ภาพการตรวจสุขภาพไตด้วยเลือดและปัสสาวะ เช่น Creatinine eGFR UACR และ UPCR

BUN คืออะไร?

BUN (Blood Urea Nitrogen) คือปริมาณไนโตรเจนที่อยู่ในสาร ยูเรีย (Urea) ในกระแสเลือด ยูเรียเป็นของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญโปรตีนในร่างกาย เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีโปรตีน หรือเมื่อร่างกายสลายโปรตีนจากเนื้อเยื่อ จะเกิดสารไนโตรเจนรวมทั้งแอมโมเนีย ตับจะเปลี่ยนแอมโมเนียให้เป็นยูเรียซึ่งมีพิษน้อยกว่า จากนั้นยูเรียจะเข้าสู่กระแสเลือดและถูกขับออกทางไต

ดังนั้นระดับ BUN จึงขึ้นกับ 3 ปัจจัยสำคัญ คือ ร่างกายสร้างยูเรียมากเพียงใด เลือดไปเลี้ยงไตดีเพียงใด และไตสามารถขับยูเรียออกได้ดีเพียงใด

นี่เป็นเหตุผลที่ BUN ไม่ใช่ตัวเลขที่ใช้วัดการทำงานของไตโดยลำพัง แต่เป็นข้อมูลที่ต้องนำไปแปลผลร่วมกับ Creatinine, eGFR และอาการของผู้ป่วย

ค่า BUN ปกติเท่าไร?

ผู้ใหญ่ทั่วไปมักมีค่า BUN ประมาณ 6–20 mg/dL แต่ช่วงอ้างอิงอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามวิธีตรวจและห้องปฏิบัติการ

ให้ใช้ช่วงค่าปกติที่ระบุอยู่ในใบรายงานผลเลือดของห้องปฏิบัติการนั้นเป็นหลัก

ตัวเลขที่สูงกว่าค่าปกติเล็กน้อยยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้ ต้องดู Creatinine, eGFR ผลตรวจครั้งก่อน อาหาร สารน้ำ ยาที่ใช้ และอาการร่วมด้วย

BUN และ Creatinine ต่างกันอย่างไร?

หัวข้อ BUN Creatinine
แหล่งกำเนิด เกิดจากการเผาผลาญโปรตีนและการสร้างยูเรียที่ตับ เกิดจากการสลาย creatine และ phosphocreatine ในกล้ามเนื้อ
ผลจากอาหาร เพิ่มได้ชัดเมื่อรับประทานโปรตีนมาก เปลี่ยนตามมวลกล้ามเนื้อและอาจเพิ่มหลังรับประทานเนื้อสุกปริมาณมาก
ผลจากภาวะขาดน้ำ มักเพิ่มเด่น เพิ่มได้หากเลือดไปเลี้ยงไตลดลงจนการกรองลดลง
การจัดการที่ท่อไต ยูเรียมีการดูดกลับที่ท่อไต Creatinine ถูกกรองและมีการหลั่งที่ท่อไตเล็กน้อย
ใช้ประเมินการกรองของไต ไม่ควรใช้เพียงค่าเดียว ใช้คำนวณ eGFR เพื่อประเมินการกรองของไต

หากต้องการประเมินการกรองของไต ค่า Creatinine และ eGFR มีความสำคัญมากกว่า BUN ส่วน BUN ช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาวะสารน้ำ การรับประทานโปรตีน และสาเหตุบางอย่างของการทำงานของไตที่เปลี่ยนไป

BUN สูงเกิดจากอะไร?

