|
โรคเบาหวานกับการตั้งครรภ์ | การเตรียมตัวก่อนการตั้งครรภ์ | โรคเบาหวานกับคุณสุภาพสตรี
เนื้อหาของบทนี้จะแบ่งเป็นสองหัวข้อใหญ่กล่าวคือ การเตรียมตัวตั้งครรภ์สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ และการเตรียมตัวตั้งครรภ์สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานแล้ว |
การเตรียมตัวสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ในขณะตั้งครรภ์
การดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานก่อนการตั้งครรภ์
เนื่องจากโรคเบาหวานไม่ว่าจะเป็นชนิดที่
1 หรือ 2
จะเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดความพิการแก่ทารกเชื่อว่าเกิดจากการที่มีน้ำตาลในเลือดสูงในช่วงแรกของการตั้งครรภ์
ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าการวางแผนตั้งครรภ์และการดูแลระหว่างการตั้งครรภ์จะสามารถลดการแท้งและความพิการของทารก
แต่ผู้ป่วยโรคเบาหวานตั้งครรภ์โดยที่ไม่ได้วางแผน
โรคเบาหวานกับการคุมกำเนิด
โรคเบาหวานสามารถใช้วิธีคุมกำเนิดได้ทุกวิธีและเป็นวิธีที่คุ้นเคยและมีประสิทธิภาพเพราะหากตั้งครรภ์อาจจะเกิดผลเสียต่อเด็ก
การเตรียมตัวก่อนการตั้งครรภ์
เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนที่จะเกิด
ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่วางแผนจะตั้งครรภ์ควรที่จะวางแผนตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์โดยจะต้องคุมโรคเบาให้ดีโดยต้องเรียนรู้วิธีการดูแลตัวเอง
- ระดับ
HbA1c ต้องคุมให้ไม่เกิน 7%
แต่ต้องระวังมิให้เกิดน้ำตาลในเลือดต่ำ
- รู้จักวิธีการคุมอาหารที่ถูกต้อง
- สามารถตรวจน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเอง
- ผู้ป่วยและญาติต้องรู้จักอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำและวิธีแก้ไข
- เรียนรู้วิธีออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
- เรียนรู้วิธีลดความเครียด
ข้อมูลที่แพทย์ต้องการเพื่อการวางแผนการรักษา
หากท่านต้องการที่จะตั้งครรภ์ท่านต้องเตรียมข้อมูลก่อนพบแพทย์
ข้อมูลที่แพทย์ต้องการมีดังนี้
- ระยะเวลาที่เป็นโรคเบาหวาน
- เคยมีโรคแทรกซ้อนอะไรบ้างเช่น
การติดเชื้อ ภาวะ ketoacidosis
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
- โรคแทรกซ้อนเรื้อรัง
เช่นโรคเบาหวานเข้าตา โรคไต
โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง
ฯลฯ
- ประวัติการรักษา
การใช้ยา
ผลน้ำตาลในเลือดที่ผ่านมา
การออกกำลังกาย
- โรคโรคอย่างอื่นร่วมด้วยหรือไม่
- ประวัติประจำเดือนรวมทั้งการใช้ยาคุมกำเนิด
เมื่อไปพบแพทย์จะต้องตรวจร่างกายอะไรบ้าง
เนื่องโรคเบาหวานจะมีโรคแทรกซ้อนที่เกิดกับ
ตา ไต หัวใจและหลอดเลือด
ระบบประสาท
