หน้าหลัก|การออกกำลัง |สุขภาพดี|อาหารสุขภาพ |สุขภาพจิต |สุภาพสตรี |การตรวจสุขภาพ |การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด |เพศศึกษา | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator
 

タイ(バンコク)のホテル・サービスアパート

SEO 検索エンジン対策

 当広告について

โรคไขมันในเลือด

ไขมันในเลือด

เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมาเมื่อท่านไปพบแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพและพบว่าไขมันในเลือดสูง แพทย์มักจะแนะนำว่า ให้รับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ แต่ปัจจุบันต้องเน้นถึงชนิดของไขมันในอาหาร หากมีไขมันที่ไม่ดีมากก็จะทำให้เกิดโรคหัวใจได้ง่ายขึ้น หากมีไขมันดีมากจะช่วยลดการเกิดโรคหัวใจ

 

ไขมัน Cholesterol คืออะไร

Cholesterol จะพบว่าเป็นส่วนประกอบของเซลล์ผิว ฮอร์โมนและอยู่ในกระแสเลือด ร่างกายของคนเราได้ cholesterol จากสองแหล่งคือ

  • จากอาหารที่เรารับประทาน เช่นเครื่องใน เนื้อ นม ไขมันที่เรารับประทานเข้าไปจะไปสะสมในตับ
  • จากการสร้างของตับ

เป็นผลรวมของไขมันทุกชนิดของร่างกาย หากมีค่าสูงก็จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ

ระดับTotal Cholesterol
น้อยกว่า 200 mg/dL "ระดับไขมันที่ต้องการ" ไขมันระดับนี้จะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจต่ำ ค่าที่มากกว่า 200 มก.%จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
200 - 239 mg/dL "ความเสี่ยงปานกลาง."
240 mg/dL and above "ความเสี่ยงสูง" ผู้ที่มีไขมันระดับนี้จะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจเป็น 2 เท่าของผู้ที่มีไขมันต่ำกว่า 200มก.%L.

วิธีการลด Total Cholesterol

ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจมี 5 ข้อ
  • อายุ :ชายมากกว่า 45,หญิงอายุมากกว่า 55 ปี
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจมาก่อน (ชายก่อนอายุ 55 หญิงก่อนอายุ 65 ปี)
  • เป็นความดันโลหิตสูง
  • สูบบุหรี่
  • ค่า HDL<40 มก./ดล
  • ลดอาหารไขมันอิ่มตัวให้น้อยกว่า 10%ของปริมานไขมันทั้งหมด
  • ลดอาหารที่มีไขมันให้น้อยกว่า30%ของพลังทั้งหมดที่ได้ในแต่ละวัน
  • ทานอาหารที่มีกาก
  • คุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

เป็นไขมันที่ประด้วยกรดไขมัน 3 ชนิดรวมกัน Triglyceride มาจาก

  • จากอาหารที่เรารับประทาน
  • จากการสร้างในตับ

 

เมื่อเรารับประทานอาหารไขมัน triglyceride และ cholesterol จะถูกดูดซึมในรูปแบบที่เรียกว่า chylomicron

เป็นไขมันอีกชนิดที่พบในกระแสเลือดและเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดหลอดเลือดหัวใจตีบได้ ปัจจัยที่ทำให้ระดับ triglycerideมีค่าสูงได้แก่

  • อ้วนหรือน้ำหนักเกิน
  • ไม่ออกกำลังกาย
  • สูบบุหรี่
  • ดื่มสุรามาก
  • รับประทานอาหารพวกแป้งมากเกินไป
  • โรคประจำตัวเช่น โรคเบาหวาน โรคไตรั่ว โรคไตวาย
  • การใช้ยาบางชนิดเช่น ยาคุมกำเนิด ยาฮอร์โมน ยาsteroid
  • โรคทางพันธุกรรม

ระดับปกติ

น้อยกว่า 150 มก.%
ระดับปานกลาง อยู่ระหว่าง150-199 มก.%

ระดับสูง

อยู่ระหว่าง 200-499 มก.%

ระดับสูงมาก

มากกว่า 500 มก.%

วิธีการลดระดับtriglyceride

  • ลดอาหารไขมัน

  • ลดอาหารพวกแป้ง

  • ลดแอลกอฮอร์

  • ลดน้ำหนัก
  • หยุดสูบบุหรี่
  • รักษาเบาหวาน

High Density Lipoprotein [HDL] cholesterol

เป็นไขมันที่ดี หน้าที่ของไขมันนี้จะนำเอาไขมันที่ไม่ดีออกจากผนังหลอดเลือดและนำไขมันไม่ดีไปสู่ตับ ดังนั้น HDL จึงทำหน้าที่ป้องกันหลอดเลือดแข็ง นอกจากนั้นยังเชื่อว่า HDL

