ตรวจปัสสาวะดูโรคไตต้องตรวจอะไร? Urinalysis, UACR และ UPCR ต่างกันอย่างไร
การตรวจปัสสาวะเป็นหนึ่งในการตรวจที่สำคัญที่สุดในการค้นหาโรคไต เพราะโรคไตระยะแรกอาจยังไม่มีอาการ และค่า Creatinine หรือ eGFR อาจยังอยู่ในระดับปกติ แต่ปัสสาวะเริ่มมีอัลบูมิน เม็ดเลือดแดง หรือความผิดปกติอื่นแล้ว
ถ้าต้องการประเมินโรคไต ไม่ควรตรวจเลือดอย่างเดียว ต้องตรวจปัสสาวะด้วย
การตรวจที่สำคัญที่สุดในผู้ใหญ่คือ UACR เพื่อหาอัลบูมินรั่วในปัสสาวะ ร่วมกับ Urinalysis เพื่อดูเลือด เม็ดเลือดขาว โปรตีน น้ำตาล และความผิดปกติอื่น ส่วน UPCR ใช้เมื่อจำเป็นต้องวัดโปรตีนทั้งหมดในปัสสาวะหรือสงสัยโรคไตบางชนิด
เริ่มตรวจปัสสาวะดูโรคไต ต้องตรวจอะไรบ้าง?
สำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการค้นหาโรคไต การตรวจปัสสาวะพื้นฐานที่มีประโยชน์มากที่สุดคือ UACR และ Urinalysis ส่วน UPCR และการตรวจอื่นใช้เพิ่มตามปัญหาที่พบ
| การตรวจ | ตรวจอะไร | ตอบคำถามอะไร |
|---|---|---|
| UACR | อัลบูมินเทียบกับ Creatinine ในปัสสาวะ | มีอัลบูมินรั่วจากไตหรือไม่ และรั่วมากเพียงใด |
| Urinalysis | เลือด เม็ดเลือดขาว โปรตีน น้ำตาล ความเข้มข้น และสารอื่น | มีความผิดปกติของไตหรือระบบทางเดินปัสสาวะหรือไม่ |
| UPCR | โปรตีนทั้งหมดเทียบกับ Creatinine | มี total proteinuria มากเพียงใด |
| Urine microscopy | เซลล์ casts crystals และสิ่งผิดปกติในตะกอนปัสสาวะ | ช่วยบอกตำแหน่งและชนิดของโรคไตบางกลุ่ม |
| Urine culture | เชื้อแบคทีเรียในปัสสาวะ | มี urinary tract infection หรือไม่ |
หลักจำง่าย: UACR บอก “โปรตีนอัลบูมินรั่วไหม” ส่วน Urinalysis บอก “ในปัสสาวะมีอะไรผิดปกติบ้าง”
Urinalysis คืออะไร? ตรวจอะไรบ้าง?
Urinalysis คือการตรวจปัสสาวะทั่วไป ใช้ดูทั้งลักษณะทางกายภาพ การตรวจด้วย reagent strip และในบางกรณีตรวจตะกอนปัสสาวะด้วยกล้องจุลทรรศน์
Protein
ถ้าพบโปรตีนในปัสสาวะ แสดงว่าอาจมี proteinuria แต่ dipstick ตรวจพบ albumin ได้ดีเมื่อมีปริมาณมากพอ จึงอาจพลาด albuminuria ระดับต่ำที่ตรวจพบด้วย UACR
ดังนั้นผู้ที่มีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือเสี่ยง CKD ไม่ควรใช้ผล dipstick protein ปกติแทน UACR
Blood
แถบตรวจ blood อาจให้ผลบวกจากเม็ดเลือดแดง hemoglobin หรือ myoglobin จึงต้องดูผล microscopy ร่วมเมื่อจำเป็น
เลือดในปัสสาวะเกิดได้จากนิ่ว การติดเชื้อ โรคของ glomerulus เนื้องอก หรือความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะอื่น จึงต้องหาสาเหตุ
Leukocyte esterase และ Nitrite
ช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเมื่อมีอาการและข้อมูลทางคลินิกสอดคล้องกัน
Glucose
พบได้เมื่อน้ำตาลในเลือดสูงจนเกิน renal threshold หรือจากความผิดปกติของท่อไต รวมทั้งพบได้ในผู้ที่ใช้ SGLT2 inhibitor โดยไม่จำเป็นต้องหมายถึงควบคุมเบาหวานไม่ได้
Specific Gravity
บอกความเข้มข้นของปัสสาวะ ช่วยประเมินภาวะน้ำและความสามารถของไตในการทำให้ปัสสาวะเข้มหรือจาง แต่ไม่ใช้วินิจฉัย CKD เพียงค่าเดียว
pH
บอกความเป็นกรดด่างของปัสสาวะ มีประโยชน์ในบางสถานการณ์ เช่น นิ่ว การติดเชื้อบางชนิด และความผิดปกติของ renal tubules
UACR คืออะไร? ทำไมเป็นการตรวจสำคัญของโรคไต?
