อินซูลินที่มีมากในมารดาไม่สามารถผ่านรกไปสู่ทารกได้ แต่น้ำตาลและสารอาหารจำนวนจากผ่านจากแม่ไปสู่ทารกทำให้ตับอ่อนของทารก ต้องสร้างอินซูลินเพื่อลดระดับน้ำตาล ผลคือทารกจะอ้วน [macrosomia] ซึ่งอาจทำให้เด็กคลอดยาก และอาจมีบาดเจ็บต่อไหล่ หลังคลอดอาจเกิดภาวะน้ำตาลต่ำเนื่องจากอินซูลินในเลือดสูง เด็กบางรายอาจมีปัญหาระบบหายใจ เด็กกลุ่มนี้โตขึ้นจะมีแนวโน้มเป็นเบาหวาน สำหรับมารดาก็เกิดความดันโลหิตสูงได้ง่ายโรคแทรกซ้อนต่างๆที่อาจเกิดได้แก่
- เด็กพิการแต่กำเนิดเช่น หัวใจ สมอง ไตพบได้น้อยมากในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์เนื่องจากอวัยวะเด็กจะเริ่มสร้างเมื่ออายุครรภ์ 13 สัปดาห์แต่โรคเบาหวานมักจะเกิดหลัง 12 สัปดาห์แล้ว
- เด็กตัวโตดังกล่าวข้องต้น
- เด็กที่เกิดมามีโอกาสเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย
- เกิดครรภ์เป็นพิษได้สูงกว่าคนทั่วไปซึ่งคนท้องจะมีความดันโลหิตสูง ถ้าสูงมากคุณแม่อาจจะชักได้
- น้ำคล่ำมากไปทำให้คุณแม่อึกอัด
- ทางเดินปัสสาวะอักเสบซึ่งอาจจะลุกลามไปไตได้
- เด็กเกิดมาหายใจหอบเนื่องจากปอดเด็กยังทำงานไม่ได้เต็มที่
- แท้ง
- คลอดก่อนกำหนด
- เป็นโรคแทรกซ้อนทางตาเนื่องจากเบาหวานได้มาก
การเฝ้าติดตามผลน้ำตาลและสุขภาพเด็ก
- ควรเจาะน้ำตาลในเลือดเพื่อปรับขนาดยา สำหรับผู้ที่รักษาเบาหวานโดยการฉีดอินซูลินควรจะเจาะน้ำตาลหลังอาหารดีกว่าน้ำตาลก่อนอาหาร
- ไม่แนะนำให้ตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะเนื่องจากไม่เพียงพอ
- ควรจะตรวจความดันโลหิตและปริมาณไข่ขาวในปัสสาวะเพื่อเฝ้าติดตามเรื่องความดันโลหิต
- ตรวจทารกโดยใช่คลื่นเสียงความถี่สูงเมื่อเด็กอายุ 6-7เดือน
|
|
การรักษา
เป้าหมายของการรักษาคือลดระดับน้ำตาลให้ใกล้เคียงคนปกติให้มากที่สุด โดยการ คุมอาหาร ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และการฉีดอินซูลิน และควรจะเจาะเลือดเพื่อปรับขนาดอินซูลิน
- ปรึกษาโภชนากรเพื่อควบคุมอาหารให้มีสารอาหารเพียงพอสำหรับเด็กและมารดา และไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
- ผู้ป่วยที่อ้วน BMI>30 ให้ลดพลังงานลง 30-33%(ประมาณ1800 กิโลแคลอรี)
- ให้ใช้อินซูลินเมื่อคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วระดับน้ำตาลก่อนอาหารเช้ายังสูงกว่า 95 มก.% หรือระดับน้ำตาลหลังอาหาร 2 ชม.มากกว่า 120 มก.%
- น้ำตาลในเลือดหลังอาหาร1 ชมไม่เกิน 140 mg/dl (7.8 mmol/l) หรือน้ำตาลใน plasma 1 ชมไม่เกิน 155 mg/dl (8.6 mmol/l)
หรือน้ำตาลในเลือด( whole blood glucose)2 ชมไม่เกิน 120 mg/dl (6.7 mmol/l) หรือน้ำตาลใน plasma 2 ชมไม่เกิน 130 mg/dl (7.2 mmol/l) - แนะนำให้ออกกำลังกาย
- ไม่ใช้ยาเม็ดลดน้ำตาล
- ให้ใช้อินซูลินที่มีโครงสร้างเหมือนคน [human insulin]
- แนะนำให้คลอดเมื่อตั้งครรภ์ประมาณ 38 สัปดาห์ เนื่องจากหากอายุครรภ์มากกว่านี้โอกาสที่เด็กจะอ้วนมีมาก
- แนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมมารดา
การติดตามโรค
- ควรเจาะน้ำตาลตรวจหาระดับน้ำตาลทุกวันซึ่งจะให้ผลดีกว่าการเจาะเลือดนานๆครั้ง
- ไม่ควรใช้วิธีการตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะในการปรับยา แต่ควรตรวจหา คีโตนในปัสสาวะเพื่อดูว่าพลังงานที่ได้เพียงพอหรือไม่
- เมื่อแม่มาตรวจควรวัดความดันโลหิต และตรวจไข่ขาวในปัสสาวะ
หลังจากคลอดแล้วจะเป็นเบาหวานจะหายหรือไม่
หลังคลอดบุตรเบาหวานจะหายไป หากตั้งครรภ์อีกโอกาสจะเป็นเบาหวาน 2/3 หลังคลอด 6 สัปดาห์ควรเจาะหาระดับน้ำตาล ถ้าปกติให้เจาะเลือดทุก 3 ปี เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานขณะตั้งครรภ์มีโอกาสเป็นเบาหวานชนิดที่สอง ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิต
- ลดน้ำหนัก ซึงจะป้องเบาหวานชนิดที่สองได้
- รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ เพิ่มผัก ผลไม้ ลดอาหารไขมันโดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว
- การออกกำลังกาย ซึ่งป้องกัน insulin resistant
การตรวจวินิจฉัยเบาหวานขณะตั้งครรภ์