โรคเบาหวานและโรคแทรกซ้อน
หน้าเริ่มต้น ภาวะฉุกเฉิน |โรคหัวใจ | โรคความดันโลหิตสูง |โรคไต|โรคตา|โรคปลายประสาทอักเสบ|โรคเบาหวานกับเท้า
ผู้ป่วยโรคเบาหวานมักจะเกิดโรคแทรกซ้อน ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีอายุยืนยาวขึ้น
แนวความคิดที่จะป้องกันโรคแทรกซ้อนเฉียบพลัน
เช่นการเกิดภาวะน้ำตาลต่ำไม่เพียงพอจำต้องป้องกันภาวะแทรกซ้อนเรื้อรัง เป็นที่ทราบกันดีว่าโรคเบาหวานเป็นโรคที่รักษาไม่หาย
แต่จุดประสงค์ที่สำคัญคือการรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตใกล้เคียงคนปกติ
และลดโรคแทรกซ้อนที่เกิดกับผู้ป่วยเบาหวาน
โรคแทรกซ้อนที่พบแบ่งออกเป็น
- ภาวะฉุกเฉินสำหับผู้ป่วยเบาหวาน
ได้แก่
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
หรือทางการแพทย์เรียก Hypoglycemia
ภาวะช๊อกจากน้ำตาลในเลือดสูงเรียก Hyperosmolar coma หรือภาวะเป็นกรดในเลือดเรียก Diabetic ketoacidosis
ทั้งหมดดังกล่าวเป็นภาวะที่ผู้ป่วยและญาติต้องทราบสาเหตุ
อาการและการแก้ไขเบื้องต้น
เนื่องจากหากไม่ได้รับการแก้ไขให้ทันเวลาอาจจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตก่อนเวลาอันควรรายละเอียดคลิกที่นี่
- โรคเบาหวานชนิดที่
1 และ 2 มักจะมีโรคแทรกซ้อนระยะยาว Chronic
complication
เป็นโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากการเป็นโรคเบาหวานเป็นระยะเวลาหลายปี
เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดแข็งภาวะที่พบบ่อยๆคือ
โรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคความดันโลหิตสูง โรคไต
โรคตา โรคปลายประสาทอักเสบ
โรคเบาหวานกับเท้า
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีอัตราการตายจากโรคหัวใจสูงกว่าคนปกติ 2-4 เท่า
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าคนปกติ 2-4 เท่า
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะเป็นความดันโลหิตสูงร้อยละ 60-65
- โรคเบาหวานเป็นสาเหตุของตาบอดในคนอายุ 20-40 ปี
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะถูกตัดขาเนื่องจากติดเชื้อ
- ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่1จะเกิดโรคแทรกซ้อนเมื่อเป็นเบาหวานหลายปี
- ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่2จะพบโรคแทรกซ้อนเรื้อรังอย่างใดอย่างหนึ่งได้ถึงร้อยละ50
เนื่อจากผู้ป่วยอาจจะเป็นเบาหวานมานาน
หากคุณเป็นโรคเบาหวานท่านต้องตระหนักถึงความรุนแรงของโรคแทรกซ้อน
และท่านจะต้องเรียนรู้ถึงวิธีที่จะหลีกเลี่ยงโรคแทรกซ้อนโดยการคุมโรคเบาหวานอย่างเคร่งคัด
แนวทางการป้องกันโรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน
โรคแทรกซ้อนเกิดจากอะไร
เป็นที่ทราบกันดีว่า