  • เป็นสารต้านอนุมูลอิสระป้องกัน LDL ทำปฏิกิริยากับ oxygen ซึ่งจะนำไปสู่การแข็งตัวของหลอดเลือด
  • มีฤทธิ์ต้านการอักเสบของผนังหลอดเลือด
  • ป้องกันลิ่มเลือดแข็งตัว Antithrombotic
HDL-Cholesterol Levels

น้อยกว่า 40 mg/dL

เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด

อยู่ระหว่าง 40 to 59 mg/dL

 HDL, ยิ่งสูงยิ่งดี

มากกว่า 60 mg/dL

 HDL มากกว่า 60 mg/dL จะป้องกันโรคหัวใจ

สาเหตุที่ทำให้ระดับ HDL มีค่าต่ำได้แก่

การดูแลผู้ป่วยที่มี HDL ต่ำ

  • พบว่าการเพิ่มขึ้นของ HDL เพียงเล็กน้อยก็สามารถลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ พบว่าการเพิ่มขึ้นของ HDL 1 mg%จะลดอัตราการเกิดโรคหัวใจได้ 2-4 %

Low Density Lipoprotein[LDL] Cholesterol

Cholesterol ในเลือดส่วนใหญ่อยู่ในรูป LDL ซึ่งดป็นไขมันที่ไม่ดี และหากมีมากมันจะเกาะตามผนังหลอดเลือดและทำลายผนังหลอดเลือดดังนั้นหากมีไขมันชนิดนี้สูงจะทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ LDL Lipoproteine จะไปจับกับผนังหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดแข็งและตีบ

LDL-Cholesterol Levels

น้อยกว่า 100 mg/dL

ค่าที่ต้องการ

100 - 129 mg/dL

ใกล้ค่ามาตรฐาน

130 - 159 mg/dL

สูงปานกลาง

160 - 189 mg/dL

สูง

มากกว่า 190 mg/dL

สูงมากๆ

วิธีการลด LDL

ประโยชน์ของการลด LDL Cholesterol

จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าการลด LDL จะมีผลดีต่อสุขภาพดังนี้

ไขมันที่ดีได้แก่ HDL Cholesterol

ไขมันนี้จะเป็นไขมันที่ดีโดยจะพาเอา CHOLESTEROL ที่เกาะที่ผนังหลอดเลือดออกมาเก็บไว้ที่ตับ ผู้ที่มีไขมัน LDL สูงและ ไขมันHDL ต่ำจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจสูงมาก

 

ไขมันสูงกับภาวะสุขภาพ

โรคหัวใจ

โรคหลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจตีบเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆของประเทศ ไขมันในโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงข้อหนึ่งของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ การเปลี่ยนแปลงอาหาร และการออกกำลังกายสามารถระดับไขมันในเลือดได้ และลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบ ถ้าหากcholesterol ในเลือดสูงไขมันจะเกาะติดผนังหลอดเลือดแดงที่เรียกว่า  plaque ขบวนการที่ทำให้หลอดเลือดตีบเรียก Atherosclerosis ซึ่งหากเป็นมากทำให้หลอดเลือดแดงตีบ เลือดไปเลี้ยงไม่พอจึงเกิดอาการ เช่นเจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด หรืออัมพฤกษ์ นอกจากนั้นคราบไขมันอาจจะหลุดจากผนังหลอดเลือดทำให้เกิด อาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

นอกจากระดับ cholesterol แล้วปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดหลอดเลือดแข็งคือ ตัวที่จะพาไขมันไปตามเส้นเลือดซึ่งเรียกว่า lipoprotein ที่สำคัญมีสองชนิดคือ

  • Low-density lipoproteins (LDL) ซึ่งจะพา cholesterol จากตับไปสู่ร่างกาย LDL เป็นไขมันที่ไม่ดีหากมีมากจะทำให้เกิดหลอดเลือดแดงตีบได้ง่าย
  • High-density lipoproteins (HDL) เป็นตัวที่พา cholesterol จากร่างกายเข้าสู่ตับ หากมีHDL สูงการเกิดโรคหลอดเลือดจะน้อยลง

