|
โรคเบาหวานเป็นโรคที่พบทั่วโลกและมีอัตราการเพิ่มของผู้ป่วยทุกปี
เมื่อเป็นโรคเบาหวานระยะเวลาหนึ่งแล้วจะเกิด โรคแทรกซ้อนทาง
ตา ไต หัวใจ ระบบประสาท
เป็นต้น ปัจจุบันได้มีการรักษาโรคเบาหวานดีขึ้น
มียาหลายชนิดออกสู่ท้องตลาดแต่โรคแทรกซ้อนก็ยังไม่ได้ลดเท่าที่ควรจะเป็นแม้ว่าจะควบคุมโรคเบาหวานอย่างเคร่งครัด ก็ยังเกิดโรคแทรกซ้อน จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์และวงการแพทย์ให้ความสนใจว่าการรักษาโรคเบาหวานนั้นสายเกิดไปหรือไม่ หากจะให้ได้ผลดีก็น่าจะป้องกันโรคเบาหวาน สำหรับผู้ที่มีระดับน้ำตาล
110-125 ม.%จัดเป็นภาวะเสี่ยงต่อเบาหวาน ในกลุ่มนี้ก็มีหลักฐานว่าเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง
มีรายงานการป้องกันโรคเบาหวานออกมา 4 รายงานโดย 2
รายงานจะใช้การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยให้ลดน้ำหนักลง 5-8%
ลดปริมาณไขมันที่รับประทานลงเหลือไม่เกิน 30% ลดไขมันอิ่มต่ำน้อยกว่า 10%
เพิ่มอาหารที่มีใยอาหารมากกว่า 15 กรัม/วัน ออกกำลังกายมากกว่า 150 นาที/สัปดาห์
ซึ่งสามารถลดอัตราการเกิดเบาหวานลงได้ร้อยละ 58 ส่วนอีก 2
รายงานใช้ยาในการป้องกันโรคเบาหวานผลสามารถลดอัตราการเกิดได้ร้อยละ 36-56 %
จากรายงานดังกล่าวซึ่งได้ผลดีจึงได้กำหนดแนวทางในการป้องกันโรคเบาหวาน
เหตุผลในการป้องกันโรคเบาหวาน
- การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาซึ่งสามารถใช้ได้กับทุกโรครวมทั้งโรคเบาหวาน
หากไม่เป็นโรคเบาหวานจะลดภาระทั้งตัวเอง ครอบครัวและประเทศ
- พบว่าผู้ที่มีน้ำตาลอยู่ระหว่าง 100-125 มก.%จะมีโอกาสเป็นเบาหวานสูงมาก
- มีการตรวจหาภาวะ
prediabetic ซ่ึ่งสะดวก
ค่าใช้จ่ายไม่มากและสามารถบ่งชี้การเป็นโรคเบาหวานในอนาคต ได้แก่การตรวจน้ำตาลในเลือดและการตรวจความทนทานต่อน้ำตาล
oral glucose tolerance test
- มีแนวทางในการดูแลเพื่อป้องกันโรคเบาหวานอย่างมีประสิทธิภาพหากดูแลตัวเองได้ดี จะมีอุบัติการณ์ของโรคเบาหวานลดลงร้อยละ
58
- ค่าใช้จ่ายในการคัดกรองไม่แพง
ใครเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน(ประเทศอเมริกาเรียก prediabetes หมายถึงภาวะก่อนเป็นโรคเบาหวาน)
จากหลักฐานของการศึกษาที่ผ่านมาสรุปว่ากลุ่มที่มีลักษณะดังนี้ต้องเข้ารับการตรวจเพื่อจะได้ทราบว่าเป็นกลุ่ม prediabetes หรือไม่
- ผู้ป่วยอายุ 45 ปีและดัชนีมวลกายมากกว่า
25
- ผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 45 ปีและมีดัชนีมวลกายมากกว่า
25และพบภาวะเหล่านี้ร่วมด้วย
- ญาติสายตรงเป็นโรคเบาหวาน
- ความดันโลหิตสูง
- ไขมันในเลือดสูง
- เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์
สำหรับชาวเอเชียแนะนำให้ใช้ดัชนีมวลกาย 23
วิธีการตรวจ
- เจาะเลือดตรวจน้ำตาลหลังอดอาหาร
8 ชั่วโมงหากมีระดับน้ำตาล
10-125มก.%ถือเป็น prediabetes
- ให้รับประทานน้ำตาล 75 กรัมหากระดับน้ำตาลที่ 2
ชั่วโมงหลังจากรับประทานน้ำตาลอยู่ระหว่าง 140-200 มก%ถือเป็น prediabetes
หากว่าท่านได้รับการตรวจแล้วจัดเป็น prediabetes ท่าน ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรคเบาหวานดังนี้
วิธีการป้องกันโรคเบาหวาน
วิธีการป้องกันโรคเบาหวานสามารถกระทำได้ 2 วิธีคือ
- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซึ่งมีวิธีปฏิบัติดังนี้
- ลดน้ำหนักลงให้ได้
5-7 %จากน้ำหนักเบื้องต้นโดยเฉพาะผู้ที่อ้วน(ดัชนีมวลกายมากกว่า 23
สำหรับชาวเอเชีย)
- ออกกำลังกาย 150 นาทีต่อสัปดาห์โดยการเดินเร็วๆและแกว่งแขนแรง
-
การใช้ยาเพื่อป้องกันโรคเบาหวาน มีการใช้ยาเพื่อป้องกันเบาหวาน 3
ชนิดคือโดยการใช้ยาชนิดใดชนิดหนึ่ง
- Metformin สามารถลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานได้ร้อยละ 31ใช้ได้ผลดีในผู้ป่วยอายุน้อย 20-44
ปีและอ้วนดัชนีมวลกายสูง
- Acarbose สามารถลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานได้ร้อยละ 32
- Troglitazone สามารถลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานได้ร้อยละ 56
การป้องกันโรคเบาหวานจะใช้ยาหรือการเปลี่ยนพฤติกรรม
แนะนำให้ใช้การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก่อนเนื่องสามารถการเกิดโรคเบาหวานได้ถึง
58%ขณะที่ใช้ยาลดได้เพียง 36%
และการเปลี่ยนพฤติกรรมจะช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคหัวใจและหลอดเลือดในขณะที่การใช้ยายังไม่มีรายงานดังกล่าว
นอกจากนั้นการใช้ยาต้องใช้ต่อเนื่องอาจจะเกิดผลข้างเคียงของยาในอนาคต
สรุป
- หากท่านเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานท่านต้องเจาะเลือดเพื่อตรวจว่าท่านเป็นภาวะ prediabetes หรือไม่
- หากท่านเป็น prediabetes ท่านจะต้องออกกำลังกายวันละ 30
นาที 5วันต่อสัปดาห์
- ท่านต้องคุมอาหารเพื่อให้น้ำหนักลดลง 5-7%
เรียบเรียง17/03/03
|