UACR (Urine Albumin-to-Creatinine Ratio) คือการวัดอัลบูมินในปัสสาวะเทียบกับ Creatinine ในตัวอย่างปัสสาวะเดียวกัน
การหารด้วย Creatinine ช่วยลดผลกระทบจากความเข้มข้นหรือความเจือจางของปัสสาวะ จึงสะดวกกว่าการดู urine albumin concentration เพียงอย่างเดียว
UACR เป็นการตรวจหลักสำหรับค้นหา albuminuria ในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่มีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือเสี่ยง CKD
| ระดับ | UACR | ความหมาย |
|---|---|---|
| A1 | <30 mg/g | ปกติถึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย |
| A2 | 30–300 mg/g | เพิ่มขึ้นปานกลาง |
| A3 | >300 mg/g | เพิ่มขึ้นมาก |
UACR ตั้งแต่ 30 mg/g ขึ้นไปที่เป็นต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน เป็นหลักฐานของความเสียหายของไตและเข้าเกณฑ์ CKD ได้
คนที่ eGFR 90 หรือ 70 ก็เป็น CKD ได้ หากมี albuminuria ต่อเนื่อง เพราะ eGFR บอกการกรองของไต ส่วน UACR บอกความเสียหายของตัวกรองไต จึงต้องดูทั้งสองค่าร่วมกัน
หมายเหตุ: คำว่า microalbuminuria และ macroalbuminuria ยังพบในเอกสารเก่า ปัจจุบันนิยมใช้คำว่า moderately increased albuminuria (A2) และ severely increased albuminuria (A3)
UPCR คืออะไร? ต่างจาก UACR อย่างไร?
UPCR (Urine Protein-to-Creatinine Ratio) วัดโปรตีนทั้งหมดที่ออกมาในปัสสาวะเทียบกับ Creatinine ในขณะที่ UACR วัดเฉพาะ albumin
| UACR | UPCR | |
|---|---|---|
| วัดอะไร | Albumin | โปรตีนทั้งหมด |
| เหมาะกับ | คัดกรองและติดตาม albuminuria ในผู้ใหญ่ | ประเมิน total proteinuria |
| จุดเด่น | ไวต่อ albumin ปริมาณน้อย | ตรวจโปรตีนชนิดอื่นนอกเหนือจาก albumin ได้ด้วย |
UPCR มีประโยชน์เมื่อมี proteinuria มาก ต้องการติดตาม total protein excretion หรือสงสัยโรคที่มีโปรตีนชนิดอื่นร่วม เช่น glomerular disease บางชนิดหรือความผิดปกติของ monoclonal protein
ค่าปกติของ UPCR ในผู้ใหญ่โดยทั่วไปอยู่ต่ำประมาณ 150 mg/g แต่ต้องใช้ reference range ของห้องปฏิบัติการร่วมด้วย
ประเด็นสำคัญ: UACR และ UPCR ไม่ได้แทนกันทุกกรณี หากต้องการค้นหา albuminuria ระยะแรก UACR มีความไวและเหมาะสมกว่า
การตรวจปัสสาวะด้วยกล้อง Urine Microscopy ตรวจอะไร?
เมื่อ Urinalysis พบความผิดปกติ หรือสงสัยโรคไตที่ต้องการรายละเอียดเพิ่ม แพทย์อาจตรวจตะกอนปัสสาวะด้วยกล้องจุลทรรศน์
เม็ดเลือดแดง (RBC)
ช่วยยืนยันว่ามีเลือดออกทางเดินปัสสาวะ hematuria และรูปร่างของเม็ดเลือดแดงบางลักษณะสามารถสนับสนุนว่าเลือดมาจาก glomerulus
เม็ดเลือดขาว (WBC)
พบได้ในการติดเชื้อ การอักเสบของทางเดินปัสสาวะ หรือ interstitial nephritis
Casts
casts เกิดในท่อไตและมีความสำคัญต่อการหาสาเหตุของโรคไต เช่น red cell casts สนับสนุน glomerular bleeding ส่วน white cell casts พบได้ในโรคอักเสบบางชนิดของไต
Crystals
คริสตัลบางชนิดพบได้ในคนปกติ แต่บางชนิดช่วยบอกความเสี่ยงนิ่ว ยา หรือโรค metabolic บางอย่าง
Urine Culture ใช้ตรวจอะไร?
