โรคเบาหวานชนิดที่2
[Type 2 diabetes]
เคยเรียกว่า non-insulin-dependent diabetes[NIDDM]
เกิดในผู้ป่วยอายุมากกว่า30ปี
และมักจะอ้วน
ผู้ป่วยเบาหวานชนิดนี้อาจจะไม่มีอาการเหมือนผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่หนึ่งเนื่องจากอาการค่อยๆเป็นโดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว
บางรายเกิดโรคแทรกซ้อนตั้งแต่วินิจฉัยได้
สาเหตุ
เมื่อเรารับประทานอาหารเข้าไปสารอาหารจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลและถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดร่างกายก็ขับฮอร์โมนชื่ออินซูลินเพื่อนำน้ำตาลเข้าเซลล์โรคเบาหวานชนิดนี้เกิดจากหลายสาเหตุรวมกันได้แก่
ตับ กล้ามเนื้อ
เซลล์ไขมันมีความทนทานต่ออินซูลินเพิ่ม [insulin resistance]
และความผิดปกติเกี่ยวกับการหลั่งอินซูลิน [impaired
beta -cell function] ของตับอ่อน
ส่วนว่าอะไรเป็นสาเหตุนำยังไม่ทราบแน่ชัด
โรคเบาหวานไม่หายขาดแม้ว่าท่านผู้อ่านจะควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีท่านยังต้องดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง
การรักษา
โรคแทรกซ้อนที่สำคัญ
- ภาวะน้ำตาลสูง [Hyperglycemia]
มักเกิดในผู้ป่วยที่ได้รับยาไม่พอหรือมีภาวะเครียด
เช่น มีไข้ เครียดอื่นๆ
ผู้ป่วยจะมีอาการ
- ปวดศีรษะ
- ตามัว
- หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย
- ผิวแห้ง คันตามตัว
เมื่อน้ำตาลในเลือดสูงมากจะก่อให้เกิดปัญหาคือ
- ร่างกายสร้างคีโตนเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นพิษต่อร่างกายควรหาคีโตนในปัสสาวะในกรณีดังต่อไปนี้
- เมื่อมีอาการของน้ำตาลในเลือดสูง
- น้ำตาลในเลือดเกิน 240 มก.%
- เมื่อกำลังป่วย
รีบปรึกษาแพทย์เมื่อพบน้ำตาลในเลือดสูงร่วมกับพบคีโตนในปัสสาวะ
- ร่างกายขาดน้ำเมื่อน้ำตาลในเลือดสูงต้องดื่มน้ำให้พอ
- น้ำตาลในเลือดต่ำ
[Hypoglycemia]
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำไปซึ่งอาจจะเกิดจาก
- ได้รับอินซูลินมากไป
- กินอาหารน้อยไป
- ออกกำลังมากไป
- ดื่มแอลกอฮอล์ขณะท้องว่าง
ผู้ป่วยที่มีอาการน้ำตาลต่ำจะเกิดอาการ
- หิว
- ใจสั่น
- เพลีย
- สับสน
- หมดสติ
ให้รีบแก้ไขโดยกินน้ำผลไม้ครึ่งแก้ว
น้ำหวาน 4 ช้อนชา หรือนม 1 แก้ว
- โรคแทรกซ้อนอื่นๆ
หน้าหลัก ใครที่เสี่ยงต่อเบาหวาน |