| โรคไขมันในเลือด >> โรคหัวใจ
ไขมันในเลือดสูงกับความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ
ไขมันในเลือดเป็นปัจจัยเสี่ยงข้อหนึ่งของโรคหัวใจ
การรักษาไขมันในเลือดสูงควรจะรักษาเมื่อความเสียงต่อโรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบสูง
ในการประเมินความเสี่ยงจะต้องเจาะเลือดตรวจระดับไขมัน และความเสี่ยงอื่นๆ
แนะนำให้เจาะเลือดตรวจไขมัน 4 ชนิดคือ LDL,HDL,Triglyceride,Total Cholesterol ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป(ตามมาตราฐานประเทศอเมริกา
สำหรับประเทศไทยไทยจะเจาะเมื่ออายุมากกว่า 45 ปี)หากปกติให้เจาะเลือดทุก 5 ปี
หากไม่ได้อดอาหารให้เจาะเพียง Total Cholesterol การรักษาไขมันในเลือดตามคำแนะนำของสมาคมโรคหัวใจของอเมริกาได้มีการเปลี่ยนแปลงจึงขอนำเสนอขั้นตอนการรักษา
- ขั้นที่1ต้องรู้ระดับไขมันในเลือดโดยการเจาะเลือด ไขมันที่ต้องการรู้มี 3 ตัว
| LDL Cholesterol เป็นเป้าหมายหลักที่จะรักษา |
| <100 |
ค่าที่ต้องการ |
| 100-129 |
ค่าใกล้เคียงปกติ |
| 130-159 |
ค่าค่อนไปทางสูง |
| 160-189 |
สูง |
| >190 |
สูงมาก |
| Total Cholesterol |
| <200 |
ค่าที่ต้องการ |
| 200-239 |
สูงปานกลาง |
| >240 |
สูง |
| HDL Cholesterol |
| <40 |
ต่ำสูง |
| >60 |
สูง |
- ขั้นที่ 2
ให้คุณสำรวจว่าคุณเป็นโรคหลอดเลือดแดงแข็งหรือไม่ หรือโรคอื่นเช่น
โรคเบาหวานหรือโรคอื่นๆที่จัดเทียบเท่าโรคหลอดเลือดแดงแข็งได้แก่
- โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
- โรคหลอดเลือดแดงใหญ่ที่คอตีบ
- โรคหลอดเลือดแดงขาตีบ
- โรคหลอดเลือดแดงใหญ่ในท้องโป่งพอง
- โรคเบาหวาน
- ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหลายข้อและมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจมากกว่า
20%ใน 10 ปี
- ขั้นตอนที่ 3
ให้สำรวจดูว่าคุณมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบข้างล่างนี้กี่ข้อ
- สูบบุหรี่
- ความดันโลหิตสูง(มากกว่า 140/90 หรือกำลังรับประทานยาลดความดันโลหิต)
- LDL<40 มก.%
- อายุ(ชายอายุมากว่า 45 ปี หญิงอายุมากกว่า 55 ปี
หากอายุมากกว่านี้ถือเป็นปัจจัยเสี่ยง)
- ประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบก่อนวัย(ชายเป็นก่อนอายุ 55
ปีหญิงเป็นก่อนอายุ 65 ปี)
หากว่าค่า HDL ของคุณมากกว่า 60
มก.%ให้หักความเสี่ยงที่ได้ลงไปหนึ่ง เช่นหากคุณเป็นผู้ชายอายุ 55 ปี สูบบุหรี่
เป็นความดันโลหิตสูง LDL=35มก.% HDL=65 มก.% คุณมีปัจจัยเสี่งทั้งหมด 4-1=3 ข้อ
หากคุณมีปัจจัยเสี่ยง๖อโรคหัวใจมากกว่า 2 ข้อ(ไม่นับรวม LDL)โดยที่ไม่มีโรคหลอดเลือดแดงแข็งให้เปิดตารางดูว่าคุณมีโอกาสเป็นโรคหัวใจใน
10 ปีเป็นเท่าใดโดยดูตารางนี้ ผู้ชายคลิกที่นี่ ผู้หญิงคลิกที่นี่
เมื่อคุณได้อัตราเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจแล้ว ทางปฏิบัติจะแบ่งเป็น 3
ระดับ
- มากกว่า 20% = CHD risk-equivalent
- 10-20%
- น้อยกว่า10%
- ขั้นตอนที่ 4มาจัดกลุ่มความเสี่ยงเพื่อกำหนดเป้าหมายในควบคุมระดับ LDLและระดับไขมันที่ต้องเริ่มรักษาโดยการเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการใช้ยาตามตารางข้างล่าง
| กลุ่มความเสี่ยง |
ระดับ LDL เป้าหมาย |
ระดับ LDL ที่เริ่มรักษาโดยการเปลี่ยนพฤติกรรม[TLC] |
ระดับ LDL ที่ต้องใช้ยารักษา |
ผู้ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เบาหวาน(
หรือผู้ที่มีอัตราเสี่ยงมากกว่า 20%ใน 10 ปี) |
น้อยกว่า 100 |
มากกว่า 100 |
มากกว่า 130 มก.%(สำหรับผู้ที่มีระดับ LDL อยู่ระหว่าง 100-129 แพทย์แนะนำให้เปลี่ยนพฤติกรรมก่อน) |
ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ(ตามขั้นตอนที่3)มากกว่า 2
ข้อ(อัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจน้อยกว่า 20%) |
น้อยกว่า 130 |
มากกว่าหรือเท่ากับ
130 |
>130 มก.%(สำหรับผู้ที่มีอัตราเสี่ยง 10-20%) |
| >160 มก.%(สำหรับผู้ที่มีอัตราเสี่ยงน้อยกว่า 10%) |
ปัจจัยเสี่ยงน้อยกว่า 1 |
น้อยกว่า 160มก.% |
มากกว่า 160 มก.% |
มากกว่า 190 มก.% |
- ขั้นตอนที่
5หากค่า LDL มากกว่าค่าเป้าหมายให้เริ่มรักษาโดยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม [Therapeutic lifestyle change ]ซึ่งมีลักษณะดังนี้
1.ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอาหารดังนี้
- พลังงานที่มาจากไขมัน 25-35 %ของพลังงานทั้งหมด
- รับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวน้อยกว่า 7 %
- รับประทานไขมันไม่อิ่มตัวแบบเชิงซ้อน polyunsaturated เพิ่มเป็นร้อยละ 10 ของพลังงานทั้งหมด
- ไขมันไม่อิ่มตัวแบบเชิงเดี่ยว monounsaturated เพิ่มเป็นร้อยละ 20 ของพลังงานทั้งหมด
- รับประทาน
- และปริมาณไขมัน cholestero <200 mg%
- รับประทานพวกแป้งให้ได้พลังงาน
50-60%ของพลังงานทั้งหมด
- รับประทานโปรตีน 15 %ของพลังงานทั้งหมด
- ให้รับประทานใยอาหารมากกว่า 20-30 กรัม/วันและ stanol มากกว่า 2 กรัม/วัน
- พลังงานที่รับทั้งวันขึ้นกับการทำงาน
การออกกำลังกาย และน้ำหนักรายละเอียดอ่านที่นี่
2.ให้ลดน้ำหนัก
น้ำหนักที่เหมาะสมสำหรับชาวเอเชียคือน้ำหนักที่ดัชนีมวลกายเท่ากับ 23 รายละเอียดอ่านที่นี่
3.ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายเพิ่มให้ร่างกายใช้พลังงานเพิ่มและลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน รายละเอียดอ่านที่นี่
- ขั้นตอนที่6
หลังจากการรักษาด้วยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม 3 เดือนแล้วระดับ LDL ยังเกินเป้าหมายจะต้องใช้ยารักษา
การใช้ยาจะทำควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ยาที่ใช้รักษาไขมันมีดังนี้
HMG CoA reductase inhibitor [ statin ]
- ยาในกลุ่มนี้ประกอบด้วย Lovastatin[ 20-80 mg], Simvastatin [
20-80mg ], Fluvastatin [20-80 mg ], Atrovastatin [10-80 mg]
- ยาในกลุ่มนี้ลด LDLได้ร้อยละ 18-55% เพิ่ม HDLได้ร้อยละ 5-15%และลด TGได้ร้อยละ 7-30%
- พบว่าการให้ยานี้เพื่อลดไขมันจะทำให้อัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง
- ผลข้างเคียงของยาจะทำให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อและตับ
- ข้อห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีตับอักเสบเฉียบพลันและตับอักเสบเรื้อรังและห้ามใช้ร่วมกับยา cyclosporin ยารักษาเชื้อรา
Bile acid sequestrants
- ยาในกลุ่มนี้ได้แก่ Cholestyramine [4-16 g],Colestipol
[5-20gm],Colesevelam[2.6-3.8gm]
- ยากลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ในการจับกับไขมันในลำไส้เพื่อขับออกทางอุจาระ
- ยากลุ่มนี้ลด LDLได้ร้อยละ15-30%และเพิ่มระดับ HDLได้ร้อยละ 3-5 %
- ผลข้างเคียงของยาแน่นท้อง ท้องผูก ลดการดูดซึมของยาบางชนิด
- ข้อห้ามใช้ ในผู้ป่วยที่มีtriglycerideสูงกว่า 400 มก.%
Nicotinic acid
- ยากลุ่มนี้ได้แก่ Nicotinic acid[ 1.5-3 gm ]จัดเป็นวิตามิน B
- ยากลุ่มนี้ลดLDLได้ 5-25 % เพิ่ม HDL15-35%
ลดTriglycerideได้ร้อยละ20-50
- ผลข้างเคียงของยากลุ่มนี้คือ คันตามตัว ร้อนตามตัวซึ่งจะเกิดหลังจากรับประทานยาไปครึ่งชั่วโมง หน้าแดง น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น กรดยูริกเพิ่ม แน่นท้อง
และตับอักเสบ
- ข้อห้ามใช้คือ โรคตับ โรคเกาท์ โรคเบาหวาน โรคกระเพาะ
- ขนาดที่ใช้รักษา 1-3 กรัม/วัน
Fibric acid
- ยากลุ่มนี้ได้แก่ Gemfibrizil [600-1200 mg],Fenofibrate [200
mg]
- ยากลุ่มนี้ลดLDLได้ร้อยละ 5-20 เพิ่มHDLได้ร้อยละ
10-20 ลดTriglycerideได้ร้อยละ 10-20
- ยานี้เหมาะสำหรับผู้ที่มี Triglyceride สูง,LDL สูงและมี HDL ต่ำ
- ยานี้เมื่อใช้ร่วมกับยาในกลุ่ม statin จะลดไขมันที่ LDLสูงและมี triglyceride สูง แต่การให้ยาร่วมกันต้องระวังภาวะกล้ามเนื้ออักเสบ
- ผลข้างเคียงของยากลุ่มนี้คือ คลื่นไส้ อาเจียน แน่นท้อง ปวดกล้ามเนื้อ อาจจะทำให้เกิดการอักเสบของตับ อาจจะทำให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดีหากใช้ยานี้ไปเป็นระยะเวลานานๆ
- ข้อห้ามใช้ผู้ที่มีตับวายและไตวาย
- ขั้นตอนที่ 7 คุณต้องค้นหาว่าตัวคุณมีภาวะ Metabolic อsyndrome คือภาวะที่มีกลุ่มของอาการโดยสาเหตุเกิดจากหลายๆสาเหตุ
สาเหตุที่สำคัญคือภาวะดื้อต่ออินซูลินซึ่งจะพบภาวะนี้ในผู้ป่วยก่อนที่จะเป็นโรคเบาหวาน
การที่จะทราบว่ามีกลุ่มอาการนี้หรือไม่ลองดูตารางข้างล่างนี้หากคุณมี 3
ข้อขึ้นไปถือว่าคุณมีภาวะ Metabolic syndrome
| ปัจจัยเสี่ยงต่อ Metabolic syndrome |
เกณฑ์การวัด |
| 1.อ้วนลงพุง |
โดยการวัดเส้นรอบเอว |
| ผู้ชาย |
ผู้ชาย< 102ซม(เอเชียไม่เกิน 90 ซม) |