Urine culture ใช้เพาะหาเชื้อแบคทีเรียจากปัสสาวะและช่วยเลือกยาปฏิชีวนะเมื่อสงสัย urinary tract infection
การตรวจนี้ไม่ได้เป็นการคัดกรอง CKD แต่มีความสำคัญเมื่อมีอาการ เช่น ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ไข้ หนาวสั่น หรือสงสัยกรวยไตอักเสบ
ต้องเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงหรือไม่?
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงเพื่อประเมิน albumin หรือ protein เป็นครั้งแรก เพราะ UACR และ UPCR จากปัสสาวะครั้งเดียวสะดวกกว่าและใช้ได้ดีในเวชปฏิบัติ
การเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงยังมีประโยชน์เมื่อจำเป็นต้องวัดปริมาณสารที่ขับออกต่อวันอย่างละเอียด เช่น:
- ประเมิน protein excretion บางกรณีที่ผล spot urine ไม่สอดคล้องกับภาพทางคลินิก
- ประเมินสาเหตุของนิ่ว เช่น calcium, oxalate, citrate, uric acid และ sodium
- วัดสารบางชนิดที่ต้องอาศัยปริมาณการขับออกตลอดวัน
ข้อจำกัดสำคัญคือผู้ป่วยต้องเก็บปัสสาวะให้ครบจริงตลอด 24 ชั่วโมง การเก็บไม่ครบทำให้ผลคลาดเคลื่อนได้
นอกจาก UACR, UPCR และ Urinalysis ยังมีการตรวจปัสสาวะอะไรอีก?
การตรวจเพิ่มเติมเลือกตามปัญหาของผู้ป่วย ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกอย่างในทุกคน
Urine Sodium และ Urine Electrolytes
ใช้ในสถานการณ์เฉพาะ เช่น การประเมิน hyponatremia ความผิดปกติของ electrolyte และ AKI บางกรณี
Urine Osmolality
ช่วยประเมินความสามารถของไตในการทำให้ปัสสาวะเข้มหรือจาง มีประโยชน์ในความผิดปกติของ sodium และน้ำในร่างกายบางชนิด
Urine Glucose
ใช้ประกอบการประเมินเบาหวานหรือ tubular dysfunction แต่ในผู้ใช้ SGLT2 inhibitor สามารถพบ glucose ในปัสสาวะจากกลไกของยาได้
Urine Calcium, Oxalate, Citrate และ Uric Acid
ใช้ประเมินผู้ป่วยนิ่วในไตบางราย โดยมักตรวจจากปัสสาวะ 24 ชั่วโมงเมื่อมีข้อบ่งชี้
Urine Protein Electrophoresis หรือ Immunofixation
ใช้เมื่อสงสัย monoclonal protein เช่น plasma cell disorder หรือ monoclonal gammopathy ที่เกี่ยวข้องกับโรคไต
Pregnancy Test หรือ Toxicology
เป็นการตรวจปัสสาวะที่มีประโยชน์ในสถานการณ์อื่น แต่ไม่ใช่การตรวจเพื่อค้นหา CKD โดยตรง
ผลปัสสาวะแบบไหนอาจเข้าเกณฑ์โรคไตเรื้อรัง?
โรคไตเรื้อรังหมายถึงความผิดปกติของโครงสร้างหรือการทำงานของไตที่มีผลต่อสุขภาพและคงอยู่อย่างน้อย 3 เดือน
หลักฐานจากปัสสาวะที่สนับสนุน CKD ได้แก่:
- UACR ≥30 mg/g ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน
- ปัสสาวะมีเม็ดเลือดแดง Persistent hematuria ที่สัมพันธ์กับโรคไต
- Urine sediment abnormalities ที่บ่งชี้โรคไต
- ความผิดปกติจาก renal tubular disorders ที่ทำให้ electrolyte หรือ acid-base ผิดปกติ
ดังนั้นคนที่ eGFR มากกว่า 60 ก็เป็น CKD ได้ หากมีความผิดปกติของปัสสาวะจากโรคไตอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน
ผล UACR หรือโปรตีนในปัสสาวะสูงครั้งเดียว เป็นโรคไตหรือยัง?