เมื่อ BUN สูง ให้คิดถึง 3 กลไกหลัก คือ ร่างกายสร้างยูเรียมากขึ้น เลือดไปเลี้ยงไตลดลง หรือไตขับยูเรียออกลดลง

1. ภาวะขาดน้ำหรือเลือดไปเลี้ยงไตลดลง

เป็นสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ อาเจียน ท้องเสีย ไข้ เสียเหงื่อมาก ดื่มน้ำน้อย เสียเลือด ความดันต่ำ หรือภาวะหัวใจล้มเหลว

2. ร่างกายสร้างยูเรียมากขึ้น

พบได้จากการรับประทานอาหารโปรตีนมาก การใช้ protein supplement เลือดออกในทางเดินอาหาร ภาวะเจ็บป่วยรุนแรงที่มีการสลายโปรตีนมากขึ้น หรือการใช้ corticosteroid บางกรณี

3. ไตขับยูเรียลดลง

พบได้ทั้งใน ไตบาดเจ็บเฉียบพลัน (AKI) และ โรคไตเรื้อรัง (CKD) รวมถึงภาวะทางเดินปัสสาวะอุดกั้นที่ทำให้การทำงานของไตลดลง

ภาวะขาดน้ำทำให้ BUN สูงได้อย่างไร?

เมื่อร่างกายขาดน้ำหรือมีปริมาตรเลือดลดลง เลือดที่ไปเลี้ยงไตจะลดลง ร่างกายจึงพยายามเก็บน้ำไว้โดยเพิ่มการดูดกลับน้ำที่ท่อไต และมีการดูดกลับยูเรียเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้ BUN เพิ่มขึ้นเด่นกว่า Creatinine

ตัวอย่างภาวะที่ทำให้เกิดลักษณะนี้ ได้แก่:

  • อาเจียน
  • ท้องเสีย
  • ไข้สูง
  • เสียเหงื่อมาก
  • ดื่มน้ำได้น้อย
  • เสียเลือด
  • ใช้ยาขับปัสสาวะจนเกิด volume depletion

ถ้า BUN สูงจากภาวะขาดน้ำ การแก้ไขภาวะขาดน้ำจะทำให้ BUN และการทำงานของไตดีขึ้น

หมายเหตุ: ผู้ที่มีหัวใจล้มเหลว บวมมาก ตับแข็ง หรือ CKD ระยะมาก ไม่ควรเพิ่มปริมาณน้ำเองโดยไม่ประเมินภาวะสารน้ำก่อน

รับประทานโปรตีนมากทำให้ BUN สูงได้หรือไม่?

ได้ เพราะเมื่อร่างกายย่อยโปรตีน ตับจะสร้างยูเรียเพิ่มขึ้น การรับประทานเนื้อสัตว์ปริมาณมาก อาหารบุฟเฟต์ โปรตีนชง หรืออาหารโปรตีนสูงก่อนตรวจเลือดจึงสามารถทำให้ BUN สูงขึ้นได้

ดังนั้น BUN สูงหลังรับประทานโปรตีนจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าไตเสื่อมโดยอัตโนมัติ ต้องดู Creatinine, eGFR และผลตรวจเดิมร่วมด้วย

ทำไมเลือดออกในทางเดินอาหารทำให้ BUN สูง?

เลือดที่ออกในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ส่วนต้นจะถูกระบบทางเดินอาหารย่อยเหมือนโปรตีนปริมาณมาก กรดอะมิโนและสารไนโตรเจนที่เกิดขึ้นถูกดูดซึมและนำไปสร้างยูเรียที่ตับ จึงทำให้ BUN สูงขึ้นได้มาก

ดังนั้นผู้ที่มี BUN สูงร่วมกับถ่ายดำ อาเจียนเป็นเลือด หน้ามืด ใจสั่น หรือซีด ต้องคิดถึงภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารและควรได้รับการตรวจโดยแพทย์โดยเร็ว

โรคไตทำให้ BUN สูงอย่างไร?

