siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

"กินอย่างไร" สำคัญพอๆ กับ "กินอะไร": 10 กลยุทธ์ปรับพฤติกรรม กู้คืนน้ำตาลให้คงที่

สวัสดีครับ หลายท่านพยายามเลือกอาหารที่ดีแล้ว แต่น้ำตาลหลังอาหารยังพุ่งสูง (Sugar Spike) นั่นอาจเป็นเพราะเราติด "กับดักพฤติกรรม" บางอย่าง วันนี้หมอจะมาชวนเจาะลึก 10 พฤติกรรมที่ต้องปรับเพื่อให้ยาทำงานได้ผลดีที่สุดครับ

🛑 กลุ่มที่ 1: พฤติกรรมในมื้ออาหาร (Eating Habits)

1. ลำดับการกิน (Food Sequencing): เคล็ดลับสลับจาน

2. "มื้อเช้าหนักแป้งและน้ำตาล...ยิ่งกินยิ่งหิว"

3. กินเร็ว...สมองตามไม่ทัน

4. การใช้ "สติ" ในการกิน (Mindful Eating)


🛑 กลุ่มที่ 2: กับดักความเคยชิน (Habitual Traps)

5. "ไม่กินข้าว...แต่กินอย่างอื่นแทน"

6. เสียดายของเหลือ

7. "ของหวานต่อท้าย...ซ้ำเติมมื้ออาหาร"

8. "ของโปรด...กินไม่ยั้ง"


🛑 กลุ่มที่ 3: จังหวะเวลาและกิจกรรม (Timing & Activity)

9. กินจุบจิบ...เพราะเบื่อหรือเครียด

10. กินดึกแล้วนอนทันที (The Night Hazard)


👨‍⚕️ สรุปจากหมอ

พฤติกรรมเล็กๆ เหล่านี้คือ "รูรั่ว" ที่ทำให้ยาไม่ได้ผลครับ ลองปรับทีละนิด สร้างนิสัยใหม่ที่ยั่งยืน แล้วค่าน้ำตาลของคุณจะดีขึ้นอย่างแน่นอนครับ

iuui

"กินอย่างไร" สำคัญพอๆ กับ "กินอะไร": 10 กลยุทธ์ปรับพฤติกรรม กู้คืนน้ำตาลให้คงที่

สวัสดีครับ หลายท่านพยายามเลือกอาหารที่ดีแล้ว แต่น้ำตาลหลังอาหารยังพุ่งสูง (Sugar Spike) นั่นอาจเป็นเพราะเราติด "กับดักพฤติกรรม" บางอย่าง วันนี้หมอจะมาชวนเจาะลึก 10 พฤติกรรมที่ต้องปรับเพื่อให้ยาทำงานได้ผลดีที่สุดครับ


กลุ่มกับดักที่ 1: พฤติกรรมในมื้ออาหาร

1: "มื้อเช้าคาร์โบไฮเดรตสูง...ยิ่งกินยิ่งหิว"

2: "ไม่กินข้าว...แต่กินอย่างอื่นแทน"

3: "กินเร็ว...สมองตามไม่ทัน"

4 :ลำดับการกิน (Food Sequencing): เคล็ดลับสลับจาน

5. การใช้ "สติ" ในการกิน (Mindful Eating)


🛑 กลุ่มที่ 2: กับดักความเคยชิน (Habitual Traps)

6. "ไม่กินข้าว...แต่กินอย่างอื่นแทน"

7. เสียดายของเหลือ

8. "ของหวานต่อท้าย...ซ้ำเติมมื้ออาหาร"

9. "ของโปรด...กินไม่ยั้ง"


🛑 กลุ่มที่ 3: จังหวะเวลาและกิจกรรมหลังมื้ออาหาร (Timing & Activity)

10. กินดึกและของว่างก่อนนอน (Nighttime Eating)

11. กินจุบจิบ...เพราะเบื่อ/เครียด" (Emotional Eating)

12. กินแล้วนอนทันที (Eat-and-Sleep)


👨‍⚕️ สรุปภาพรวม 10 กลยุทธ์พฤติกรรม:

  1. ลำดับการกิน (ผัก > โปรตีน > แป้ง)

  2. เคี้ยวให้ช้า (เพิ่มความอิ่ม)

  3. กินอย่างมีสติ (งดมือถือ/ทีวี)

  4. มื้อเช้าเน้นโปรตีน (ลดการแกว่งของน้ำตาล)

  5. เลิกแทนที่ข้าวด้วยแป้งอื่น (คุมปริมาณรวม)

  6. การใช้ "สติ" ในการกิน
  7. หยุดเสียดายของเหลือ (กินแค่พออิ่ม)

  8. แยกของหวานเป็นมื้อว่าง (ไม่กินตบท้ายมื้อหลัก)