แพทย์ก็จะต้องตรวจผู้ป่วยว่ามีโรคเหล่านี้หรือไม่
- แพทย์จะวัดความดันโลหิตทั้งท่านอนและท่ายืน
- ตรวจจอรับภาพของตา
- ตรวจหัวใจและหลอดเลือด
- ตรวจระบบประสาท
การตรวจทางห้องปฏิบัติการณ์ก่อนการตั้งครรภ์
เป็นการตรวจเพื่อดูว่าสามารถคุมโรคเบาหวานได้ดีเพียงใด
หากคุมได้ดีก็ให้ตั้งครรภ์ได้
แพทย์จะเจาะเลือดตรวจดูสิ่งต่อไปนี้
- HbA1c
- การทำงานของไต
- ปริมาณไข่ขาวในปัสสาวะ
ผู้ป่วยที่มีปริมาณไข่ขาวในปัสสาวะมากกว่า
190 มก%/24 ชม.จะมีโอกาสเป็นความดันโลหิตสูงมาก
หากมีปริมาณไขขาวมากกว่า 400
มก%จะมีโอกาสที่เด็กจะไม่เจริญเติบโต
ทั้งนี้ยากลุ่ม ACEI
ก็ไม่ควรให้ในคนท้อง
- ตรวจการทำงานของต่อมธัยรอยด์
- การตรวจอย่างอื่นหากมีความจำเป็น
การวางแผนการรักษา
- ผู้ป่วยต้องเรียนรู้ถึงความเสี่ยงที่จะเกิดเช่น
ความเสี่ยงต่อความพิการของเด็ก
โรคแทรกซ้อนที่จะเกิดกับเด็ก
ผลของการตั้งครรภ์ต่อโรคเบาหวานและโรคแทรกซ้อน
ปัญหาระหว่างคลอด
และความจำเป็นในการควบคุมระดับน้ำตาลให้ดีก่อนการตั้งครรภ์
- การเลือกใช้ยารักษาโรคเบาหวาน
แนะนำให้ใช้ insulin
- ควบคุมระดับ
HbA1c ให้น้อยกว่า 6%ซึ่งมีวิธีการดังนี้
- คุมระดับน้ำตาลก่อนอาหารให้อยู่ระหว่าง
70-100 มก%
- คุมระดับน้ำตาลหลังอาหาร 1 ชั่วโมงให้อยู่น้อยกว่า 155
มก%
- คุมน้ำตาลหลังอาหาร
2 ชม.ให้ต่ำกว่า 1130 มก.%
การที่ให้ตั้งครรภ์ได้ก็ต่อเมื่อระดับ
HbA1c อยู่ในเกณฑ์ปกติ
การตั้งครรภ์กับโรคแทรกซ้อนของเบาหวาน
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
การควบคุมเบาชนิดคุมเข้มมักจะเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
ดังนั้นผู้ป่วยและญาติต้องรู้จักภาวะนี้รวมทั้งวิธีแก้ไข
โรคแทรกซ้อนทางตา
Retinopathy
ผู้ป่วยเบาหวานขณะตั้งครรภ์จะทำให้อาการแทรกซ้อนทางตาเป็นมากขึ้นดังนั้นต้องตรวจตาไว้ก่อนตั้งครรภ์
และระหว่างการตั้งครรภ์จะต้องตรวจเป็นระยะๆ
ความดันโลหิตสูง
โรคเบาหวานชนิดที่
1 และ 2
รวมทั้งการตั้งครรภ์จะทำให้เกิดวามดันโลหิตสูงโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีระดับไข่ขาวในปัสสาวะมากกว่า
190 มก.%ดังนั้นควรที่จะคุมความดันโลหิตสูงให้ดีก่อนการตั้งครรภ์
และควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาในกลุ่มต่อไปนี้
ACEI Bblock ยาขับปัสสาวะ
โรคไต
หากการตั้งครรภ์ทำให้ไตทำงานเสื่อมลง(creatini
มากกว่า 3 มก.%)
ไม่ควรให้ตั้งครรภ์ต่อ
หากปริมาณไข่ขาวมากกว่า 190 มก.%ต้องระวังเรื่องความดันโลหิตสูงในไตรมาศ
2 ของการตั้งครรภ์
โรคหัวใจ
หากมีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบต้องแก้ไขก่อนการผ่าตัด
และควรได้ตรวจความแข็งแรงของหัวใจเพื่อให้แน่ใจไดว่าเมื่อตั้งครรภ์แล้วหัวใจจะทนได้
หน้าแรก
|