Heart attack หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

 

โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหมายถึงภาวะที่มีลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดหัวใจ Coronary ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้หัวใจได้รับความเสียหาย สาเหตุมักจะเกิดจากโรคหลอดเลือดโคโรนารีตีบ

หัวใจของเราประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อ และมีเส้นเลือดชื่อ Coronary artery นำเอาเลือดและออกซิเจนมาสู่หัวใจ หากมีลิ่มเลือดมาอุดเส้นเลือด จะทำให้หัวใจขาดเลือด และออกซิเจนซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย

โรคหลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจตีบหรือที่เรียกว่า Coronary artery disease เป็นโรคหัวใจที่พบมากเป็นอันดับหนึ่งทั่วโลก และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในอันดับต้นของประเทศที่เจริญแล้ว และประเทศกำลังพัฒนารวมทั้งประเทศไทย

อุบัติการณ์

เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ

เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจมีเส้นใหญ่ 2 เส้นคือ

  1. Rigrt coronary artery
  2. Left main coronary artery ซึ่งจะแตกออกเป็นสองแขนงได้แก่
  • Left anterior ascending
  • circumflex artery

อาการของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

อาการที่พบบ่อยของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

  • อาการแน่หน้าอก ตรงกลางหน้าอก เจ็บมากขึ้น พักหรืออมยาขยายหลอดเลือดจะไม่หายปวด

  • จุกเสียดบริเวณลิมปี่ แขซ้าย หรือคอและกรามด้านซ้าย
  • หายใจเหนื่อยหอบ อาจจะมีหรือไม่มีแน่หน้าอก
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • หน้าซีดเหงื่อออก
  • เวียนศีรษะหน้ามืด


กลุ่มอาการของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

ผู้ที่เป็นโรคโคโรนารี coronary disease จะมาโรงพยาบาลด้วย กลุ่มที่เรียกว่า Acute Coronary Syndrome เป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เฉียบพลัน อาการที่สำคัญที่นำผู้ป่วยมาโรงพยาบาลได้แก่อาการเจ็บหน้าอก กลุ่มโรคดังกล่าวได้แก่

  • กลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอกเมื่อออกกำลังกาย เรียก Stable angina
  • กลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอกแบบ Unstable angina
  • กลุ่มผู้ป่วยที่มีกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือดซึ่งมีสองลักษณะคือ
    • กล้ามเนื้อหัวใจตายชนิด non-ST elevation myocardial infarction (NSTEMI)
    • กล้ามเนื้อหัวใจตายชนิด acute ST-elevation myocardial infarction (STEMI)

นอกจากนั้นยังมีอาการและอาการแสดงของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมีได้หลายลักษณะได้แก่

  • กลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคกล้ามเนื้อหัวใขาดเลือดโดยที่ไม่มีอาการเรียก Silent ischemia
  • กลุ่มผู้ป่วยที่มาด้วยเรื่องหัวใจวาย Congestive heart failure
  • กลุ่มผู้ป่วยที่เสียชีวิตเฉียบพลัน Sudden cardiac death

กลุ่มผู้ป่วยที่มีกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด

เป็นกลุ่มที่มีรุนแรงที่สุดผู้ป่วยจะมีอาการแน่นหน้าอกเฉียบพลัน หายใจเหนื่อย หน้ามืดเป็นลม และจะต้องรีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดภายใน 3 ชั่วโมงหลังจากเกิดอาการเนื่องจากการให้ยาละลายลิ่มเลือด หรือการทำบอลลูนหลอดเลือดหัวใจจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจฟื้นคืนได้ สาเหตุของโรคกลุ่มนี้ได้แก่

  • เกิดการฉีดขาดของคราบไขมัน และเกิดลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดโคโรนารีทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่ได้ เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายชนิด (STEMI)
  • เกิดจากคราบไขมันหนาขึ้นจนเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ NSTEMI

กลุ่มอาการที่เจ็บหน้าอกเป็นอาการของโรคโคโรนารี coronary disease อาการเจ็บหน้าอกจะมีลักษณะเฉพาะ อาการเจ็บหน้าอกจะมีสองลักษณะคือ

  • กลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอกเมื่อออกกำลังกาย เรียก Stable angina อาการเจ็บหน้าอกจะสัมพันธ์กับการออกกำลังกาย พักหรืออมยาก็หายปวด การดูแลทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการปรับยา
  • กลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอกแบบ Unstable angina อาการเจ็บหน้าอกจะเจ็บนานและรุนแรงกว่าแบบแรก หากไม่รักษาอาจจะเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายจากขาดเลือด
  • กลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคกล้ามเนื้อหัวใขาดเลือดโดยที่ไม่มีอาการเรียก Silent ischemia ผู้ป่วยเป็นโรคหลอดเลือโคโรนารีแต่ไม่มีอาการเตือนเรื่องแน่นหน้าอก ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีโรคแทรกซ้อนและอัตราการเสียชีวิตสูง

กลไกการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

หลอดเลือดหัวใจตีบ

กลไกการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดของ Unstable Angina หรือ Non STMI จะเป็นแบบหลอดเลือดค่อยๆตีบและมีลิ่มเลือดอุดหลอดเลือด แต่ไม่ถึงกับตันยังพอมีเลือดไหลไปเลี้ยงกล้ามเนื้อ ส่วนกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันเกิดจากลิ่มเลือดอุดหลอดเลือด ทำให้กล้ามเนื้อตาย

อ่านกลไกการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

 

อาการของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

เจ็บหน้าอก

อาการเจ็บหน้าอกของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด จะมีอาการเจ็บหน้าอกเวลาออกกำลังกาย โดยมากเจ็บไม่เกิน 10 นาทีพักแล้วจะหาย หากกล้ามเนื้อหัวใจตายจะมีอาการเจ็บหน้าอกขณะพัก เจ็บนาน เจ็บมากจนเหงื่อตก อมยาแล้วไม่หายปวด อาการเจ็บหน้าอกจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

 

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

เนื้อติดมัน

ปัจจัยที่ส่งเสริมทำให้หลอดเลือดแดงตีบ จะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้ง่ายได้แก่ เพศ อายุ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ประวัติครอบครัวสายตรงเป็นโรคหัวใจ ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

 

วินิจฉัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

การเจาะเลือด

การวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดต้องอาศัยประวัติการเจ็บปวย การตรวจร่างกาย การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และการตรวจเลือด อ่านการวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่นี่


ความรุนแรงกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

ช็อกคหัวใจ

กลุ่มอาการหัวใจขาดเลือดแบ่งออกเป็นสามกลุ่มได้แก่ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเรื้อรัง Angina pectoris กลุ่มอาการเจ็บหน้าอก Unstable angina และกลุ่มกล้ามเนื้อหัวใจตายชนิด nstemi ซึ่งจะมีอาการคล้ายกัน และกลุ่มกล้ามเนื้อหัวใจตาบชนิด STEMI อ่านชนิดของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่นี่


การรักษากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

การทำบอลลูนเส้นเลือดหัวใจ

การรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ประกอบไปด้วยการให้ยาแก้เจ็บหน้าอก ยาลดการขาดออกซิเจนของกล้ามเนื้อหัวใจ ยาหรือการใส่สายสวนหัวใจเพิ่มเพิ่มเลือดไปเลี้ยงหัวใจ อ่านการรักษากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด


โรคแทรกซ้อนของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

หัวใจโต

โรคแทรกซ้อนของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เกิดจากการเต้นของหัวใจผิดปรกติ หรือเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจวาย หรือเกิดจากลิ้นหัวใจรั่วเฉียบพลัน อ่านโรคแทรกซ้อนของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่นี่


ป้องกันโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

เหนื่อย

การป้องกันโรคหัวใจแบ่งเป็นสองแบบคือปฐมภูมิ คือป้องกันมิให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และทุติยภูมิคือการป้องกันการกลับเป็นซ้ำ หลังจากเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปแล้ว

อ่านการป้องกันโรคหัวใจที่นี่


กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน NSTEMI | กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด STEMI

ปัจจัยที่กระตุ้นให้โรคหัวใจกำเริบ

ผู้ป่วยโรคหัวใจจะไปพบแพทย์เมื่อไร

เป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแล้วจะหายหรือไม่

โรคแทรกซ้อนของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

ชนิดของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

 

 

กล้ามเนื้อหัวใจตายจากหลอดเลือดตีบ

ไขมันอุดหลอดเลือดแดง

ภาพแสดงผนังหลอดเลือดที่มีคราบไขมันเกาะทำให้รู้หลอดเลือดแคบลง

การที่คนเกิดปัจจัยเสี่ยงหลายๆอย่างจะทำให้โอกาสเกิดโรคหลอดเลือดตีบเร็วขึ้น

การควบคุมปัจจัยเสี่ยงควรจะเริ่มทำเมื่อไร

คนทั่วไปจะเคยชินกับวิถีชีวิตไม่คำนึงถึงผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย ผู้ที่สูบบุหรี่ก็พยายามหาคำตอบเพื่อให้เขาเหล่านั้นไม่ต้องปรับพฤติกรรม แต่หากเวลาผ่านไปคราบไขมันมีขนาดใหญ่ขึ้นจนกระทั่งเกิดอาการก็จะทำให้การรักษาลำบากยิ่งขึ้น

มีการศึกษาเด็กที่เสียชีวิตจากอุบัติเหต พบว่าเริ่มมีคราบไขมันเกาะตามผนังหลดเลือดตั้งแต่เด็ก แสดงว่ากระบวนการของการเกิดโรคหลอดเลือดตีบเริ่มตั้งแต่ในวัยเด็ก และจากสถิติพบว่าแต่ละประเทศมีเด็กอ้วนในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมๆกับการที่เด็กมีเวลาออกกำลังกายลดลง และรับประทานอาหารที่ไม่มีคุณภาพ