มะเร็งเต้านม

พบว่าประเทศที่รับประทานอาหารมันจะมีอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งเต้านมสูง แต่ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด ประเทศทางยุโรปได้พบว่าหากรับประทานอาหารที่มีไขมัน monounsaturated fats (พบมากในน้ำมัน olive oil). จะเกิดโรคมะเร็งเต้านมต่ำ อ่านที่นี่

มะเร็งลำไส้ใหญ่

ก่อนหน้านี้มีความเชื่อว่ารับประทานไขมันมากจะเกดโรคมะเร็งลำไส้ได้มาก แต่ปัจจุบันพบว่าการรับประทานเนื้อแดงจะมีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ อ่านที่นี่

มะเร็งต่อมลูกหมาก

จากข้อมูลที่ได้ยังไม่พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจน แต่มีความเชื่อว่าการรับประทานอาหารไขมันอิ่มตัว มากจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก อ่านที่นี่

โรคอ้วน

ก่อนหน้านี้แพทย์จะแนะนำเรื่องลดน้ำหนักโดยการลดอาหารมันซึ่งไม่ถูกต้องทั้งหมด ปัจจุบันแนะนำให้รับประทานปริมาณไขมันไม่เกิน 30 %ของปริมาณผลังงานทั้งหมดและ ให้ลดปริมาณพลังงานที่รับประทานในแต่ละวัน อ่านที่นี่

ระดับไขมันแค่ไหนถึงจะดี

ประเทศอเมริกาได้กำหนดระดับไขมันที่เหมาะสมสำหรับคนที่มีอายุมากกว่า 20 ปีไว้ดังนี้

  • Total cholesterolน้อยกว่า 200 (mg/dl)
  • HDL cholesterol มากกว่า 40 mg/dl
  • LDL cholesterol น้อยกว่า 100 mg/dl

ปริมาณไขมันที่ต้องการในแต่ละวัน

สมาคมโรคหัวเบาหวาน สมาคมโรคหัวใจและสมาคมโภชนาของประเทศอเมริกาได้แนะนำให้รับประทานอาหารที่เป็นไขมันไม่เกินร้อยละ 30 ของปริมาณพลังงานทั้งหมด แต่จากการศึกษาพบว่าชนิดของไขมันที่รับประทานจะมีผลต่อสุขภาพมากกว่าปริมาณ โดยพบว่าหากรับประทานอาหารไขมันชนิดไขมันอิ่มตัวและ tran-fatty acid จะทำให้ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจเพิ่มขึ้น ในทางกลับกันหากให้รับประทานอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัว (monounsaturated or polyunsaturated fat ) จะทำให้การเกิดโรคหัวใจลดลง

นอกจากนั้นควรจะรับประทานไขมันที่ได้จากปลา omega-3 ซึ่งจะช่วยลดการเกิดโรคหัวใจ สมาคมโรคหัวใจแนะนำให้รับประทานปลาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

ไขมันกับไข่

เป็นที่ทราบกันดีว่าไขมันสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และปริมาณไขมันในไข่ก็มีปริมาณค่อนข้างสูง ทำให้แพทย์มักจะแนะนำให้ลดการรับประทานไข่ แต่จากการศึกษาพบว่าการรับประทานไข่วันละฟองไม่เพิ่มอุบัติการณ์การเกิดโรคหัวใจ และมีผลต่อระดับไขมันน้อยมาก นอกจากนั้นในไข่แดงยังมี protein, vitamins B12 and D, riboflavin, and folate ซึ่งช่วยลดการเกิดโรคหัวใจ ดังนั้นจึงแนะนำว่าคนปกติสามารถรับประทานได้ทุกวัน สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานให้รับประทานสัปดาห์ละ 2-3ฟอง

ผลของไขมันในเลือดสูงกับเด็ก

สมัยก่อนเชื่อว่าโรคหลอดเลือดแข็งเริ่มต้นตั้งแต่วัยกลางคน แต่ปัจจุบันเชื่อว่าโรคหลอดเลือดแข็งเริ่มตั้งแต่เด็ก และเป็นมากขึ้นอย่างอย่างช้าๆจนเกิดอาการในผู้ใหญ่ นอกจากนั้นยังพบอีกว่าโรคหลอดเลือดหัวใจตีบพบในคนอายุยุน้อยลง จึงพอสรุปได้ดังนี้

  • โรคหลอดเลือดแข็งเริ่มเกิดตั้งแต่เด็ก
  • ระดับ cholesterol ที่สูงตั้งแต่เด็กจะทำให้เกิดโรคหลอดเลือดแข็งในผู้ใหญ่
  • พฤติกรรมในการรับประทานอาหารและกรรมพันธุ์จะมีผลต่อระดับไขมันและการเกิดโรคหัวใจ
  • การลดไขมันตั้งแต่เด็กจะมีประโยชน์ในการป้องกันหลอดเลือดแข็ง
  • งดบุหรี่
  • ให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ตรวจวัดความดันโลหิต หากสูงต้องรักษา
  • ให้ลดน้ำหนักสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักเกิน
  • หากมีโรคเบาหวานต้องรักษา

ระดับไขมันแค่ไหนถึงเหมาะสม

ระดับไขมันของเด็กอายุ 2-19 ปี

ตารางแสดงระดับไขมันที่ยอมรับได้
  ยอมรับได้ ปานกลาง สูง
Total Cholesterol <170 171-199 >200
LDL <110 111-129 >130

 

สาเหตุของไขมันในเลือดสูง

ก่อนการรักษาไขมันสูงต้องพยายามหาสาเหตุเพราะหากแก้ที่ต้นเหตุสำเร็จก็อาจจะไม่ต้องรับประทานยาลดไขมัน

โคเลสเตอรอลของคุณสูงหรือเปล่า
ค่า LDL
  • เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจหรือโรคเบาหวาน ควรน้อยกว่า 100 มก./ดล
  • ไม่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคเบาหวานแต่มีปัจจัยเสี่ยงมากกว่า 2 ข้อ ควรน้อยกว่า 130 มก./ดล
  • ไม่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคเบาหวานแต่มีปัจจัยเสี่ยงน้อยกว่า 2 ข้อ ควรน้อยกว่า 160 มก./ดล
ค่า Triglyceride ควรน้อยกว่า 150 มก./ดล
ค่า HDL ควรมากกว่า 40 มก./ดล
  1. กรรมพันธุ์
  2. อาหารที่รับประทาน
  3. อ้วน
  4. การขาดการออกกำลังกาย
  5. เพศ/อายุ
  6. สุรา
  7. ความเครียด
  8. ยาบางชนิดเช่น ยาฮอร์โมนsteroid
  9. โรคบางอย่างมักจะร่มกับภาวะไขมันสูงได้แก่ โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต ต่อมธัยรอยด์ทำงานน้อย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนอ้วนที่ลดน้ำหนักไม่ได้ หากรักษาน้ำหนักให้คงที่ มีผลดีต่อสุขภาพ อ่านที่นี่

มีการศึกษาว่าความดันโลหิตสูง พบว่าเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัมพาตในชาย แต่การศึกษาล่าสุดพบว่าเสี่ยงทั้งหญิงและชาย และทุกเชื้อชาติ อ่านที่นี่

0แพทย์โรคหัวใจแนะนำให้ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ หรือเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจให้หลีกเลี่ยงยาแก้ปวด เพราะอาจจะทำให้โรคหัวใจกำเริบ อ่านที่นี่

0น้ำมันปลาช่วยลดการเกิดโรคหัวใจ โดยลดไขมัน LDL และอุบัติการการเกิดโรคหัวใจ อ่านที่นี่

0 Aspirin จะช่วยลดอุบัติการณ์ของการเกิดโรคหัวใจ โดยเแพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ แต่ได้มีการสำรวจที่ประเทศอเมริกาพบว่าคนอเมริการับประทาน Aspirin น้อกว่าที่คิด อ่านที่นี่

0ยาแก้ปวดเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ อ่านที่นี่

1แผลร้อนในเรื้อรังมียารักษาแล้ว อ่านที่นี่

1การลดอาหารเค็มนอกจากจะลดความดันโลหิต ยังลดอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด อ่านที่นี่

1การใช้ฮอร์โมนทดแทนสำหรับผู้ป่วยวัยทอง ทำให้เกิดโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้น อ่านที่นี่

1แอสไปรินสามารถป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ อ่านที่นี่

1เลี่ยงดีเกิดไปอาจจะทำให้เป็นโรคหอบหืด อ่านที่นี่

1รับประทานcereal และแมกนีเซียมลดการเกิดโรคเบาหวาน อ่านที่นี่

1การออกกำลังกายจะเพิ่มระดับไขมัน HDL อ่านที่นี่