เส้นเลือดหัวใจตีบ,กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
Angina pectoris
1คือหลอดแดงcoronary ข้างขวา
2คือหลอดเลือด coronary ข้างซ้าย |
เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเจ็บหน้าอกจากเส้นเลือดหัวใจตีบ angina pectoris
หมายถึงอาการเจ็บหน้าอกเนื่องจากเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอเพราะมีไขมันไปเกาะตามผนังหลอดเลือดเรียก
plaque เส้นเลือดจะแข็งตัว บางครั้ง plaque อาจจะหลุดทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
อาการของหัวใจขาดเลือด
- แน่นหน้าอกลักษณะหนักๆเหมือนมีคนนั่งทับบนหน้าอก
อาจจะเจ็บร้าวไปคอ หรือกรามด้านซ้าย แขนซ้าย มักจะเจ็บเมื่อออกกำลังกาย
พักจะหายปวด
- บางรายมาด้วยใจสั่น
- บางรายมาด้วยเหนื่อยง่าย
ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและวิธีป้องกันคลิกที่นีครับ
การวินิจฉัย
- จากประวัติซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงมาก
ร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ECG หรือ EKG ขณะตรวจอาจจะปกติได้ ควรตรวจขณะเจ็บหน้าอก
- การตรวจโดยการวิ่งสายพาน treadmill exerciseหลักการทำให้หัวใจต้องการเลือดไปเลี้ยงมากโดยการวิ่งบนสายพานเพื่อให้หัวใจต้องการเลือดไปเลี้ยงเพิ่มขึ้น
หากมีหลอดเลือดตีบก็จะเกิดเจ็บหน้าอก และแสดงบนคลื่นไฟฟ้า
- การทำ cardiac scan
เพื่อดูว่าเลือดไปเลี้ยงหัวใจเพียงพอหรือไม่
- การสวนหัวใจและฉีดสี Coronary angiography
เพื่อดูว่ามีตำแหน่งของหลอดเลือดตีบแพทย์จะพิจารณาเป็นรายๆ
ภาพแสดงหลอดเลือดแดง coronary ตีบ
 |
ถ้าไม่รักษาผลจะเป็นเช่นไร
ถ้าไม่ได้รับการรักษา
และไม่ได้ปฏิบัติตัวเพื่อลดความเสี่ยง หลอดเลือดแดง coronary
จะตีบมากขึ้นทำให้เกิดเจ็บหน้าอกบ่อยขึ้น เจ็บนานขึ้น
และเจ็บหน้าอกขณะไม่ได้ทำงาน เรียกอาการเจ็บหน้าอกแบบนี้ว่า unstable angina
ถ้าไม่ได้รับการดูแลอาจจะเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือเป็นโรคหัวใจวาย
การรักษา
- ควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ
- เปลี่ยนแปลงการดำเนินกิจวัตรบางอย่างเช่น
เลิกสูบบุหรี่ ลดปริมาณไขมันในอาหาร ควบคุมน้ำหนักตัว
- รับประทานยาโดยเคร่งครัด พกยาอมใต้ลิ้น หรือ spray
ติดตัวเผื่อได้ใช้ทันที
- งดบุหรี่

- การรักษาด้วยยาได้แก่ propanolol,atenolol,metoprolo
เพื่อลดการใช้ oxygen ของหัวใจ
- ให้ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ เช่น nitrate,nitroglycerine,isosorbide
dinitrate
- ให้ยา aspirin เพื่อป้องกันหลอดเลือดตีบ
- การรักษาโดยการสวนหัวใจ และขยายหลอดเลือดหัวใจ หรือ ใส่ stent
- การผ่าตัดเปลี่ยนเส้นเลือด bypass surgery
back
การป้องกันทุติยภูมิ|อาการของหัวใจขาดเลือด|การทำบอลลูน|การฟื้นคืนชีพ|การดูแลเบื้องต้น|โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ|การป้องกันเส้นเลือดตีบ|กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด|เมื่อสงสัยว่าจะเป็นโรค|การป้องกันโรคหัวใจ|การตรวจทางห้องปฏิบัติการ| โรคแทรกซ้อน|การตรวจหัวใจหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย |