ค่า UACR ของคุณหมายถึงอะไร?

UACR ระดับ ความหมาย ควรทำอะไรต่อ
<30 mg/g A1 ปกติถึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หากเป็นกลุ่มเสี่ยง ให้ติดตามตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ และดู eGFR ร่วมด้วย
30–300 mg/g A2 อัลบูมินในปัสสาวะเพิ่มขึ้นปานกลาง ควรตรวจยืนยัน หาสาเหตุ และประเมิน eGFR ความดันโลหิต เบาหวาน และปัจจัยเสี่ยงอื่น
>300 mg/g A3 อัลบูมินในปัสสาวะเพิ่มขึ้นมาก ต้องประเมินโรคไตและสาเหตุอย่างจริงจัง รวมถึงความเสี่ยงที่โรคไตจะดำเนินมากขึ้น
ไตรั่วพบโปรตีนในปัสสาวะ

UACR ตั้งแต่ 30 mg/g ขึ้นไปถือว่าผิดปกติ แต่ผลผิดปกติครั้งเดียวไม่ได้ยืนยันว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง เพราะอัลบูมินในปัสสาวะอาจเพิ่มขึ้นชั่วคราวได้

UACR สูงครั้งเดียว เป็นโรคไตแล้วหรือยัง?

ยังสรุปไม่ได้จากผลครั้งเดียว เพราะ UACR สามารถสูงขึ้นชั่วคราวจากภาวะต่าง ๆ เช่น ออกกำลังกายหนัก มีไข้ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือความเจ็บป่วยเฉียบพลัน

หาก UACR ตั้งแต่ 30 mg/g ขึ้นไปเป็นต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน จะเป็นหลักฐานหนึ่งของความเสียหายของไต และสามารถเข้าเกณฑ์โรคไตเรื้อรังได้ แม้ค่า eGFR จะยังมากกว่า 60

ดังนั้นเมื่อ UACR สูง สิ่งที่ต้องทำคือยืนยันว่าความผิดปกตินั้นเป็นชั่วคราวหรือเป็นต่อเนื่อง และดู eGFR ร่วมกัน

UACR คืออะไร?

UACR ย่อมาจาก Urine Albumin-to-Creatinine Ratio เป็นการวัดปริมาณอัลบูมิน (albumin) ในปัสสาวะเทียบกับปริมาณครีอะตินิน (creatinine) ในปัสสาวะ และรายงานผลเป็น mg/g

Albumin เป็นโปรตีนสำคัญที่ควรอยู่ในกระแสเลือด ไตปกติจะป้องกันไม่ให้อัลบูมินจำนวนมากรั่วออกทางปัสสาวะ เมื่อโครงสร้างของตัวกรองไตเสียหาย อัลบูมินจะรั่วออกมาในปัสสาวะ เรียกว่า albuminuria

การนำ albumin มาเทียบกับ urine creatinine ช่วยลดผลกระทบจากการที่ปัสสาวะเข้มหรือเจือจางไม่เท่ากันในแต่ละครั้ง จึงเหมาะสำหรับใช้ประเมิน albuminuria จากตัวอย่างปัสสาวะเพียงครั้งเดียว

ทำไม UACR จึงสำคัญ ทั้งที่ Creatinine และ eGFR ยังปกติ?

โรคไตระยะแรกอาจยังไม่มีอาการ และค่า Creatinine หรือ eGFR อาจยังอยู่ในระดับปกติ แต่ไตเริ่มมี albumin รั่วออกมาแล้ว

ตัวอย่างเช่น คนที่มี eGFR 90 mL/min/1.73 m² แต่มี UACR สูงต่อเนื่อง ก็สามารถมีโรคไตเรื้อรังได้ เพราะ eGFR บอกความสามารถในการกรอง ส่วน UACR บอกความเสียหายของตัวกรองไต

จึงไม่ควรใช้ eGFR หรือ UACR เพียงค่าเดียวในการประเมินสุขภาพไต

ทำไมต้องตรวจ UACR?

แพทย์จะสั่งตรวจ UACR เพื่อ:

  • ตรวจหาความเสียหายของไตในระยะเริ่มต้น: เช่น โรคไตเรื้อรัง (chronic kidney disease) หรือโรคไตจากเบาหวาน (diabetic nephropathy)
  • ติดตามการทำงานของไต: ในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, หรือโรคหัวใจ
  • ประเมินความเสี่ยงของโรคไต: ในผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต หรือมีปัจจัยเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่
  • ติดตามผลการรักษา: เพื่อดูว่าการรักษา เช่น การควบคุมระดับน้ำตาลหรือความดันโลหิต ช่วยลดการรั่วของอัลบูมินได้หรือไม่

ใครบ้างควรตรวจ UACR?

