
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
เวลาคนไข้ตรวจสุขภาพแล้วพบว่า ค่า Creatinine สูงขึ้น หรือ ค่า eGFR ลดลง คำถามแรกที่มักถามคือ
“หมอครับ ผมเป็นโรคไตแล้วหรือยัง?”เป็นปัญหาที่คนไข้กังวลเป็นอย่างมากลัวการฟอกเลือด แต่การจะบอกว่าเป็นโรคไตไหมเราจะไม่ควรสรุปจากผลเลือดครั้งเดียวเพราะค่าไตที่ผิดปกติอาจเกิดได้ทั้งแบบชั่วคราว และแบบเรื้อรัง สิ่งสำคัญคือ ต้องแยกให้ได้ก่อน

คำตอบ:
ไม่เสมอไป
ถ้าค่า eGFR ต่ำกว่า 60 หรือ Creatinine สูงเพียงครั้งเดียว ยังไม่ควรสรุปว่าเป็นโรคไตเรื้อรังทันที
โรคไตเรื้อรังจะคิดถึงเมื่อมีความผิดปกติของไตต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน เช่น eGFR ต่ำกว่า 60 ต่อเนื่อง หรือมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ โดย KDIGO นิยาม CKD ว่าเป็นความผิดปกติของโครงสร้างหรือการทำงานของไตที่คงอยู่อย่างน้อย 3 เดือนและมีผลต่อสุขภาพ
National Kidney Foundation ก็อธิบายสำหรับประชาชนว่า eGFR ต่ำกว่า 60 นาน 3 เดือนขึ้นไป หรือมี uACR สูงกว่า 30 นาน 3 เดือนขึ้นไป เป็นสัญญาณของโรคไต
ค่า Creatinine สูงขึ้น หรือ eGFR ลดลงเพียงครั้งเดียว ยังไม่พอที่จะสรุปว่าเป็นโรคไตเรื้อรังเสมอไป เพราะค่าไตอาจเปลี่ยนแปลงชั่วคราวจากภาวะขาดน้ำ ท้องเสีย ไข้ น้ำตาลสูง ยาบางชนิด หรือการเจ็บป่วยเฉียบพลัน
การจะวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง ต้องมีความผิดปกติของไตต่อเนื่องนานกว่า 3 เดือน หรือมีหลักฐานไตบาดเจ็บ เช่น โปรตีนรั่วในปัสสาวะ
แบ่งเป็น:
หากผลเดิมยังปกติ แต่ครั้งนี้ Creatinine เพิ่มขึ้นหรือ eGFR ลดลงอย่างรวดเร็ว ต้องประเมินภาวะไตบาดเจ็บเฉียบพลัน ซึ่งอาจเกิดจากการขาดน้ำ การติดเชื้อ ความดันต่ำ ยาบางชนิด ทางเดินปัสสาวะอุดตัน หรือโรครุนแรงอื่น หากตรวจพบและแก้ไขสาเหตุได้เร็ว การทำงานของไตอาจฟื้นกลับได้บางส่วนหรือใกล้เคียงเดิม แต่ผลการฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละคน และบางรายอาจมีการทำงานของไตลดลงหลงเหลืออยู่ เช็กด่วน! คุณมีประวัติหรืออาการเสี่ยงเหล่านี้ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาหรือไม่
ประวัติการกินยาสารพิษทำลายไต (Nephrotoxins): แอบไปกินยาแก้ปวดกลุ่มอักเสบเกรดแรง (NSAIDs เช่น Ibuprofen, Naproxen, ยาชุด, ยาแก้ปวดข้อ), ยาลดกรดกระเพาะอาหารบางกลุ่ม หรือยาสมุนไพร/อาหารเสริมแปลกปลอมตามอินเทอร์เน็ตหรือไม่? สารเหล่านี้ทำให้หลอดเลือดไตหดเกร็งเฉียบพลันจนไตขาดเลือด
ร่างกายขาดน้ำและสูญเสียสารน้ำรุนแรง (Dehydration): มีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลวรุนแรง หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียนหนักจนกินน้ำไม่ได้หรือไม่? สภาวะนี้ทำให้ปริมาตรน้ำเลี้ยงไตดิ่งร่วง ขยะครีอะตินีนจึงคั่งในเลือดทันที
มีภาวะความดันโลหิตต่ำ: ร่างกายมีอาการหน้ามืด มึนศีรษะ วูบเมื่อลุกขึ้นยืน หรือมีสภาวะความดันตกชั่วคราว ซึ่งทำให้แรงดันคั้นกรองในหน่วยไตหยุดชะงัก
สัญญาณเลือดออกในทางเดินอาหาร:"ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำเหนียวคล้ายยางมะตอย (Melena)" หรือไม่? ภาวะนี้ชี้ว่าร่างกายกำลังเสียเลือดภายในอย่างรุนแรง ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงไตดิ่งร่วงเฉียบพลัน
ควรรีบพบแพทย์ หากค่า Creatinine เพิ่มขึ้นรวดเร็ว ปัสสาวะน้อยลงชัดเจน บวมมาก หอบเหนื่อย อาเจียนหรือท้องเสียจนดื่มไม่ได้ มีไข้ร่วมกับอาการซึม หน้ามืดหรือความดันต่ำ ปัสสาวะเป็นเลือด หรือสงสัยทางเดินปัสสาวะอุดตัน ไม่ควรรอให้ครบ 3 เดือน

เช่น
อาจเป็น CKD ที่ค่อนข้างนิ่ง เป้าหมายคือชะลอไม่ให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น
ควรทำ:
เช่น
ต้องหาสาเหตุ เช่น

ควรตรวจ:
UACR มีความสำคัญ เพราะการประเมิน CKD ควรใช้ทั้ง eGFR และ albuminuria; บทความทบทวนใน JAMA ระบุว่า kidney profile test ของ National Kidney Foundation รวมทั้ง serum creatinine เพื่อประเมิน GFR และ urine ACR
“ค่า Creatinine ขึ้นและ eGFR ลดลงยังไม่ได้แปลว่าเป็นโรคไตเรื้อรังทันทีครับ เราต้องดูก่อนว่าค่านี้เพิ่งผิดปกติ หรือผิดปกติมาอย่างน้อย 3 เดือนแล้ว ถ้าเพิ่งเป็น อาจเกิดจากขาดน้ำ ยา น้ำตาลสูง หรือการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ซึ่งบางครั้งแก้แล้วดีขึ้นได้ แต่ถ้าความผิดปกติคงอยู่อย่างน้อย 3 เดือน หรือมีผลตรวจเดิม ภาพตรวจไต หรือหลักฐานอื่นยืนยันว่าเป็นความผิดปกติเรื้อรัง จึงจะเข้าเกณฑ์โรคไตเรื้อรังครับ
ยังไม่เสมอไป ต้องเปรียบเทียบกับผลเดิม ประเมินว่าความผิดปกติคงอยู่อย่างน้อย 3 เดือนหรือไม่ และตรวจปัสสาวะ UACR ร่วมด้วย
ยังไม่ควรตกใจ แต่ควรตรวจซ้ำ ถ้าต่ำกว่า 60 ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนจึงเข้าเกณฑ์โรคไตเรื้อรัง
ขาดน้ำ ท้องเสีย อาเจียน ไข้ น้ำตาลสูงมาก ยาแก้ปวด NSAIDs สมุนไพร การติดเชื้อ หรือทางเดินปัสสาวะอุดตัน
ต้องรีบหาสาเหตุ เพราะอาจมีปัจจัยที่ทำให้ไตทรุดเร็ว เช่น ยา ขาดน้ำ อุดตัน ความดันหรือน้ำตาลคุมไม่ได้ หรือโปรตีนรั่วมาก
เพราะ UACR ช่วยบอกว่าตัวกรองไตมีโปรตีนรั่วหรือไม่ บางคน eGFR ยังลดไม่มากแต่มีโปรตีนรั่ว ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญของโรคไต
⚠️ คำเตือนทางการแพทย์ (Medical Disclaimer): บทความและข้อมูลสุขภาพบนเว็บไซต์นี้ จัดทำขึ้นโดยอายุรแพทย์เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้และเป็นข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการปรึกษา การตรวจวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ ภาวะโรคและความเจ็บป่วยของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน หากท่านมีความกังวลหรือมีอาการผิดปกติ โปรดพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาอย่างถูกต้องและปลอดภัย
ทบทวนวันที่ 27 กรกฎาคม2569
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว