โรคแทรกซ้อนที่สำคัญ

ผู้ป่วยที่มีกล้ามเนื้อหัวใจตายจะมีอัตราการเสียชีวิตสูง โดยพบว่าร้อยละ 50 เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาลเนื่องจากหัวใจเต้นผิดปกติ ส่วนผู้ป่วยอีกร้อยละ 10-15 เสียชีวิตในโรงพยาบาลเนื่องจากภาวะแทรกซ้อนของกล้ามเนื้อหัวใจ ดังนั้นหากเราทราบเรื่องโรคแทรกซ้อนจะทำให้เราหาทางป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อน เราแบ่งโรคแทรกซ้อนออกเป็น

  1. โรคแทรกซ้อนในระยะแรก
  2. โรคแทรกซ้อนที่เกิดหลังออกจากโรงพยาบาล

โรคแทรกซ้อนในระยะแรก

ภาวะช็อกจากหัวใจ (Cardiogenic Shock)

หมายถึงภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างซ้ายวายหรือล้มเหลวอย่างรุนแรงจนกระทั่งไม่สามารถบีบตัวไปเลี้ยงอวัยวะได้อย่างเพียงพอ เกิดการคั่งของน้ำในปอด ความดันโลหิตต่ำ เกิดอาการของอวัยวะที่เลือดไปเลี้ยงไม่พอ เช่ยผิวมีเหงื่อออก ซึมลงหรือกระสับกระส่าย

การรักษาที่สำคัญที่สุดคือการทำให้เลือดไหลเวียนไปยังหลอดเลือดหัวใจที่อุดตันให้เร็วที่สุด ซึ่งมีวิธีการคือ การให้ยาละลายลิ่มเลือด หรือการใช้บอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ หรือการผ่าตัดทำ bypass การรักษาอื่นๆได้แก่ ยาขยาดหลอดเลือดส่วนปลาย ยาเพิ่มความดันโลหิต เป็นต้น หากเกิดภาวะแทรกซ้อนนี้จะมีอัตราการเสียชีวิตสูงมากประมาณร้อยละ90

กล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างขวาตาย (Right ventricular infartion)

ภาวะนี้พบไม่บ่อยเนื่องจากหัวใจห้องล่างขวาต้องการอกซิเจนน้อยกว่าห้องล่างซ้าย พบว่าผู้ป่วยที่ห้องใจห้องล่างซ้ายตายจะมีหัวใจห้องล่างขวาตายร่วมด้วยร้อยละ 20 อาการที่สำคัญคือความดันโลหิตต่ำ ไม่มีการคั่งของน้ำในปอด เส้นเลือดที่คอโป่ง

ภาวะหัวใจห้องล่างล้มเหลว (Acute Left ventricular failure )

เป็นภาวะที่พบได้บ่อยหลังจากเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายโดยเฉพาะผู้ป่วยที่พบแพทย์ช้าและไม่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด หรือการขยายหลอดเลือดอย่างทันเวลา กล้ามเนื้อหัวใจไม่สามารถบีบเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างเพียงพอ อาการที่สำคัญคือ ผู้ป่วยจะมีอาการหายใจหอบ แน่หน้าอก หายใจลำบากนอนราบไม่ได้เนื่องจากน้ำคั่งในปอด ความดันโลหิตมักจะปกติ

การรักษาแพทย์จะให้ยาขับปัสสาวะ ยาขยายหลอดเลือด ยาในกลุ่ม Angiotensin Converting Inhibitor

ภาวะลิ้นหัวใจรั่ว Acute Mitral Regurgitation

ลิ้นหัวใจของคนจะมีกล้ามเนื้อชื่อ papillary muscle ยึดลิ้นไว้กับกล้ามเนื้อหัวใจ เมื่อกล้ามเนื้อหัวใจตายกล้ามเนื้อ papillary muscleอ ก็อาจจะตายทำให้เกิดฉีกขาดการฉีกขาดนี้มักจะเกิดภายหลังกล้ามเนื้อหัวใจตายใน 2-7 วันและเกิดภาวะลิ้นหัวใจรั่วเฉียบพลันผู้ป่วยจะมีอาการของหัวใจวายน้ำท่วมปอด ต้องรักษาโดยการผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจทันที

ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจฉีกขาด

เมื่อกล้ามเนื้อหัวใจตายกล้ามเนื้อนั้นจะฉีกขาดเนื่องจากแรงดันของเลือดมักจะเกิดภายในวันที่5หลังเกิดอาการ ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บหน้าทันทีร่วมกับความดันโลหิตต่ำลงอาจจะวัดความดันโลหิตไม่ได้ อัตราการเสียชีวิตสูงมาก รักษาโดยการผ่าตัด

หัวใจเต้นผิดปกติ

เมื่อกล้ามเนื้อหัวใจตายส่วนของกล้ามเนื้อนั้นอาจจะสร้างกระแสไฟฟ้ามารบกวนการทำงานของหัวใจ นอกจากนั้นการที่กล้ามเนื้อหัวใจทำงานน้อยลงก็จะเป็นเหตุให้หัวใจเต้นผิดปกติ การเต้นผิดปกติบางชนิดต้องให้การรักษาทันทีเพราะช้าจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต เช่น Ventricular fibrillation, Ventricular tachycardia การเต้นผิดปกติบางอย่างอาจจะไม่เสียชีวิตทันทีแต่ต้องควบคุมการเต้นเพื่อให้หัวใจสูบฉีดโลหิตได้อย่างเพียงพอเช่น หัวใจเต้นเร็ว หรือช้าเกินไปเป็นต้น

เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ Post Infartion Pericarditis

มักจะเกิดหลังกล้ามเนื้อหัวใจตายแล้ว 24-96 ชั่วโมง ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บหน้าอก ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ แต่อาจจะมีอาการเจ็บหน้าอกซึ่งไม่เหมือนกับกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด การรักษาใช้ยาแก้ปวด

ลิ่มเลือดในหัวใจ

ผู้ที่กล้ามเนื้อหัวใจตายเป็นบริเวณกว้างจะมีโอกาสเกิดลิ่มเลือดในหัวใจร้อยละ 20 และมีโอกาสที่ลิ่มเลือดจะลอยไปอุดหลอดเลือดในสมองทำให้เกิดอัมพาตหรืออวัยวะอื่นๆได้ การรักษาต้องให้ยาละลายลิ่มเลือด

โรคแทรกซ้อนในระยะหลัง

ผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายที่รอดชีวิตกลับบ้านยังมีโอกาสเสียชีวิตถึงร้อยละ10ในปีแรก เพราะกล้ามเนื้อหัวใจมีการขาดเลือดซ้ำหรือมีการอุดตันของหลอดเลือดเส้นใหม่ ดังนั้นการตรวจประเมินผู้ป่วยหลังการเกิดการอุดตันครั้งแรกจึงมีความสำคัญ โรคแทรกซ้อนที่สำคัญหลังจากผู้ป่วยกลับบ้านคือ

ภาวะที่หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจอุดซ้ำ

ผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดอุดตันเมื่อได้ยาละลายลิ่มเลือดทันเวลาจะมีเลือดไหลไปเลี้ยงบริเวณที่ขาดเลือด ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนที่ขาดเลือดสามารถทำงานได้ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ยาละลายลิ่มเลือดนั้น ลิ่มเลือดที่อุดอยู่อาจจะละลายได้เองทำให้เมีเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อบางส่วน แต่อย่างไรก็ตามหลอดเลือดที่อุดตันก็อาจจะมีเลือดไปเลี้ยงไม่พอต้องอาศัยหลอดเลือดเส้นอื่นมาทดแทน ในภาวะที่มีหลอดลือดตีบมักจะตีบหลายเส้นทำให้เลือดที่มาจากเส้นอื่นไม่พอ ผู้ป่วยจึงอาจจะมีอาการเจ็บหน้าอก หรือยังมีการตายของกล้ามเนื้อหัวใจ ดังนั้นการตรวจโดยการออกกำลังกายหลังการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายจึงมีประโยชน์ในการแยกกลุ่มผู้ป่วยที่เสี่ยงออกมาเพื่อรักษา

การเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายซ้ำอาจจะเกิดเมื่อใดก็ได้ แต่มักจะเกิดบ่อยในช่วง 2-3 เดือนแรก ถ้าผู้ป่วยที่เคยมีกล้ามเนื้อหัวใจตายและยังมีอาการเจ็บหน้าอก ควรจะปรึกษาแพทย์

ภาวะหัวใจล้มเหลว อ่านที่นี่

ภาวะหัวใจล้มเหลวเป็นภาวะที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างเพียงพอ ผู้ป่วยอาจจะไม่มีอาการ หรืออาจจะมีอาการหายใจลำบาก เหนื่อย จนกระทั่งหายใจหอบและอาจจะจำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยหายใจเราแบ่งเป็น

  • ผู้ที่มีอาการหัวใจวายใน 24 ชั่วโมงแรกของการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายมักจะเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยงเป็นบริเวณกว้าง ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องได้รับการรัษาอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะถ้ามีอากาว็อคร่วมด้วย อาจจะต้องฉีดสีดูเส้นเลือดหัวใจ อัตราการเสียชีวิตจะสูง
  • ผู้ที่เกิดหัวใจวายใน 2-3 วันหลังการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย กลุ่มนี้หากอาการรุนแรงไม่มากอาจจะให้ยาขับปัสสาวะ หรือยา ACEI

การเสียชีวิตกระทันหัน

ผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากกล้ามเนื้อหัวใจตายมักเกิดจากการที่หัวใจขาดเลือดซ้ำ ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีการทำงานของหัวใจลดลง ร่วมกับการที่หัวใจเต้นผิดปกติ ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตกระทันหัน และมาไม่ถึงโรงพยาบาล การรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงมุ่งเน้นการเปิดหลอดเลือดเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจให้พอ และการให้ยาปิดกั้น beta_blocker

การป้องกันทุติยภูมิ|อาการของหัวใจขาดเลือด|การทำบอลลูน|การฟื้นคืนชีพ|การดูแลเบื้องต้น|โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ|การป้องกันเส้นเลือดตีบ|กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด|เมื่อสงสัยว่าจะเป็นโรค|การป้องกันโรคหัวใจ|การตรวจทางห้องปฏิบัติการ| โรคแทรกซ้อน|การตรวจหัวใจหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย

ทบทวน 7 เมษายน 2549


Google