การตรวจ UACR มีความสำคัญโดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคไต เช่น:

  • เบาหวาน (โดยเฉพาะเบาหวานชนิดที่ 2 หรือเบาหวานชนิดที่ 1 ที่เป็นมานานกว่า 5 ปี)
  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต
  • เคยมีความผิดปกติของการทำงานของไต
  • ตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ
  • มีอาการบ่งบอกถึงปัญหาไต เช่น ปัสสาวะเป็นฟอง, บวมตามร่างกาย, หรือปัสสาวะเปลี่ยนส

ผู้ที่เป็นเบาหวานเป็นกลุ่มสำคัญที่ควรได้รับการประเมิน UACR ร่วมกับ eGFR เป็นระยะ เพราะ albuminuria อาจเป็นสัญญาณแรกของโรคไตจากเบาหวาน แนวทางจาก American Diabetes Association แนะนำให้ผู้ป่วยเบาหวานตรวจ UACR อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อติดตามสุขภาพไต

UACR สูงเกิดจากอะไร?

UACR สูงหมายความว่ามี albumin ออกมาในปัสสาวะมากกว่าปกติ สาเหตุที่สำคัญ ได้แก่:

1. โรคไตจากเบาหวาน

เบาหวานเป็นสาเหตุสำคัญของ albuminuria ระดับน้ำตาลที่สูงเป็นเวลานานสามารถทำลายเส้นเลือดและตัวกรองของไต ทำให้อัลบูมินรั่วออกมาในปัสสาวะ

2. ความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูงเป็นเวลานานสามารถทำลายหลอดเลือดขนาดเล็กในไตและทำให้ albuminuria เพิ่มขึ้น

3. โรคของ Glomerulus

โรคที่ทำให้ตัวกรองของไตอักเสบหรือเสียหายสามารถทำให้อัลบูมินและโปรตีนรั่วออกทางปัสสาวะได้มาก

4. โรคภูมิคุ้มกันบางชนิด

เช่น systemic lupus erythematosus อาจทำให้เกิดการอักเสบของไตและมี albuminuria

5. ภาวะที่ทำให้ UACR สูงชั่วคราว

เช่น การออกกำลังกายหนัก ไข้ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือความเจ็บป่วยเฉียบพลันบางชนิด

UACR ต่ำกว่า 30 mg/g แปลว่าไตปกติหรือไม่?

UACR ต่ำกว่า 30 mg/g อยู่ในระดับ A1 และถือว่าไม่พบ albuminuria ที่มีนัยสำคัญ แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถตัดโรคไตได้ทุกชนิด

ผู้ป่วยอาจมี eGFR ต่ำ มีเลือดในปัสสาวะ มีความผิดปกติของโครงสร้างไต หรือโรคไตชนิดที่ไม่ได้ทำให้ albumin รั่วมากก็ได้

ดังนั้นการประเมินโรคไตต้องดู UACR + eGFR + Urinalysis + ข้อมูลทางคลินิก ร่วมกัน

UACR กับ Urine Dipstick Protein ต่างกันอย่างไร?

Urine dipstick สามารถบอกได้คร่าว ๆ ว่ามีโปรตีนในปัสสาวะหรือไม่ โดยอาจรายงานเป็น Negative, Trace, 1+, 2+, 3+ หรือ 4+

แต่ UACR สามารถวัด albumin ได้ละเอียดกว่า โดยเฉพาะในระดับต่ำที่ urine dipstick อาจยังไม่ตรวจพบ จึงเหมาะสำหรับค้นหา albuminuria ระยะแรกในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อ CKD

หาก Urinalysis พบ Protein หรือผู้ป่วยเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคไต การตรวจ UACR จะช่วยประเมินความผิดปกติได้ชัดเจนขึ้น

UACR กับ UPCR ต่างกันอย่างไร?

