การเจาะน้ำตาลในเลือด

การเจาะน้ำตาลในกระแสเลือดหมายถึงการเจาะหาระดับกลูโคสในเลือด กลูโคสในเลือดมาจากอาหารที่เรารับประทาน เช่น อาหารแป้ง ไขมัน หรือโปรตีน นอกจากนั้นน้ำตาลในเลือดส่วนหนึ่งมาจากกรสร้าง เช่นจากตับ หรือการหลั่งจากน้ำตาลที่สะสมที่ตับ ตับอ่อนจะผลิตฮอร์โมนที่ชื่อว่า อินซูลินเพื่อนำน้ำตาลเข้าเซลล์

เราสามารถเจาะน้ำตาลได้หลายรูปแบบ

  • เจาะน้ำตาลหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมงหรือที่เรียกว่า Fasting  blood sugar (FBS) เป็นการเจาะเลือดเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานหรือไม่อ่านเรื่อง Fasting  blood sugar (FBS)
  • การเจาะน้ำตาลหลังจากรับประทานอาหารไปแล้ว 2 ชั่วโมงเป็นการเจาะเลือดเพื่อวินิจฉัยเบาหวาน น้ำตาลหลังอาหาร2ชั่วโมง two-hour postprandial blood sugar
  • การเจาะน้ำตาลแบบสุ่ม คือจะเจาะเลือดจะไม่เกี่ยวกับการงดอาหารหรือรับประทานอาหาร การเจาะแบบนี้จะไม่ใช่การวินิจฉัยเป็นการคัดกรองเท่านั้น
  • การวัดความทนทานต่อน้ำตาลหรือที่เรียกว่า Oral glucose tolerance test  เป็นการตรวจเพื่อวินิจฉัย โรคเบาหวาน กลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน และโรคเบาหวานในขณะตั้งครรภ์
  • การตรวจหาค่าน้ำตาลเฉลี่ยหรือที่เรียกว่า Glycohemoglobin A1c  (HbA1c) เป็นการตรวจน้ำตาลที่เกาะกับเม็ดเลือดแดง การตรวจนี้เป็นการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน และเป็นการติดตามการรักษาโรคเบาหวาน

 

วัตถุประสงค์ของการเจาะน้ำตาลในเลือด

การเตรียมการการเจาะเลือด

การเจาะน้ำตาลหลังอดอาหาร Fasting blood sugar (FBS)

ต้องงดอาหารและเครื่องดื่มอื่นนอกเหนือจากน้ำอย่างน้อย 8 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจะต้องรอจนเจาะเลือดก่อนจึงรับประทานหรือฉีดยา อ่านเรื่องการเจาะน้ำตาลหลังอดอาหาร

การตรวจน้ำตาลหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมง 2-hour postprandial blood sugar

จะเจาะเลือดหลังจากรับประทานอาหารไปแล้ว 2 ชั่วโมงเหมาะสำหรับการเจาะเลือดด้วยตัวเองที่บ้านเพื่อประเมินผลการรักษาโรคเบาหวาน การตรวจน้ำตาลหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมง

  • ค่าปกติจะน้อยกว่า 140 mg/dLสำหรับผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปี
  • ค่าปกติน้อยกว่า 150 mg/dL สำหรับผู้ที่มีอายุ 50-60 ปี
  • ค่าปกติน้อยกว่า 160 mg/dLสำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี

การเจาะนำตาลแบบสุ่ม Random blood sugar (RBS)

ท่านผู้ตรวจไม่ต้องเตรียมตัวอะไร เมื่อแพทย์สงสัยแพทย์จะเจาะเลือดตรวจโดยที่ไม่ต้องงดอาหาร เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการของเบาหวาน เช่นหิวบ่อย น้ำหนักลด ปัสสาวะบ่อย หรือผู้ที่มีอาการเหมือนน้ำตาลในเลือดต่ำ

  • ค่าปกติ 80-120 mg/dLก่อนอาหารหรือหลังตื่นนอน
  • ค่าปกติ 100-140 mg/dL ก่อนนอน.