เมื่อการกรองของไตลดลง ไตจะขับยูเรียออกจากร่างกายได้น้อยลง ทำให้ BUN เพิ่มขึ้น แต่ระดับ BUN ที่สูงไม่สามารถใช้บอกระยะของโรคไตได้อย่างแม่นยำ

หาก BUN สูงร่วมกับ Creatinine สูงและ eGFR ลดลง ต้องหาว่าเป็น:

การแบ่งระยะ CKD ใช้ระดับ GFR/eGFR ร่วมกับ albuminuria และหลักฐานความเสียหายของไต ไม่ได้ใช้ค่า BUN แบ่งระยะ

อ่านเพิ่มเติม: Creatinine สูง eGFR ต่ำ เป็นโรคไตหรือยัง?

ทางเดินปัสสาวะอุดกั้นทำให้ BUN สูงได้หรือไม่?

ได้ หากการอุดกั้นรุนแรงจนทำให้การระบายปัสสาวะและการทำงานของไตลดลง BUN และ Creatinine สามารถเพิ่มขึ้นได้

สาเหตุที่พบได้ เช่น:

  • นิ่วในทางเดินปัสสาวะ
  • ต่อมลูกหมากโต
  • ก้อนหรือเนื้องอกที่กดทางเดินปัสสาวะ
  • การอุดกั้นของท่อไต

หากมี ปัสสาวะออกน้อยลงมาก ปัสสาวะไม่ออก ปวดท้องน้อย หรือปวดสีข้างร่วมกับค่าการทำงานของไตผิดปกติ ต้องประเมินภาวะอุดกั้นโดยเร็ว

BUN/Creatinine Ratio บอกอะไร?

BUN/Creatinine ratio คือการนำค่า BUN หารด้วยค่า Creatinine เพื่อดูว่า BUN เพิ่มขึ้นมากน้อยเมื่อเทียบกับ Creatinine

ตัวอย่าง:

BUN = 40 mg/dL
Creatinine = 1.5 mg/dL
BUN/Creatinine ratio ≈ 27

BUN/Creatinine ratio มากกว่า 20

เป็นเบาะแสว่า BUN เพิ่มขึ้นมากกว่า Creatinine พบได้ใน:

  • ภาวะขาดน้ำหรือเลือดไปเลี้ยงไตลดลง
  • เลือดออกในทางเดินอาหารส่วนต้น
  • รับประทานโปรตีนสูง
  • ภาวะ catabolic
  • การใช้ corticosteroid บางกรณี

ค่า ratio มากกว่า 20 ไม่ได้แปลว่าขาดน้ำแน่นอน ต้องดูประวัติ อาการ ความดัน ปริมาณปัสสาวะ Creatinine eGFR และผลตรวจอื่นร่วมด้วย

BUN/Creatinine ratio ประมาณ 10–15

อาจพบได้ในคนปกติหรือเมื่อ BUN และ Creatinine เพิ่มขึ้นในสัดส่วนใกล้เคียงกัน

ค่า ratio 10–15 ไม่สามารถใช้ยืนยันว่าเป็นโรคของเนื้อไตโดยตรงได้ หากการทำงานของไตลดลง ต้องประเมินสาเหตุด้วยปัสสาวะ ผลเลือด ประวัติยา imaging และข้อมูลทางคลินิกอื่น

BUN สูงเท่าไรจึงเรียกว่า Uremia?

ไม่มีค่า BUN ตัวเลขเดียวที่ใช้วินิจฉัยภาวะ Uremia

Uremia คือกลุ่มอาการที่เกิดเมื่อไตไม่สามารถกำจัดของเสียและรักษาสมดุลของร่างกายได้เพียงพอ ของเสียที่เกี่ยวข้องมีหลายชนิด ไม่ใช่ยูเรียเพียงอย่างเดียว ดังนั้นผู้ป่วยสองคนที่มีค่า BUN เท่ากันอาจมีอาการแตกต่างกันมาก

อาการที่ต้องระวัง

  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรืออาเจียนต่อเนื่อง
  • อ่อนเพลียมาก
  • สมาธิลดลง สับสน หรือซึม
  • คันมาก
  • หอบเหนื่อยหรือมีภาวะน้ำเกิน
  • อาการทางระบบประสาทผิดปกติ
  • เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบจาก uremia

หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกับการทำงานของไตลดลงมาก ต้องพบแพทย์ทันที ไม่ควรรอให้ BUN เพิ่มถึงตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง

BUN สูง ต้องทำอะไรต่อ?