ดังนั้นเราควรจะรณรงค์เรื่องอาหาร การออกกำลังในเด็ก และโรคอ้วนในเด็กเพื่อที่อนาคตโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจะได้ลดลง

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบ

ปัจจัยที่กระตุ้นทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด

  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจะพบมากในผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนักมากกว่าที่เคยออก พบว่าจะมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเพิ่มขึ้น6 เท่าสำหรับผู้ที่ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ และเพิ่มขึ้น 30 เท่าในผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกาย
  • ความเครียดทางอารมณ์
  • โรคติดเชื้อ เช่นปอดบวม
  • ช่วงเช้าประมาณ 9 เชื่อว่าช่วงนี้เกล็ดเลือดจะเกาะกันง่าย

การป้องกัน

หากท่านเป็นโรคหัวใจจะทำให้คุณภาพชีวิตลดลงดังนั้นท่านควรจะป้องกันมิให้เป็นโรคหัวใจ วิธีการง่ายดังนี้

การรักษา

  • การรักษาเพื่อป้องกันหลอดเลือดตีบ อ่านที่นี่
  • การรักษาโดยยา
    • ยาลดไขมันยาที่ใช้ได้แก่ Statin,fibrate,niacine เป็นยาที่ลดระดับไขมันเลือด
    • Aspirin เป็นยาที่ป้องกันเกล็ดเลือดมาเกาะที่ผนังหลอดเลือดเพื่อป้องกันหลอดเลือดแข็ง
    • ยากลุ่ม Beta block ยาในกลุ่มนี้จะลดการใช้ออกซิเจนของกล้ามเนื้อหัวใจจะลดอัตราการเสียชีวิต
    • Nitroglycerine ยานี้จะขยายหลอดเลือดหัวใจช่วยลดอาการเจ็บหน้าอก
    • ยาต้านแคลเซียม Calcium channel blocking agent ยานี้จะขยายหลอดเลือดหัวใจ
    • กลุ่มยา ต่างๆที่ช่วยรักษา เช่น ยาต้านอนุมูลอิสระ โฟลิกเป็นต้น
  • การผ่าตัดเพื่อเพิ่มเลือดไปเลี้ยงได้แก่
    • การทำบอลลูนการทำบอลลลูนหลอดเลือด เมื่อเกิดอาการหลอดเลือดหัวใจตีบ หากเป็นมากหรือรักษาด้วยยาแล้วไม่ได้ผล แพทย์จะฉีดสีเพื่อตรวจว่าหลอดเลือดตีบมากน้อยแค่ไหน หากตีบมากหรือตีบเส้นใหญ่แพทย์จะทำบอลลูน โดยการใช้มีดกรีดเป็นแผลเล็กๆ แล้วสอดสายเข้าหลอดเลือดแดง และแยงสายเข้าไปในหลอดเลือดหัวใจ เมื่อถึงตำแหน่งที่ตีบก็บอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ
    • การผ่าตัด bypass โดยการใช้เส้นเลือดดำที่เท้าแทนเส้นเลือดหัวใจที่ตีบ
    • Anthrectomy คือการผ่าตัดเอาคราบไขมันที่ผนังหลอดเลือดออก

ข่าวเกี่ยวกับโรคหัวใจ

  • การรับประทานแคลเซียมอาจจะทำให้เกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น อ่านที่นี่
  • การรับประทานยาแก้ปวดจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกดโรคหัวใจ อ่านที่นี่


โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ | ระบาดวิทยา |อาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ | อาการเจ็บหน้าอก | การวินิจฉัยโรค | คลื่นไฟฟ้าหัวใจ | ผลการตรวจเลือด | ข้อมูลที่ต้องบอกแพทย์ | กลไกการเกิดโรค | การแบ่งประเภทของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด | ปัจจัยที่กระตุ้นทำให้เกิดโรค | จะพบแพทย์เมื่อไร | การการป้องกันทุติยภูมิ | ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด | การรักษา | การใส่สายสวนหัวใจ | การทำบอลลูน | การฟื้นคืนชีพ | การดูแลเบื้องต้น ||การป้องกันเส้นเลือดตีบ | การตรวจโรคหัวใจทางห้องปฏิบัติการ| โรคแทรกซ้อน |การตรวจหัวใจหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย | การตรวจพิเศษในผู้ป่วยที่หัวใจขาดเลือด | อาหารกับโรคหัวใจ | บุหรี่กับโรคหัวใจ | การออกกำลังกาย

เรื่องที่น่าสนใจ

 

  กลไกการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

เอกสารอ้างอิง

  • Advanced Clinical Cardiology,First Edition, อภิชาต สุคนธสรรพ์ บรรณาธิการ 2845 , ISBN 974-656-762-4
  • กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน,นิธิ มหานนท์ ,ปิยะมิตร ศรีธรา,สรณ บุญใบชัยพฤกษ์, บรรณาธิการ ISBN 974-85995-7-4


fb google