ยาที่ใช้รักษาโรคหัวใจ


 

ยารักษาโรคหัวใจวายจะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น หอบเหนื่อยลดลง บวมลดลง ผู้ป่วยสามารถทำงานได้ ออกกำลังได้ และการรักษาอาจจะช่วยชะลอการเสื่อมของหัวใจ ยาที่ใช้มีด้วยกันหลายชนิด ท่านอาจจะได้รับยามากกว่า 1 ชนิด แพทย์จะใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อปรับยาที่เหมาะให้กับท่าน ควรปรึกษาแพทย์ หากเกิดปัญหาระหว่างรักษาไม่ควรหยุดยาเอง

ข้อแนะนำในการกินยา

  • หากมีอาการข้างเคียงของยา โปรดแจ้งแพทย์เพื่อปรับขนาดหรือเปลี่ยนยา อย่าหยุดยาเอง
  • เพื่อลดอันตรายที่เกิดจากปฏิกิริยาของยา ต้องแจ้งแพทย์ถึงยาทุกชนิดที่รับประทานอยู่
  • หากแพทย์จ่ายยามากกว่าหนึ่งชนิดต้องถามแพทย์ว่า จะเกิดผลเสียหรือไม่
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ทั้งขนาดและเวลา
  • ถ้าหากได้รับยาขับปัสสาวะต้องถามแพทย์ถึงเวลาที่รับประทาน และต้องรับเกลือโปแตสเซียมเสริมหรือไม่
  • ยาที่มีทั้งผลิตในประเทศและผลิตต่างประเทศ ต้องถามแพทย์ว่าควรจะได้ยาชนิดไหนดี

ยากลุ่ม ACE inhibitors

(Angiotensin Converting Enzyme Inhibitors)

ได้แก่ยา captopril ,enalapril , ramipril , lisinopril ,  quinapril , fosinopril, benazepril, moexipril ยากลุ่มนี้จะเป็นยาชนิดแรก ที่แพทย์จะเลือกใช้ในการรักษาโรคหัวใจวาย
 ยาจะขยายหลอดเลือดแดงทำให้ความดันลดลง เลือดไหลเวียนดีขึ้น ลดการทำงานของหัวใจ และมีรายงานว่าสามารถทำให้อาการหัวใจวายดีขึ้น ข้อเสียของยาอาจจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการไอ บางรายความดันต่ำ มีผื่น เกลือแร่โปรแตสเซียมสูง ไตเสื่อม หากท่านมีปัญหาเรื่องยาราคาแพง โปรดปรึกษากับแพทย์ เพราะราคายามีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก แต่ประสิทธิภาพของยาไม่แตกต่างกัน



ยากลุ่ม ARB

Angiotensin Receptor Blocker

เป็นยาที่ออกฤทธิ์คล้ายกับ ACE inhibitors แต่ผลข้างเคียงเรื่องการไอน้อยกว่าแต่ประสิทธิภาพในการรักษาเรื่องโรคหัวใจวายน้อยกว่า ACE inhibitors ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ valsartan cadesartan irbesartan telmesartan lorsartan

ยาขับปัสสาวะ Diuretics

ยาขับปัสสาวะจะเร่งให้ไตขับน้ำและเกลือออกจากร่างกายได้แก่ยา hydrochlorothiazide , chlorothiazide , furosemide ,bumetanide , spironolactone , triamterene , metolazone , combination agents (Dyazide) ยาขับปัสสาวะจะขับน้ำและเกลือส่วนเกินออกจากร่างกายทำให้หายเหนื่อยและลดบวม เนื่องจากยานี้จะขับโพแทสเซี่ยมออกจากร่างกาย ดังนั้นต้องรับประทานอาหารที่มีโพแทสเซี่ยมสูง ผลข้างเคียงของยา อาจจะทำให้เกิดตะคริวที่ขา มึนงง น้ำตาลในเลือดสูง

ยากลุ่มปิดกั้นเบต้า

Beta blockers

ผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจวายมักจะมีการเต้นของหัวใจที่เร็ว แต่บางครั้งอาจจะเร็วเกิดไปทำให้เลือดที่ออกจากหัวใจเมื่อหัวใจบีบแต่ละครั้งมีน้อย ยานี้จะลดความดันโลหิต ลดการเต้นของหัวใจจะป้องการเต้นผิดปกติของหัวใจ ทำให้เลือดออกจากหัวใจได้มากขึ้น เนื่องจากยานี้จะกดการทำงานของหัวใจจึงไม่ควรใช้ยานี้เอง หรือปรับขนาดยาด้วยตัวเองเพราะอาจจะทำให้เกิดหัวใจวายเพิ่มขึ้น บางรายเป็นมากจนน้ำท่วมปอด ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ Atenolol Propanolol Metoprolol Bisoprolol

ยา Digoxin

เป็นยาที่ใช้มานานช่วยทำให้การบีบตัวของหัวใจดีขึ้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีหัวใจวายชนิดรุนแรง และมีการเต้นของหัวใจผิดปกติ ข้อควรระวังเมื่อใช้ยาตัวนี้คือ หากเกิดอาการคลื่นไส้ หรือหน้ามืดจะเป็นลมต้องแจ้งแพทย์เพราะอาจจะเกิดอาการเป็นพิษจากยา

