ยาลดความดันโลหิต Ramipril

ยานี้จะไปลดสารเคมีบางชนิดที่ทำให้หลอดเลือดหดตัว จึงทำให้หลอดเลือดคลายตัวทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น จึงใช้ในการลดความดันโลหิต และภาวะหัวใจวาย

ข้อบ่งชี้ในการใช้ยา

  1. ความดันโลหิตสูง
  2. โรคหัวใจล้มเหลว
  3. ป้องกันโรคหัวใจ

ขนาดยา Ramipril ที่ใช้

การรับประทานยาต้องรับประทานตามแพทย์สั่ง โดยทั่วไปรับประทานวันละ 1 หรือ 2 ครั้ง เมื่อท้องว่าง (1 ชั่วโมงก่อนอาหาร หรือ 2 ชั่วโมง หลังอาหาร) เนื่องจากโรคเหล่านี้เป็นโรคเรื้อรัง รักษาไม่หายขาด จึงควรรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ อย่าหยุดยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจทำให้โรครุนแรงกว่าเดิม ยานี้มีขายในรุปยาเม็ดขนาด 1.25, 2.5 และ 5 มก.

ความดันโลหิตสูง

  • ให้เริ่มต้นวันละ 1.25 มก ก่อนนอน ขนาดที่ใช้วันละ 2.5-5 มกวันละครั้งอาจจะเพิ่มถึงวันละ 10 มก

หัวใจวาย

  • เริ่มต้นให้ 1.25 มกต่อวันขนาดเต็มที่ 10 มก ต่อวัน หากขนาดยามากกว่า 2.5 มก ให้แบ่งให้วันละ 2 ครั้ง

สำหรับป้องกันหัวใจ

  • เริ่มต้นให้ 2.5 มก วันละ 2 ครั้งโดยให้หลังจากเกิดโรคหัวใจแล้ว 3-10 วันหลังจากนั้นอีก 2 วันเพิ่มเป็น 5 มก วันละ 2 ครั้ง

ผู้ป่วยโรคตับเริ่มให้วันละ 1.25 มก

ผู้ป่วยที่ไตเสื่อมขนาดจะแปลตามการทำงานของไต

CrCl (ml/min) ขนาดยาที่แนะนำ
10-30 Initiate with 1.25 mg once daily. Max dose: 5 mg daily.
<10 Initiate with 1.25 mg once daily. Max dose: 2.5 mg daily.

ข้อห้ามในการใช้ยา Ramipril

เหมือนกับยาในกลุ่ม ACE inhibitor

คำแนะ

  • ควรพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินผลการรักษา และอาจจำเป็นต้องปรับขนาดยา
  • ปฏิบัติตนตามแพทย์แนะนำ เช่น ลดอาหารที่มีรสเค็ม ไขมันสูง และควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ข้อควรระวังในการใช้ยา Ramipril

  • ไตเสื่อม
  • ภาวะขาดน้ำ
  • เกลือโพแทสเซี่ยมในเลือดสูง
  • โรคลิ้นหัวใจตีบ
  • ระวังความดันโลหิตจะต่ำระหว่างผ่าตัด
  • จะต้องติดตามการทำงานของไต และเกลือแร่ในระหว่างการรักษา
  • ใช้อย่างระมัระวังในผู้ป่วยหลอดเลือดแดงตีบ
  • จะต้องติดตาม CBC สำหรับผู้ป่วยที่แพ้ภูมิ

ผลข้างเคียงของยา Ramipril

  • พบไม่บ่อย มีอาการเวียนศีรษะ มึนงง ปวดศีรษะ อาจพบได้ในช่วงแรกที่ใช้ยา และไม่ควรขับรถหรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล
  • หากมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก เป็นลม เจ็บคอ มีผื่น มือเท้าบวม หรือชา ตัวเหลือง หรือตาเหลือง ให้พบแพทย์

การปฏิบัติตัว

  • ควรบอกแพทย์หากตั้งครรภ์ หรืออยู่ในระยะให้นมบุตร
  • แจ้งแพทย์ว่าเป็นโรคไต หรือโรคประจำตัวอื่น
  • ควรหลีกเลี่ยงการดื่มสุรา
  • หลีกเลี่ยงแดดจัดหรือร้อนจัด เพราะอาจทำให้อาการเวียนศีรษะ มึนงง เป็นมากขึ้น
  • แจ้งแพทย์ว่ากำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาเสริมโพแทสเซียม ยาขับปัสสาวะชนิดสงวนโพแทสเซียม ยาแก้ปวดข้อ หรือยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ยาลดความดันโลหิตหรือยารักษาโรคหัวใจอื่น ๆ เป็นต้น

ความปลอดภัยของยานี้ในสตรีมีครรภ์

  • สำหรับสตรีมีครรภ์ ยานี้จัดอยู่ในประเภท C (ในระยะตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก)
  • ประเภท D (ในระยะตั้งครรภ์ 4-9 เดือน)

Captopril | Enalapril | Lisinopril | Perindopril | Ramipril |



fb google