low-density lipoproteins (LDL) ซึ่งมี cholesterol สูง ร้อย 40-60 ของ LDLจะสลายที่ตับ ส่วนที่เหลือจะถูกทำลายที่เนื้อเยื่อดดยเฉพาะเซลล์ macrophages วึ่งหากสะสมปริมาณมากโดยเฉพาะที่ผนังหลอดเลือดก็จะเกิดครอบทำให้หลอดเลือดตีบหรือหลอดเลือดแข็ง การสลายของ LDL จะเพิ่มขึ้นหากรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ หากรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงการสลายของ LDL ก็จะลดลง

High-density lipoproteins (HDL) 

High-density lipoproteins (HDL) หรือไขมันดีถูกสร้างที่เซลล์ผนังลำไส้ และที่ตับทำหน้าที่นำคอเลสเตอรอลจากเนื้อเยื่อ ไปยังเนื้อเยื่อที่ต้องการใช้ และพาไปที่ตับเพื่อสลาย

Reverse cholesterol transport

เป็นกลไกในการนำคอเลสเตอรอลออกจากเนื้อเยื่อหรือเซลล์ต่างไไปทำลายที่ตับ โดยมี HDL cholesterol ซึ่งเป็น lipoprotein จะนำเอาคอเลสเตอรอลจากเนื้อเยื่อต่างๆเข้าสู่ตับเพื่อทำลาย

เรื่องความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดจะพบว่า HDL cholesterol จะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือด ในขณะที่ cholesterol จาก VLDL, IDL, LDL, remnant ทั้งหลายจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดตีบไขมันคอเลสเตอรอลเหล่านี้เรียก NON-HDL Cholesterol ซึ่งจะมีค่าเท่ากับไขมันปริมาณ Cholesterol ลบ ด้วย HDL cholesterol