UACR วัดเฉพาะอัลบูมิน (albumin) ในปัสสาวะ ส่วน UPCR วัดโปรตีนทั้งหมดในปัสสาวะ การตรวจทั้งสองชนิดจึงมีจุดประสงค์ต่างกัน และไม่ควรใช้แทนกันทุกกรณี

สำหรับการค้นหาและติดตาม albuminuria ในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่มีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือเสี่ยงโรคไตเรื้อรัง UACR เป็นการตรวจหลัก ส่วน UPCR มีประโยชน์เมื่อแพทย์ต้องการประเมินปริมาณโปรตีนทั้งหมด หรือสงสัยว่ามีโปรตีนชนิดอื่นนอกจาก albumin รั่วออกมาในปัสสาวะ

UACR วัดเฉพาะ albumin ในปัสสาวะ ส่วน UPCR (Urine Protein-to-Creatinine Ratio) วัดโปรตีนทั้งหมดในปัสสาวะ

UACR UPCR
วัดอะไร Albumin โปรตีนทั้งหมด
เหมาะสำหรับ ค้นหาและติดตาม albuminuria โดยเฉพาะ CKD และเบาหวาน ประเมินปริมาณ proteinuria ทั้งหมด
ข้อดี ไวต่อ albumin ในระดับต่ำ ครอบคลุมโปรตีนชนิดอื่นนอกจาก albumin

แพทย์จะเลือก UACR หรือ UPCR ตามโรคและวัตถุประสงค์ของการตรวจ

อ่านรายละเอียด: UACR กับ UPCR ต่างกันอย่างไร? ควรตรวจตัวไหน?

UACR และ eGFR ต้องดูร่วมกันอย่างไร?

การประเมินโรคไตเรื้อรังควรพิจารณา 2 ด้านพร้อมกัน:

  • eGFR — บอกระดับการกรองของไต แบ่งเป็น G1–G5
  • UACR — บอกระดับ albuminuria แบ่งเป็น A1–A3

เมื่อ eGFR ลดลงและ UACR สูงขึ้น ความเสี่ยงต่อการดำเนินของโรคไตและภาวะแทรกซ้อนจะสูงขึ้นตามไปด้วย

ตารางประเมินความเสี่ยงโรคไตจาก eGFR และ UACR

หมายเหตุ: สีในตารางบ่งบอกระดับความเสี่ยงของการลุกลามของโรคไต (สีเขียว: ความเสี่ยงต่ำ, สีเหลือง: ความเสี่ยงปานกลาง, สีส้ม: ความเสี่ยงสูง, สีแดง: ความเสี่ยงสูงสุด)

ตัวอย่าง: คนที่ eGFR 70 และ UACR 10 mg/g มีความเสี่ยงต่างจากคนที่ eGFR 70 เท่ากันแต่ UACR 500 mg/g อย่างมาก ดังนั้น eGFR เพียงตัวเลขเดียวไม่เพียงพอ

ผู้ป่วยเบาหวาน Dipstick ไม่พบโปรตีน ยังต้องตรวจ UACR หรือไม่?

ต้องตรวจตามเกณฑ์ แม้ urine dipstick จะรายงานว่า Protein Negative เพราะการตรวจด้วยแถบจุ่มอาจยังไม่สามารถตรวจพบอัลบูมินที่รั่วในปริมาณน้อย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคไตจากเบาหวาน

แนวทาง ADA 2026 แนะนำให้ตรวจ UACR ร่วมกับ eGFR อย่างน้อยปีละครั้ง ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ทุกราย และในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ที่เป็นมานานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป

ดังนั้น Protein Negative จาก dipstick ไม่ควรใช้แทนการตรวจ UACR ในผู้ป่วยเบาหวาน

ถ้า UACR สูง ต้องทำอะไรต่อ?

1. ยืนยันผล
หากไม่มีเหตุเร่งด่วน แพทย์จะพิจารณาตรวจซ้ำเพื่อดูว่า albuminuria เป็นความผิดปกติชั่วคราวหรือเป็นต่อเนื่อง

2. ตรวจ eGFR
ควรประเมิน Creatinine และ eGFR เพื่อดูระดับการกรองของไตพร้อมกัน

3. ตรวจ Urinalysis
ดูว่ามีเลือด เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว หรือความผิดปกติอื่นในปัสสาวะร่วมด้วยหรือไม่

4. หาสาเหตุ
ประเมินเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต โรคภูมิคุ้มกัน การติดเชื้อ และปัจจัยอื่นตามอาการและผลตรวจ

5. ลดปัจจัยที่ทำให้ไตเสื่อม
ควบคุมความดัน ควบคุมน้ำตาล ลดโซเดียม งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยง NSAIDs ที่ไม่จำเป็น และใช้ยาปกป้องไตตามข้อบ่งชี้ของแพทย์

UACR สูงต้องรักษาอย่างไร?

การรักษาไม่ได้มุ่งเพียง “ทำให้ค่า UACR ลดลง” แต่ต้องรักษาสาเหตุและลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการทำงานของไตในอนาคต

แนวทางสำคัญประกอบด้วย:

  • ควบคุมความดันโลหิต: รับประทานยาลดความดันตามแพทย์สั่ง และลดการบริโภคเกลือและโซเดียม
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด: หากเป็นเบาหวาน ควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งและควบคุมอาหาร
  • ลดการบริโภคเกลือและโซเดียม
  • ลดน้ำหนัก: หากน้ำหนักเกิน เพราะน้ำหนักตัวมากอาจเพิ่มแรงกดดันต่อไต
  • ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
  • เลิกสูบบุหรี่: เพราะการสูบบุหรี่อาจทำให้หลอดเลือดในไตเสียหายมากขึ้น
  • หลีกเลี่ยง NSAIDs ที่ไม่จำเป็น
  • ใช้ยาปกป้องไตตามข้อบ่งชี้ของแพทย์ แพทย์อาจสั่งยา ACE inhibitors (เช่น lisinopril) หรือ ARBs (เช่น losartan) เพื่อลดการรั่วของอัลบูมิน แม้ว่าความดันโลหิตจะปกติ

ยาที่ใช้เพื่อลดความเสี่ยงของโรคไตขึ้นอยู่กับสาเหตุ ระดับ UACR, eGFR, ความดันโลหิต เบาหวาน และภาวะร่วมของผู้ป่วย จึงควรให้แพทย์เป็นผู้พิจารณา

เตรียมตัวก่อนตรวจ UACR อย่างไร?

UACR เป็นการตรวจที่ง่าย ไม่ต้องเจาะเลือด และโดยทั่วไปใช้ปัสสาวะเพียงตัวอย่างเดียว

  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักก่อนตรวจ
  • หากกำลังมีไข้ ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน ควรแจ้งแพทย์
  • ผู้หญิงที่มีประจำเดือนควรแจ้งเจ้าหน้าที่ เพราะเลือดอาจปนเปื้อนตัวอย่าง
  • สามารถใช้ spot urine ได้ แต่ปัสสาวะแรกตอนเช้ามักช่วยลดความแปรปรวนของผลตรวจ

ไม่จำเป็นต้องเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงสำหรับการตรวจ UACR ในผู้ป่วยทั่วไป

วิธีป้องกันความเสียหายของไต

คุณสามารถป้องกันความเสียหายของไตได้โดย:

  • ตรวจไตเป็นประจำ: ตรวจ UACR และ eGFR อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะถ้าคุณมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานหรือความดันโลหิตสูง
  • รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ: เลือกอาหารที่มีโซเดียม ไขมันอิ่มตัว และน้ำตาลต่ำ แต่มีผลไม้สด, ผัก, ธัญพืชไม่ขัดสี, เนื้อไม่ติดมัน, ปลา, และสัตว์ปีกสูง หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: เช่น เดินเร็ว 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ เพื่อรักษาน้ำหนักและสุขภาพโดยรวม
  • ระวังอาหารเสริม: ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้วิตามิน, สมุนไพร, อาหารเสริมลดน้ำหนัก, หรืออาหารเสริมเพาะกาย เพราะบางชนิดอาจทำร้ายไต
  • ตรวจสอบยาที่ใช้: ตรวจสอบกับแพทย์ว่ายาที่ใช้เหมาะสมกับอายุและการทำงานของไตหรือไม่

วิธีเก็บปัสสาวะตรวจ UACR

  1. เตรียมภาชนะเก็บปัสสาวะตามที่ห้องปฏิบัติการให้
  2. เก็บปัสสาวะตามคำแนะนำ โดยมักใช้ตัวอย่างปัสสาวะครั้งเดียว
  3. ส่งตัวอย่างไปตรวจ albumin และ creatinine
  4. ห้องปฏิบัติการคำนวณอัตราส่วนและรายงานเป็น mg/g

การตรวจไม่มีความเจ็บปวดและไม่มีความเสี่ยงจากตัวการตรวจเอง

ปัสสาวะเป็นฟอง ต้องตรวจ UACR หรือไม่?

ปัสสาวะเป็นฟองไม่ได้หมายความว่ามีโปรตีนรั่วทุกคน เพราะฟองสามารถเกิดจากปัสสาวะที่เข้มข้นหรือแรงของกระแสปัสสาวะได้

แต่ถ้าปัสสาวะเป็นฟองมาก เป็นต่อเนื่อง หรือมีบวม เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคไตอยู่เดิม ควรตรวจ UACR และ Urinalysis เพื่อดูว่ามี albumin หรือ protein รั่วจริงหรือไม่

เมื่อไรควรพบแพทย์เร็ว?

