|
กลไกการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
อาการแสดงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบมีได้สี่แบบ
- Angina pectoris
- Unstable angina
- Non ST elevation MI
- ST Elevaton MI
|
กลไกการเกิดจะเกิดจากโรคหลอดเลือดแดงแข็งเหมือนกันต่างกันที่วิธีเกิด
เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจจะมีผนังไม่หนา ผิวหลอดเลือดจะไม่หนา และไม่แข็ง สามารถยืดหยุ่นได้ โรคหลอดเลือดแข็งเกิดจากการที่ผนังหลอดเลือด ได้รับอันตรายจากความดันหรือไขมันทำให้มีการสะสมของไขมัน และแคลเซียมทำให้เกิดคราบหรือที่เรียกว่า Plaque
โรคหลอดเลือดแข็ง และตีบจะเป็นโรคที่ค่อยๆเกิดแรกๆจึงไม่มีอาการอะไร เมื่อมีการพอกของไขมัน แคลเซี่ยมและ Cholesterol ที่ผนังหลอดเลือดมากขึ้นทำให้ขนาดของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจเล็กลง จะทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอขณะออกกำลังกาย เกิดอาการเจ็บหน้าอกที่เรียกว่า Angina pectoris
ในส่วนต่อไปจะขอพูดถึงเฉพาะ ACS ที่เกิด
จาก plague rupture
สำหรับผู้ที่มีอาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลันเกิดจากคราบที่พึ่งจะเกิดขึ้นใหม่ ่คราบสีเหลืองซึ่งมีไขมันเป็นส่วนประกอบหลักจะเกิดการฉีกขาดได้ง่าย(The Vulnerable Plaque
) และcapsule หุ้มไม่แข็งแรง เมื่อมีแรงมากระแทกทำให้เกิดการฉีกขาดเกิด plague rupture หรือมีการแตกของคราบทำให้เกิดลิ่มเลือด Thrombosis และก็ขยายใหญ่ขึ้นทำให้ลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือด เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด Myocardial infarction
สาเหตุหลักของ ACS เกิดจากการฉีกขาด/แตก
ของ plaque (plaque rupture) หรือเกิดมีแผลที่ plaque
(plaque erosion) ซึ่งกระตุ้นเกร็ดเลือดให้มาเกาะกลุ่ม
กัน และกระตุ้นการแข็งตัวของเลือด( coagulation system) ผ่านทาง extrinsic
และ intrinsic pathway จนเกิดเป็นลิ่มเลือด (thrombus)
ขึ้นในที่สุด
Plaqueที่มีความเสี่ยงต่อการแตก
(vulnerable plaque) มักตีบไม่มากนัก (mild
to moderate stenosis) ลักษณะของ (vulnerable
plaqueX จะมี fibrous cap ที่บาง และมี lipid core,
macrophage และ T-lymphocyte ปริมาณมาก
Inflammatory cells พวกนี้สร้าง enzymes ซึ่งจะ
กัดกร่อน fibrous cap ให้แตกออก
การดำเนินโรคจะขึ้นกับความรุนแรงของภาวะลิ่ม
เลือดอุดตัน ถ้าเป็นลิ่มเลือดอุดตัน( occlusive thrombus ) มักจะเกิดเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดชนิด STEMI ในขณะที่ NSTEMI และ UA จะพบ
อุบัติการณ์ของ non-occlusive thrombus บ่อยกว่า
ซึ่งเป็นผลจากการที่มีการละลายของลิ่มเลือดเอง (spontaneous reperfusion) หรือ
spontaneous clot lysis
กรณีที่คราบค่อยโตขึ้นและจนกระทั่งหลอดเลือดหัวใจตีบและมากจนกระทั่งออกซิเจนไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ เมื่อเราออกกำลังกายเกิดอาการเจ็บหน้าอกเวลาออกกำลังกายเราเรียก angina pectoris
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ | ระบาดวิทยา |อาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ | อาการเจ็บหน้าอก | การวินิจฉัยโรค | คลื่นไฟฟ้าหัวใจ | ผลการตรวจเลือด | ข้อมูลที่ต้องบอกแพทย์ | กลไกการเกิดโรค | การแบ่งประเภทของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด | ปัจจัยที่กระตุ้นทำให้เกิดโรค | จะพบแพทย์เมื่อไร |การป้องกันทุติยภูมิ ิ | ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด | การรักษา | การใส่สายสวนหัวใจ | การทำบอลลูน | การฟื้นคืนชีพ | การดูแลเบื้องต้น ||การป้องกันเส้นเลือดตีบ | การตรวจโรคหัวใจทางห้องปฏิบัติการ| โรคแทรกซ้อน |การตรวจหัวใจหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย | การตรวจพิเศษในผู้ป่วยที่หัวใจขาดเลือด | อาหารกับโรคหัวใจ | บุหรี่กับโรคหัวใจ | การออกกำลังกาย
|