การเจาะเลือดเพื่อวัดความทนทานต่อน้ำตาล Oral glucose tolerance test

เป็นการตรวจว่าร่างกายใช้น้ำตาลได้ดีเพียงใด โดยการให้ผู้ป่วยอดอาหาร 8 ชั่วโมงเมื่อมาถึงให้เจาะเลือด หลังจากนั้นให้ผู้ป่วยดื่มน้ำหวาน แล้วเจาะหาระดับน้ำตาลที่ 1,2 และ3 ชั่วโมงหลังจากดื่มน้ำตาล การแปรผลขึ้นกับระดับน้ำตาลที่เจาะได้

น้ำตาลเฉลี่ยหรือ glycohemoglobin A1c or Glycohemoglobin A1c

การเจาะเลือดตรวจนี้ไม่ต้องงดอาหารสามารถเจาะได้ตลอดเวลา ค่าแสดงจะเป็นค่าน้ำตาลเฉลี่ยระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา อ่านเรื่อง น้ำตาลเฉลี่ย

วิธีการเจาะเลือด

เจ้าหน้าที่จะเรียกให้ไปนั่งที่เจาะเลือด แขนข้างที่เจาะบางบนหมอนให้แขนเหยียดตรง

  • รัดต้นแขนด้วยสายยางเหนือบริเวณที่เจาะเลือด ทำให้เส้นเลือดใต้ต่อที่รัดจะโป่งพองซึ่งจะง่ายต่อการเจาะเลือด
  • ทำสะอาดบริเวณที่จะเจาะเลือดด้วยแอลกอฮอลล์
  • ใช้เข็มเจาะเข้าบริเวณหลอดเลือดที่โป่งพอง สำหรับผู้ที่มีหลอดเลือดขนาดเล็กอาจจะต้องเจาะหลายครั้งจึงจะได้เลือด
  • ดูดเลือดเข้าในหลอดเก็บเลือด
  • เมื่อได้เลือดเพียงพอแล้วให้ปลดสายรัดออกจากต้นแขน
  • เจ้าหน้าที่จะเอาสำลีสำหรับกดแผล ให้กดนานสามถึงห้านาที

การเจาะเลือดอันตรายหรือไม่

การเจาะเลือดไม่มีอันตรายอะไร

  • อาจจะมีรอยจ้ำเลือดหลังจากเจาะเลือด การป้องกันให้กดบริเวณที่เจาะ3-5นาที
  • มีผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เกิดการอักเสบของหลอดเลือด
  • สำหรับผู้ที่ได้รับยา aspirin ยาละลายลิ่มเลือด warfarin จะมีเลือดออกง่ายจะต้องใช้เวลากดนานกว่าคนทั่วไป

สาเหตุค่าน้ำตาลมีค่าสูง

ยาที่ทำให้น้ำตาลสูงขึ้น

  • Certain medicines to treat schizophrenia and psychosis
  • ยารักษาโรคความดันกลุ่ม Beta-blockers
  • Corticosteroids (such as prednisone)
  • ยาคุมกำเนิด Estrogens
  • Glucagon
  • Isoniazid
  • Lithium
  • Oral contraceptives (birth control pills)
  • Phenothiazines
  • Phenytoin
  • Salicylates (see aspirin overdose)
  • ยาขับปัสสาวะ Thiazide diuretics
  • Triamterene
  • Tricyclic antidepressants

สาเหตุค่าน้ำตาลต่ำ

ค่าน้ำตาลหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมงที่มีค่าต่ำกว่า 40 mg/dL สำหรับสตรีหรือต่ำกว่า 50 mg/dL สำหรับบุรุษ และมีอาการน้ำตาลต่ำ สาเหตุ

ยาที่ทำให้ระดับน้ำตาลต่ำลง

  • Acetaminophen
  • Alcohol
  • Anabolic steroids
  • Clofibrate
  • Disopyramide
  • Gemfibrozil
  • Monoamine oxidase inhibitors (MAOIs)
  • Pentamidine

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการตรวจน้ำตาลในเลือด

  • งดอาหารไม่ถึงระยะเวลาที่กำหนด เช่น 8 ชั่วโมง หรือ 2 ชั่วโมง
  • ดื่มสุรา
  • มีโรคประจำ หรือมีความเครียด สูบบุหรี่ ดื่มกาแฟ
  • รับประทานยา เช่น ยาคุมกำเนิด ยารักษาความดันโลหิต ยา steroid

น้ำตาล น้ำตาลหลังอดอาหาร8ชั่วโมง น้ำตาลหลังจากรับประทานอาหาร2ชั่วโมง การทดOGTT

เอกสารอ้างอิง

โรคเบาหวาน  

 



fb google