ผลผิดปกติครั้งเดียวยังไม่ยืนยัน CKD เพราะ albumin หรือ protein ในปัสสาวะสามารถเพิ่มขึ้นชั่วคราวได้
สาเหตุที่ควรนึกถึง ได้แก่:
- ออกกำลังกายหนักก่อนตรวจ
- มีไข้หรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน
- ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
- เลือดปนในปัสสาวะ
- ระดับน้ำตาลหรือความดันสูงมากในช่วงนั้น
- ภาวะหัวใจล้มเหลวหรือความเจ็บป่วยเฉียบพลันบางชนิด
เมื่อพบ UACR หรือ proteinuria ผิดปกติ ต้องตรวจยืนยันและดูว่าความผิดปกตินั้นเป็นต่อเนื่องหรือไม่
หมายเหตุ: ไม่จำเป็นต้องรอ 3 เดือนเพื่อเริ่มหาสาเหตุ หากมี proteinuria มาก hematuria ร่วมกับการทำงานของไตลดลง หรือมีอาการที่สงสัยโรคไตรุนแรง ควรประเมินทันที
เก็บตัวอย่างปัสสาวะอย่างไรให้ผลน่าเชื่อถือ?
สำหรับ UACR การใช้ปัสสาวะจากตัวอย่างเดียวสะดวกและเหมาะกับการตรวจในเวชปฏิบัติ โดยตัวอย่างปัสสาวะแรกตอนเช้ามักช่วยลดความแปรปรวนจากกิจกรรมระหว่างวันได้
ก่อนเก็บควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก และหากกำลังมีไข้ ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือมีเลือดประจำเดือน ควรแจ้งแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ เพราะอาจมีผลต่อการแปลผล
สำหรับการเก็บ midstream urine ให้เริ่มปัสสาวะเล็กน้อยก่อน แล้วจึงเก็บปัสสาวะช่วงกลางลงในภาชนะสะอาดตามคำแนะนำของห้องปฏิบัติการ
ผลตรวจปัสสาวะผิดปกติแล้วต้องทำอะไรต่อ?
UACR ≥30 mg/g
ตรวจยืนยันว่า albuminuria เป็นต่อเนื่องหรือไม่ ตรวจ eGFR และประเมินเบาหวาน ความดันโลหิต รวมทั้งสาเหตุของโรคไต
UACR >300 mg/g หรือโปรตีนในปัสสาวะมาก
ต้องประเมินสาเหตุและความรุนแรงของโรคไตอย่างจริงจัง อาจต้องตรวจ UPCR, urine microscopy, serology หรือส่งพบแพทย์โรคไตตามภาพทางคลินิก
พบเลือดในปัสสาวะ
ยืนยันด้วย microscopy และหาว่าเลือดมาจากไตหรือระบบทางเดินปัสสาวะส่วนอื่น เช่น นิ่ว การติดเชื้อ ต่อมลูกหมาก หรือเนื้องอก
พบเม็ดเลือดขาวหรือ Nitrite
ถ้ามีอาการของ UTI ให้ประเมินการติดเชื้อ และตรวจ urine culture เมื่อมีข้อบ่งชี้
พบ Protein + Blood ร่วมกัน
ต้องคิดถึงโรค glomerulus มากขึ้น โดยเฉพาะถ้ามี eGFR ลดลง ความดันสูง บวม หรือ urine sediment ผิดปกติ
เส้นทางง่าย ๆ สำหรับการตรวจปัสสาวะดูโรคไต
ขั้นที่ 1 — ตรวจ UACR + Urinalysis
ค้นหา albuminuria เลือด เม็ดเลือดขาว โปรตีน น้ำตาล และความผิดปกติอื่น
ขั้นที่ 2 — ดูร่วมกับ Creatinine และ eGFR
เพื่อประเมินทั้งความเสียหายของไตและความสามารถในการกรอง
ขั้นที่ 3 — ถ้าผิดปกติ ให้ยืนยันผล
แยกความผิดปกติชั่วคราวออกจากโรคที่เป็นต่อเนื่อง
ขั้นที่ 4 — ตรวจเพิ่มเติมตามสิ่งที่พบ
เช่น UPCR, urine microscopy, urine culture, ultrasound, serology หรือ kidney biopsy ตามข้อบ่งชี้
ใครบ้างควรตรวจ UACR และปัสสาวะเพื่อค้นหาโรคไต?
ควรตรวจโดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงต่อ CKD ได้แก่:
- เบาหวาน
- ความดันโลหิตสูง
- โรคหัวใจและหลอดเลือด
- โรคอ้วน
- อายุสูงขึ้นร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่น
- ประวัติครอบครัวเป็นโรคไตหรือไตวาย
- เคยมี AKI
- โรค autoimmune ที่อาจทำลายไต
- ได้รับยาหรือสารที่อาจมีผลต่อไตเป็นเวลานาน
ผู้ที่เป็น CKD แล้วควรติดตามทั้ง GFR และ albuminuria อย่างน้อยปีละครั้ง และตรวจบ่อยขึ้นเมื่อความเสี่ยงสูงหรือผลตรวจมีผลต่อการปรับการรักษา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจปัสสาวะและโรคไต
ตรวจปัสสาวะทั่วไปปกติ แปลว่าไม่มีโรคไตหรือไม่?
ไม่ใช่ ผู้ที่มี albuminuria ระดับต่ำอาจมี urine dipstick protein เป็นลบได้ หากเป็นกลุ่มเสี่ยง CKD ควรตรวจ UACR
UACR กับ Urinalysis ต้องตรวจทั้งคู่หรือไม่?
มีประโยชน์คนละด้าน UACR วัด albumin ได้ละเอียด ส่วน Urinalysis ช่วยดูเลือด เม็ดเลือดขาว น้ำตาล โปรตีน และความผิดปกติอื่นของปัสสาวะ
UACR 30 หมายถึงเป็น CKD ทันทีหรือไม่?
UACR ตั้งแต่ 30 mg/g ขึ้นไปเป็นค่าผิดปกติ แต่การวินิจฉัย CKD ต้องยืนยันว่าความผิดปกตินั้นเป็นต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนหรือมีหลักฐานอื่นของความเรื้อรัง
ทำไม UACR ดีกว่าตรวจ protein dipstick อย่างเดียว?
เพราะ UACR สามารถตรวจพบ albumin ปริมาณน้อยที่ dipstick อาจตรวจไม่พบ และแก้ผลจากความเข้มข้นของปัสสาวะด้วยการเปรียบเทียบกับ urine creatinine
UPCR สูงหมายถึงอะไร?
หมายถึงมีโปรตีนทั้งหมดในปัสสาวะมากขึ้น ต้องประเมินปริมาณ ความต่อเนื่อง และสาเหตุของ proteinuria ร่วมกับ UACR, urine sediment และการทำงานของไต
ปัสสาวะเป็นฟองต้องมีโปรตีนรั่วหรือไม่?
ไม่เสมอไป ปัสสาวะเป็นฟองเกิดจากความเข้มข้นและแรงของปัสสาวะได้ หากฟองมากหรือเป็นต่อเนื่องควรตรวจ UACR หรือ protein ในปัสสาวะเพื่อยืนยัน
พบเลือดในปัสสาวะแต่ไม่เห็นด้วยตาอันตรายไหม?
ต้องหาสาเหตุ โดยเฉพาะถ้าพบซ้ำ เพราะ microscopic hematuria อาจเกิดจากโรคไต นิ่ว การติดเชื้อ หรือโรคของระบบทางเดินปัสสาวะอื่น
ต้องตรวจปัสสาวะ 24 ชั่วโมงทุกคนหรือไม่?
ไม่ต้อง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ใช้ UACR หรือ UPCR จาก spot urine ได้ การเก็บ 24 ชั่วโมงใช้เฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้
เอกสารอ้างอิง
- Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO) CKD Work Group. KDIGO 2024 Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. Kidney International. 2024;105(Suppl 4S):S117-S314.
- National Kidney Foundation. Understanding Your Lab Values and Other CKD Health Numbers.
- National Kidney Foundation. Albuminuria (Proteinuria).
- National Kidney Foundation. Urinalysis.
- National Kidney Foundation. Urine Protein-Creatinine Ratio (uPCR).
📚 เอกสารอ้างอิงและแหล่งข้อมูล (References)
- เอกสารอ้างอิงทางวิชาการข้อที่ 1