1. ดู Creatinine และ eGFR

หาก BUN สูงแต่ Creatinine และ eGFR ใกล้เคียงเดิม ให้หาปัจจัยที่ทำให้ BUN เพิ่ม เช่น ขาดน้ำ รับประทานโปรตีนมาก หรือเลือดออกในทางเดินอาหาร

หาก BUN และ Creatinine เพิ่มขึ้นพร้อมกัน หรือ eGFR ลดลง ต้องประเมินว่าการทำงานของไตลดลงจาก AKI หรือ CKD

2. เปรียบเทียบกับผลตรวจครั้งก่อน

BUN ที่สูงเล็กน้อยและคงที่มานานมีความหมายต่างจาก BUN ที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วภายในไม่กี่วัน ผลตรวจย้อนหลังจึงช่วยแยกภาวะเรื้อรังออกจากการเปลี่ยนแปลงเฉียบพลันได้

3. หาภาวะขาดน้ำหรือเลือดไปเลี้ยงไตลดลง

ตรวจว่ามีอาเจียน ท้องเสีย ไข้ เสียเหงื่อ รับประทานอาหารและน้ำได้น้อย เสียเลือด ความดันต่ำ หรือใช้ยาขับปัสสาวะหรือไม่

4. ทบทวนอาหาร ยา และอาหารเสริม

ถามถึงอาหารโปรตีนสูง protein supplement, NSAIDs, corticosteroid, ยาขับปัสสาวะ สมุนไพร และอาหารเสริมที่รับประทานอยู่

5. ตรวจหาสัญญาณเลือดออกในทางเดินอาหาร

หากมีถ่ายดำ อาเจียนเป็นเลือด หน้ามืด ซีด หรือใจสั่นร่วมกับ BUN สูง ต้องประเมินภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารโดยเร็ว

สรุป: เมื่อ BUN สูง ต้องหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไรแล้วแก้ไขสาเหตุนั้น ไม่ควรรักษาโดยมุ่งลดตัวเลข BUN เพียงอย่างเดียว

ผู้ป่วย CKD ควรรับประทานโปรตีนเท่าไร?

ผู้ใหญ่ที่เป็นโรคไตเรื้อรังระยะ G3–G5 โดยทั่วไปควรรับประทานโปรตีนประมาณ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน

ตัวอย่าง ผู้ที่มีน้ำหนัก 60 กิโลกรัม จะมีเป้าหมายโปรตีนประมาณ 48 กรัมต่อวัน

ผู้ที่มี CKD และมีความเสี่ยงต่อการเสื่อมของไตควรหลีกเลี่ยงการรับประทานโปรตีนสูงเกินประมาณ 1.3 กรัม/กก./วัน

อาหารควรมีความหลากหลาย เพิ่มสัดส่วนอาหารจากพืช ลดอาหารแปรรูป และควบคุมโปรตีนโดยไม่ทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหาร

หมายเหตุ: ผู้สูงอายุที่ผอม มีกล้ามเนื้อน้อย มีภาวะทุพโภชนาการ ผู้ป่วยเจ็บป่วยเฉียบพลัน และผู้ที่ได้รับการฟอกไต ต้องใช้เป้าหมายโปรตีนต่างจากนี้

อ่านเพิ่มเติม: วิธีชะลอไตเสื่อมระยะที่ 3

ดื่มน้ำมากช่วยลด BUN หรือไม่?

ถ้า BUN สูงจากภาวะขาดน้ำ การแก้ไขภาวะขาดน้ำจะช่วยให้ BUN ลดลง

แต่การดื่มน้ำมากเกินความต้องการของร่างกายไม่ได้รักษา CKD และไม่ควรดื่มน้ำจำนวนมากเพียงเพื่อหวังให้ BUN ลดลง

หมายเหตุ: ผู้ที่มีหัวใจล้มเหลว บวมน้ำ ตับแข็ง หรือ CKD ระยะมาก ต้องกำหนดปริมาณน้ำให้เหมาะกับสภาพของตนเอง

BUN ต่ำหมายถึงอะไร?

BUN ต่ำไม่ได้หมายความว่าไตทำงานดีเป็นพิเศษ แต่อาจพบจาก:

  • รับประทานโปรตีนน้อย
  • ภาวะทุพโภชนาการ
  • โรคตับรุนแรงที่สร้างยูเรียลดลง
  • ภาวะน้ำเกิน

การแปลผลจึงต้องดูอาการ โรคร่วม และผลตรวจอื่นประกอบเช่นเดียวกับ BUN สูง

สรุปเมื่อพบค่า BUN สูง

เมื่อพบ BUN สูง ให้ถาม 4 คำถามสำคัญ:

1. Creatinine สูงและ eGFR ลดลงด้วยหรือไม่?

ถ้าใช่ ต้องประเมินว่าการทำงานของไตลดลงจาก AKI หรือ CKD

2. มีภาวะขาดน้ำหรือเลือดไปเลี้ยงไตลดลงหรือไม่?

อาเจียน ท้องเสีย ไข้ เสียเลือด ความดันต่ำ หรือหัวใจล้มเหลวสามารถทำให้ BUN เพิ่มขึ้นได้

3. ร่างกายกำลังสร้างยูเรียมากขึ้นหรือไม่?

อาหารโปรตีนสูง เลือดออกทางเดินอาหาร และภาวะที่ร่างกายสลายโปรตีนมากขึ้นทำให้ BUN สูงได้

4. ผลตรวจครั้งก่อนเป็นอย่างไร?

แนวโน้มของ BUN, Creatinine และ eGFR ให้ข้อมูลมากกว่าการดูตัวเลขครั้งเดียว

สาระสำคัญ: BUN เป็นข้อมูลประกอบการประเมินสุขภาพไต แต่ ไม่ใช้ BUN ตัวเดียววินิจฉัยโรคไต ไม่ใช้แบ่งระยะ CKD และไม่ใช้ตัดสินว่าจะต้องฟอกไตหรือไม่

เอกสารอ้างอิง

  1. Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO) CKD Work Group. KDIGO 2024 Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. Kidney International. 2024;105(Suppl 4S):S117-S314.
  2. National Library of Medicine. MedlinePlus. BUN (Blood Urea Nitrogen) Test.
  3. National Library of Medicine. MedlinePlus Medical Encyclopedia. BUN - Blood Test.
  4. StatPearls Publishing. Renal Function Tests. National Center for Biotechnology Information.
  5. StatPearls Publishing. Uremia. National Center for Biotechnology Information.
  6. Merck Manual Professional Edition. Urinary Diagnostic Indices in Prerenal Acute Kidney Injury and Acute Tubular Injury.
  7. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. คำแนะนำสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังก่อนการบำบัดทดแทนไต.

เรียบเรียงและทบทวนโดย: นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์, แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว

ทบทวนข้อมูลอ้างอิง: 12 ตุลาคม 2569

สถานะ: ร่างเพื่อการตรวจโดยแพทย์ ยังไม่ใช่เนื้อหาที่อนุมัติให้เผยแพร่

คำเตือนทางการแพทย์: ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการให้ความรู้ด้านสุขภาพ การแปลผล BUN ต้องพิจารณาร่วมกับ Creatinine, eGFR, ผลตรวจครั้งก่อน อาการ โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนปรับยา อาหาร โปรตีน หรือปริมาณน้ำด้วยตนเอง