ควรได้รับการประเมินเร็วหาก UACR ผิดปกติร่วมกับอาการหรือผลตรวจต่อไปนี้:

  • บวมมากขึ้น
  • ปัสสาวะน้อยลงอย่างชัดเจน
  • ปัสสาวะเป็นเลือดหรือสีชา
  • ความดันโลหิตสูงมาก
  • eGFR ลดลงรวดเร็ว
  • Proteinuria หรือ albuminuria ปริมาณมาก
  • มีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลันร่วมด้วย

การตรวจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

แพทย์อาจสั่งตรวจเพิ่มเติมร่วมกับ UACR เพื่อวินิจฉัยให้แน่ชัด เช่น:

  • Estimated Glomerular Filtration Rate (eGFR): ตรวจการทำงานของไตผ่านระดับครีอะตินินในเลือด
  • Urinalysis: ตรวจปัสสาวะเพื่อหาความผิดปกติ เช่น เลือดหรือโปรตีนในปัสสาวะ
  • Blood Urea Nitrogen (BUN): วัดระดับของเสียในเลือดเพื่อประเมินการทำงานของไต
  • การถ่ายภาพ: เช่น อัลตราซาวนด์หรือ CT scan เพื่อดูโครงสร้างของไตและทางเดินปัสสาวะ ช่วยตรวจหานิ่วในไต, เนื้องอก, หรือความผิดปกติอื่นๆ
  • การตัดชิ้นเนื้อไต (Kidney Biopsy): ในบางกรณี เพื่อตรวจหาโรคไตบางประเภท เช่น glomerulonephritis โดยแพทย์จะใช้เข็มเจาะเนื้อเยื่อไตเล็กน้อยเพื่อตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์

หากผล UACR หรือ eGFR บ่งบอกถึงปัญหาไต แพทย์อาจแนะนำให้พบ นักไตวิทยา (nephrologist) เพื่อให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษา

สรุป: จำ 4 เรื่องเกี่ยวกับ UACR

1. UACR ใช้ตรวจ albumin ที่รั่วออกมาในปัสสาวะ

2. UACR <30 mg/g = A1, 30–300 = A2, >300 = A3

3. UACR สูงครั้งเดียวต้องหาสาเหตุและยืนยันความต่อเนื่อง ไม่ควรสรุปว่าเป็น CKD จากผลครั้งเดียว

4. ต้องดู UACR ร่วมกับ eGFR เพราะค่าหนึ่งบอกความเสียหายของไต อีกค่าหนึ่งบอกความสามารถในการกรองของไต

ดังนั้น สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน การตรวจคัดกรองประจำปีจะเริ่มต้นด้วย UACR เสมอ เพราะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตรวจจับความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ ส่วน UPCR จะมีบทบาทเสริมเข้ามาในกรณีที่ตรวจพบความผิดปกติที่รุนแรงแล้ว หรือเมื่อแพทย์ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับโปรตีนชนิดอื่นๆ

อ่านต่อ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ UACR

UACR คืออะไร?

UACR คือการวัด albumin ในปัสสาวะเทียบกับ urine creatinine เพื่อประเมินว่ามี albumin รั่วจากไตหรือไม่

ค่า UACR ปกติเท่าไร?

UACR ต่ำกว่า 30 mg/g อยู่ในระดับ A1 ส่วน 30–300 mg/g คือ A2 และมากกว่า 300 mg/g คือ A3

UACR 50 เป็นโรคไตหรือไม่?

UACR 50 mg/g อยู่ในกลุ่ม A2 และถือว่าผิดปกติ ควรตรวจยืนยันและดู eGFR ร่วมกัน หากความผิดปกติเป็นต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนสามารถเข้าเกณฑ์ CKD ได้

UACR สูง แต่ eGFR ปกติ เป็นโรคไตได้หรือไม่?

ได้ หาก albuminuria เป็นต่อเนื่อง UACR ที่ผิดปกติสามารถเป็นหลักฐานของความเสียหายของไตแม้ eGFR ยังมากกว่า 60

UACR ต่างจาก UPCR อย่างไร?

UACR วัดเฉพาะ albumin ส่วน UPCR วัดโปรตีนทั้งหมดในปัสสาวะ

ต้องเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงหรือไม่?

โดยทั่วไปไม่ต้อง UACR สามารถตรวจจากตัวอย่างปัสสาวะครั้งเดียวได้

เอกสารอ้างอิง

  • Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO). Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease.
  • National Kidney Foundation. Albuminuria and Urine Albumin-Creatinine Ratio.
  • National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. Assess Urine Albumin.
  • American Diabetes Association. Standards of Care in Diabetes.

เรียบเรียงและทบทวนโดย: นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์, แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว

สถานะ: ร่างเพื่อการตรวจโดยแพทย์ ยังไม่ใช่เนื้อหาที่อนุมัติให้เผยแพร่