ระดับน้ำตาลที่สูงติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำลายหลอดเลือด
และอวัยวะ เช่น หัวใจ ไต สมอง
การควบคุมระดับน้ำตาลให้ใกล้เคียงปกติรวมทั้งการคุมน้ำหนัก
การออกกำลังกาย
การคุมไขมันในเลือด
โดยสรุปคือการคุมโรคเบาหวานที่ดีสามารถป้องกันหรือชลอการเกิดโรคแทรกซ้อนได้
ผู้ป่วยเบาหวานทุกคนจะมีโรคแทรกซ้อนหรือไม่
เป็นการยากที่จะบอกว่าผู้ป่วยคนไหนจะมีโรคแทรกซ้อน
บางท่านอาจมีโรคแทรกซ้อนหลายอวัยวะ
บางท่านอาจจะยังไม่มีโรคแทรกซ้อนเลยก็ได้
ถ้าท่านเป็นผู้หนึ่งที่เป็นเบาหวานท่านและยังไม่มีโรคแทรกซ้อนท่านควรควบคุมระดับน้ำตาลให้ดีที่สุด
ออกกำลังกาย
ควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ
การป้องกันโรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน
การป้องกันโรคแทรกซ้อนที่เกิดกับขา
ท่านต้องรักษาสุขภาพเท้าให้ดีอยู่เสมอ
ตรวจเท้า
และบริหารเท้าทุกวัน
การป้องกันโรคแทรกซ้อนทางตาให้ตรวจตาทุกปีโดยจักษุแพทย์
กิจกรรมที่ต้องทำทุกวันเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อน
 |
รับประทานอาหารตามแผน
รับประทานอาหารแต่ละมือให้ตรงเวลารวมทั้งอาหารว่าง
และอาหารประจำ
และที่สำคัญปริมาณอาหารควรจะคงที่
และไม่ควรงดอาหารมือใดมือหนึ่ง
หลีกเลี่ยงไขมัน
รักษาน้ำหนักมิให้ดัชนีมวลกายเกิน
23 |
 |
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการดำรงชีวิต
เช่น ทำสวนเพิ่มขึ้น
ทำความสะอาดบ้านเพิ่ม
ใช้เดินหรือขี่จักรยานแทนการนั่งรถ
เดินออกกำลังวันละ 30 นาทีสัปดาห์ละอย่างน้อย
3-5 วัน |
 |
รับประทานยาตามแพทย์สั่งโดยเคร่งครัดควรรับประทานเวลาเดียวกันทุกวัน |
 |
ตรวจปัสสาวะหรือตรวจเลือดหาระดับน้ำตาลทุกวัน
จดผลลงในสมุด
ให้ปรึกษาแพทย์หากระดับน้ำตาลสูงติดต่อกัน
2-3 วัน |
|
ตรวจเท้าท่านทุกวัน |
 |
ทำความสะอาดฟันด้วยแปรง
และไหมขัดฟันทุกวัน
ควรตรวจฟันกับทันตแพทย์เป็นประจำ |
ี่ |
การสูบบุหรี่จะทำให้หลอดเลือดที่เป็นเลี้ยงไต
หัวใจ
และขาลดลงทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามอวัยวะต่างๆ
ปรึกษาแพทย์ของท่านในการเลิกบุหรี่หากท่านเลิกด้วยตัวเองไม่ได้ |
สิ่งที่แพทย์ควรตรวจทุกครั้งที่ท่านได้พบ
เมื่อท่านพบแพทย์ท่านควรจะแสดงผลการตรวจเลือดรวมทั้งปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นเพื่อปรึกษาหาทางแก้ไข
ตารางข้างล่างจะเป็นการแสดงการตรวจที่แพทย์ควรจะทำทุกครั้งที่ผู้ป่วยมาพบ
รวมทั้งแสดงค่าเป้าหมายของการควบคุมที่ดี
ระดับน้ำตาลที่ดี |
-
ให้แสดงผลน้ำตาลที่ท่านเจาะให้แพทย์ดู
-
แจ้งแพทย์ว่าระดับน้ำตาลที่ผ่านมามีสูงไปหรือต่ำไปกี่ครั้ง
|
| น้ำตาลสะสมต้องดี |
|
| น้ำหนัก |
-