| ผู้หญิง |
ผู้หญิง< 88 ซม(เอเชียไม่เกิน 80 ซม) |
| 2.Triglyceride |
>150 mg.% |
| 3.HDL Cholesterol |
|
| ผู้ชาย |
<40mg% |
| ผู้หญิง |
<50mg.% |
| 4.ความดันโลหิต |
>130/85 mmHg |
| 5.ระดับน้ำตาล |
>110 mg.% |
เมื่อสำรวจแล้วหากคุณพบว่าคุณมีมากกว่า 3 ข้อคุณต้องรักษาภาวะ Metabolic syndrome ซึ่งมีวิธีการรักษาดังนี้
- รักษาโรคหรือภาวะพื้นฐาน
- ควบคุมน้ำหนัก
- ออกกำลังกาย
- รักษาโรคอื่นที่เป็น
- รักษาความดันโลหิตสูง
- รับประทาน aspirin ป้องกันโรคหลอดเลือดแดงแข็ง
- รักษาโดยการลด triglyceride และเพิ่ม HDL
- ขั้นตอนการรักษาขั้นที่8 หลังจากที่สามารถควบคุมระดับ LDL ได้ตามเป้าหมายแล้ว แพทย์ผู้รักษาจะให้การรักษาระดับ Triglyceride เป็นลำดับต่อมา ค่าปกติของระดับ Triglyceride
| <150 |
ค่าปกติ |
| 150-199 |
สูงเล็กน้อย |
| 200-499 |
สูง |
| >500 |
สูงมาก |
ในการรักษาระดับ Triglyceride จะแบ่งระดับตามความรุนแรงดังนี้
- ระดับ Triglyceride น้อยกว่า 150มก.%
- เป้าหมายให้คุม LDL ให้ได้ตามเป้าหมาย
- ลดน้ำหนักให้ได้ตามเกณฑ์
- ออกกำลังกาย
- หากระดับ Triglyceride ยังมากกว่า 200 มก.%จะต้องให้ยาเพื่อลดระดับของ Non-HDL-Cholesterol ให้ได้ตามเป้าหมาย
วิธีการอาจจะทำได้โดย
- เพิ่มยาลด LDL
- เพิ่มยาในกลุ่ม nicotinic หรือ fibrate
- หาก Triglyceride มากกว่า 500 มก.%ให้รักษาระดับtriglyceride ก่อนเพื่อป้องกันตับอ่อนอักเสบ
- ให้รับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำกว่ำ 15
%ของพลังงานทั้งหมดหรือจะพูดภาษาชาวบ้านก็คือหลีกเลี่ยงอาหารมันให้มากที่สุด
- ลดน้ำหนักและออกกำลังกาย
- ให้ยาในกลุ่ม fibrate หรือ nicotinic
- เมื่อระดับ triglyceride น้อยกว่า 500 มก.%จึงค่อยมารักษาระดับ LDL
การรักษาระดับHDL ที่ต่ำกว่า 40 มก%
- ให้รักษาระดับ LDL ก่อน
- ลดน้ำหนักและออกกำลังกาย
- ถ้าระดับ triglyceride อยู่ระหว่าง 200-499 มก.%ให้คุมระดับ Non-HDL-Cholesterol ให้ได้ตามเป้าหมาย
- หากระดับ triglyceride น้อยกว่า 200 มก.%ให้ยา fibrate หรือ nicotinic
ระดับไขมัน Non-HDL-Cholesterol เป้าหมาย
| กลุ่มความเสี่ยง |
ระดับ LDL เป้าหมาย |
Non-HDL-Cholesterol |
| ผู้ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เบาหวาน(
หรือผู้ที่มีอัตราเสี่ยงมากกว่า 20%ใน 10 ปี) |
น้อยกว่า 100 |
น้อยกว่า 130 |
| ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ(ตามขั้นตอนที่3)มากกว่า 2
ข้อ(อัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจน้อยกว่า 20%) |
น้อยกว่า 130 |
น้อยกว่า 160 |
| ปัจจัยเสี่ยงน้อยกว่า 1 |
น้อยกว่า 160มก.% |
น้อยกว่า 190 |
ไขมันในเลือด การเจาะเลือดตรวจ การรักษา อาหารสำหรับ cholesterol สูง อาหารสำหรับ triglyceride สูง การประเมินความเสี่ยง butter vs magarine ไขมันที่ดีและไม่ดี |