  9. ของโปรด...กินไม่ยั้ง
  10. งดกินดึก/ก่อนนอน (ลดน้ำตาลตอนเช้า)

  11. งดกินจุบจิบระหว่างมื้อ (ลดดื้ออินซูลิน)

  12. เดินย่อยไม่นอนทันที (ช่วยกล้ามเนื้อเผาผลาญ)

👨‍⚕️ สรุปจากหมอ

พฤติกรรมเล็กๆ เหล่านี้คือ "รูรั่ว" ที่ทำให้ยาไม่ได้ผลครับ หมออยากให้ลองปรับทีละข้อ เริ่มจากลำดับการกินและการเดินย่อยหลังอาหารก่อน แล้วคุณจะแปลกใจว่าค่าน้ำตาลในเลือดดีขึ้นได้โดยไม่ต้องเพิ่มยาเลยครับ

 

fghf

เอาชนะ 9 กับดักพฤติกรรมการกิน: กุญแจสู่การควบคุมเบาหวานที่ยั่งยืน

ในการควบคุมเบาหวาน "อะไร" ที่เรากินมีความสำคัญ แต่ "พฤติกรรม" และ "วิธี" ที่เรากินนั้นสำคัญไม่แพ้กัน หลายครั้งที่ระดับน้ำตาลในเลือดไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ไม่ได้มาจากชนิดของอาหาร แต่มาจากนิสัยและความเคยชินที่ซ่อนอยู่

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักและเอาชนะ 9 กับดักพฤติกรรมการกินที่พบบ่อยที่สุด เพื่อสร้างนิสัยใหม่ที่แข็งแรงและควบคุมเบาหวานได้อย่างยั่งยืน


 


ฟฤติกรรมในการรับประทานอาหารที่ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่ม

กลุ่มกับดักที่ 2: พฤติกรรมความเคยชิน

กับดักที่ 4: "เสียดายของเหลือ"

กับดักที่

กับดักที่ 6: "


กลุ่มกับดักที่ 3: พฤติกรรมเกี่ยวกับ "เวลา"

กับดักที่ 7:

กับดักที่ 8: "มื้อเย็น...ยิ่งดึก ยิ่งอันตราย"

กับดักที่ 9: "กินแล้วนอน...ระบบเผาผลาญพัง"


หัวใจสำคัญของการรับมือกับพฤติกรรมเหล่านี้คือ "การวางแผน" และ "การมีสติ" ครับ การปรับเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อย จะช่วยสร้างนิสัยใหม่ที่แข็งแรงและยั่งยืนได้ครับ

📚 แหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ (References)

  1. Diabetes Care Journal: "Food Order Has a Significant Impact on Postprandial Glucose and Insulin Levels."

  2. The American Journal of Clinical Nutrition: "The effect of eating speed on glycemic response."

  3. Endocrine Society: "Late dinner impairs glucose tolerance and decreases fatty acid oxidation."

  4. สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย: แนวทางเวชปฏิบัติและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบ 2:1:1

  5. The Journal of Nutrition: "Grazing" (eating small amounts frequently) vs. "Gorging" (eating larger, infrequent meals) and its effect on insulin sensitivity.

  6. British Journal of Nutrition: The impact of late-night eating on the circadian rhythm of glucose metabolism.

 

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว






โรคเบาหวาน

โรคเบาหวานคืออะไร

ชนิดของเบาหวาน

ความแตกต่างของเบาหวานชนิดที่1และ2

อาการและสัญญาณเตือน

ใครคือกลุ่มเสี่ยง?

การตรวจและวินิจฉัยโรคเบาหวาน

เป้าหมายสำคัญในการควบคุมเบาหวาน

การเจาะน้ำตาลหลังอาหาร

เกณฑ์การควบคุมเบาหวานที่ดี

น้ำตาลหลังอาหาร

โภชนาการและการกิน

อาหารจานสุขภาพ

การออกกำลังกาย

แนวทางการออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวาน

การออกกำลังกายในผู้ที่มีโรคแทรกซ้อน

ออกกำลังกายเวลาไหนด

ยารักษาเบาหวาน

เทคโนโลยีเบาหวาน

บาหวานระยะสงบ

IF กับเบาหวาน

การป้องกันและรับมือภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน

ภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังที่ ตา, ไต, และปลายประสาท

การดูแลสุขภาพเท้า

การจัดการความเสี่ยงโรคหัวใจ

การจัดการความดันโลหิตสูง

การจัดการเรื่องไขมัน

การดูแลเบาหวานในเด็กและวัยรุ่น

การดูแลเบาหวานในสตรีตั้งครรภ์

การดูแลเบาหวานในผู้สูงอายุ

แนวทางการจัดการน้ำหนัก

เช็กลิสต์การตรวจสุขภาพประจำปี

เที่ยวกับเบาหวาน

การใช้ชีวิตอย่างมีความสุข