ปรึกษาแพทย์ว่าน้ำหนักที่ดีควรเป็นเท่าใดโดยทั่วไปแนะนำให้ดัชนีมวลกายไม่เกิน
23
-
วิธีที่จะทำให้น้ำหนักลดทำอย่างไร
|
ความดันโลหิต |
-
ความดันที่เหมาะสมคือ
130/85 มืลิเมตรปรอท
-
ปรึกษาแพทย์ว่าจะลดความดันสู่ปกติได้อย่างไร
|
| ปรับระดับไขมันที่เหมาะสม |
- LDLน้อยกว่า 100 มก.%
- HDLมากกว่า 45 มก.%
- Triglyceride น้อยกว่า 200มก.%
|
| การรับประทานยา |
-
แจ้งแพทย์ถึงปัญหาเกี่ยวกับการรับประทานยา
|
| เกี่ยวกับเท้า |
-
ให้แพทย์ตรวจเท้าทุกครั้งที่นัด
|
| แผนการออกกำลังกาย |
-
ปรึกษาแพทย์ถึงวิธีออกกำลังกายที่เหมาะสม
|
| การรับประทานอาหาร |
-
ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับประเภทอาหารที่รับประทานได้
ปริมาณ
และเวลาที่รับประทาน
|
| การสูบบุหรี่ |
-
ควรจะเลิกบุหรี่โดยเด็ดขาดหากเลิกไม่ได้ให้ปรึกษาแพทย์
|
ระดับน้ำตาลที่ดีควรเป็นเท่าใด
ระดับน้ำตาลที่ดี
| ระดับน้ำตาลตอนเช้าก่อนอาหาร |
80-120
มิลิกรัม% |
| ระดับน้ำตาลก่อนอาหาร |
80-120
มิลิกรัม% |
| ระดับน้ำตาลหลังอาหาร |
<160
มิลิกรัม% |
| ระดับน้ำตาลก่อนนอน |
100-140
มิลิกรัม% |
การเจาะน้ำตาลสามารถเจาะก่อนอาหารเช้าที่เรียกว่า
Fasting blood sugar
แพทย์บางท่านเจาะน้ำตาลหลังอาหารเรียก
Post pandrial blood sugar
ระดับที่ดีดังแสดงในตาราง ท่านผู้อ่านที่เป็นเบาหวานควรร่วมกับแพทย์ที่ดูแลท่านกำหนดระดับน้ำตาลที่เหมาะสมสำหรับตัวท่าน
และขอคำแนะนำจากแพทย์ของท่านว่าควรเจาะหาน้ำตาลเวลาใดบ้าง
รวมทั้งวิธีการใช้เครื่องตรวจหาน้ำตาลด้วยตัวเอง
ระดับน้ำตาลสะสมคืออะไร Hemoglobin
A-1-c
ระดับน้ำตาลสะสมคือค่าเฉลี่ยของระดับน้ำตาล
3 เดือนที่ผ่านมา
ควรจะตรวจปีละ 2 ครั้ง
แพทย์จะใช้ระดับน้ำตาล
และน้ำตาลสะสม
บอกท่านว่าระดับการควบคุมน้ำตาลของท่านอยู่ในเกณฑ์ดีเพียงใด
ระดับน้ำตาลสะสมที่ดีควรไม่เกิน
7% ถ้าหากเกิน 8
จะต้องปรับแผนการรักษาโดยการปรับ
อาหาร ยา และการออกกำลังกาย
ตารางข้างข้างแสดงความระหว่าน้ำตาลสะสมกับระดับน้ำตาล
ความดันที่เหมาะสมควรเป็นเท่าใด
ความดันของคนปกติไม่ควรเกิน
120/70
มิลิเมตรปรอทสำหรับผู้ป่วยเบาหวานควรคุมไม่ให้เกิน
130/85 มิลิเมตรปรอท ถ้าความดันสูงกว่านี้แพทย์จะให้ยาลดความดันกลุ่ม
ACE inhibitor
การตรวจซึ่งจะตรวจปีละ
1-2 ครั้ง
| น้ำตาลสะสม |
|
| ระดับไขมัน |
-
cholesterol<200 mg%
-
LDL<130mg%
-
TG<200mg%
-
HDL>35mg%
สำหรับชาย
-
HDL>45 mg%
สำหรับ หญิง
|
| การตรวจไต |
-
ตรวจไข่ขาวในปัสสาวะ
เพื่อที่จะให้ทราบว่าเริ่มมีโรคแทรกซ้อนที่ไต
|
| ตรวจตา |
-
ควรได้ตรวจตาโดยจักษุแพทย์ปีละครั้ง
|
| ตรวจช่องปาก |
-
ตรวจฟันโดยทันตแพทย์ปีละ
2 ครั้ง
|
| วัคซีนไข้หวัด |
-
ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดบวม
ไข้หวัดใหญ่
|
|