ยา Coumadin

เป็นยาละลายลิ่มเลือดป้องกันการเกิดลิ่มเลือด เนื่องจากผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจวายรุนแรงจะเกิดลิ่มเลือดในหัวใจ เพราะหัวใจวายรุนแรงไม่สามารถบีบเลือดออกจากหัวใจหมด จึงเกิดการค้างของเลือดในหัวใจทำให้เกิดลิ่มเลือด หากลิ่มเลือดนี้หลุดลอยเข้ากระแสเลือดไปอุดตามอวัยวะต่างๆก็จะเกิดอาการขึ้น เช่น อัมพาต เส้นเลือดขาตีบ ดังนั้นผู้ป่วยที่หัวใจวายรุนแรง หรือผู้ที่ได้รับการตรวจคลื่นเสียงหัวใจแล้วพบลิ่มเลือดจะต้องได้รับยานี้ ข้อควรระวังเนื่องจากผลข้างเคียงของยาตัวนี้เมื่อเกิดจะอันตราย ดังนั้นระหว่างใช้ยานี้ไม่ควรรับประทานยาชนิดอื่น หรือสมุนไพร ก่อนที่จะปรึกษาแพทย์ และควรที่จะไปตรวจตามนัดโดยเคร่งครัด

Aspirin

สำหรับผู้ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ แพทย์จะสั่งยานี้เพื่อป้องกันมิให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ยานี้อาจจะระคายกระเพาะ

Spironolactone

เป็นยาขับปัสสาวะชนิดหนึ่ง แต่แตกต่างจากยาขับปัสสาวะชนิดอื่นที่ทำให้เกิดการสูญเสียโปแตสเซียมน้อย

Vasodilator

คือยาขยายหลอดเลือดเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการหัวใจวายเป็นมาก เช่นยา  prazocine hydralazine mophine

Statin

เป็นยาลดไขมันแพทย์จะจ่ายนี้ให้แก่ผู้ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและมีอาการของโรคหัวใจวาย

ผลข้างเคียงของยารักษาหัวใจ

ยารักษาโรคหัวใจกลุ่ม ACE inhibitors อาจจะทำให้ความดันโลหิตลดลงและทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนเวียนศีรษะ ยา Digoxin อาจจะทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ ส่วนยาขับปัสสาวะที่ขับน้ำและเกลือแร่จะทำให้เกลือโปแตสเซียมในเลือดต่ำ หากท่านมีอาการไอเมื่อซื้อยาแก้ไอจากร้านขายยารับประทานเองต้องระวังเพราะมีตัวยาบางชนิดที่ทำให้หัวใจทำงานเพิ่ม ยาแก้ปวดกลุ่ม Aspirin อาจจะทำให้เกิดอาการบวม เลือดไปเลี้ยงไตไม่พอและไตเสื่อม

การผ่าตัด

การรักษาโรคหัวใจโดยมากใช้การรักษาทางยาแต่ถ้าหากพบว่ามีความผิดปกติในแง่โครงสร้างการผ่าตัดก็จะมีบทบาทในการแก้ไข วิธีการผ่าตัดมีดังนี้

การผ่าตัดแก้ไขลิ้นหัวใจ

ผู้ป่วยโรคหัวใจวายที่เกิดจากความผิดปกติของลิ้นหัวใจเช่น ลิ้นหัวใจตีบหรือลิ้นหัวใจรั่ว การรักษาก็มีตั้งแต่การถ่างลิ้นหัวใจ การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเป็นต้น หลังการเปลี่ยนลิ้นหัวใจก็ต้องได้รับยาป้องกันเลือดแข็งตัว

การขยายหลอดเลือดหัวใจ Angioplastyการบอลลูนและใส่ Stent

โรคหัวใจวายอาจจะเกิดจากเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจตีบ การถ่างหลอดเลือดหัวใจด้วย balloon ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจดีขึ้นหัวใจก็ทำงานดีขึ้น หลังจากขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนแล้ว ยังใส่ใยสังเคราะห์เพื่อขยายหลอดเลือดที่เรียกว่า Stent อ่านการฉีดสีและขยายหลอดเลือดหัวใจ

การผ่าตัดCoronary artery bypass

หากเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบหลายเส้น หรือตีบเส้นใหญ่แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดเปลี่ยนเส้นเลือด โดยอาจจะเอาเส้นเลือดที่เท้าหรือเส้นเลือดในทรวงอกใส่แทนเส้นเดิม อ่านการผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ

การผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ

หากอาการหัวใจวายเกิดจากการเต้นของหัวใจผิดปกติ การฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจก็สามารถแก้ปัญหาหัวใจวาย

การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ

จะทำในรายที่กล้ามเนื้อหัวใจเสียหายอย่างมาก หัวใจจะได้จากการบริจาคจากผู้ป่วยที่สมองตาย

การรักษาโรคหัวใจวาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม