เห็น Creatinine ↑ ในผลเลือด ควรดูอะไรต่อทันที?

เมื่อพบ Creatinine สูง ไม่ควรดูตัวเลขนี้เพียงค่าเดียว เพราะยังตอบไม่ได้ว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง ภาวะไตบาดเจ็บเฉียบพลัน หรือเป็นเพียงความผิดปกติชั่วคราว หากต้องการทราบว่าไตมีปัญหาหรือไม่ ควรพิจารณาข้อมูลต่อไปนี้ร่วมกัน

1. ดูค่าอัตราการกรองของไต (eGFR)

ค่า Creatinine เป็นของเสียที่สะสมในเลือดเมื่อไตกรองได้น้อยลง ส่วน ค่าอัตราการกรองของไตโดยประมาณ (eGFR) นำค่า Creatinine มาคำนวณร่วมกับอายุและเพศ เพื่อประมาณว่าไตสามารถกรองเลือดได้ดีเพียงใด จึงช่วยแปลความหมายของค่า Creatinine ได้ดีกว่าการดูตัวเลข Creatinine เพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม eGFR ยังเป็นค่าประมาณ หากผู้ป่วยมีกล้ามเนื้อมากหรือน้อยผิดปกติ รับประทานอาหารเสริม creatine หรือมีปัจจัยอื่นที่มีผลต่อ Creatinine ค่า eGFR อาจคลาดเคลื่อนได้

2. เปรียบเทียบกับผล Creatinine ครั้งก่อน

ผลเลือดเดิมเป็นข้อมูลสำคัญมาก เพราะช่วยบอกว่าความผิดปกติเกิดขึ้นใหม่หรือเป็นมานานแล้ว ตัวอย่างเช่น Creatinine 1.4 mg/dL ที่คงที่มาหลายปี มีความหมายแตกต่างจาก Creatinine ที่เพิ่มจาก 0.8 เป็น 1.4 mg/dL ภายในไม่กี่วัน

ถ้า Creatinine เพิ่มขึ้นรวดเร็ว ต้องคิดถึง ภาวะไตบาดเจ็บเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury: AKI) มากขึ้น ส่วนค่าที่ผิดปกติต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือนอาจเข้ากับโรคไตเรื้อรัง แต่ยังต้องดู eGFR, UACR และหลักฐานอื่นร่วมด้วย

3. ตรวจปัสสาวะและ UACR

ค่า eGFR ช่วยบอกความสามารถในการกรองของไต ส่วน อัตราส่วนอัลบูมินต่อครีเอตินีนในปัสสาวะ (Urine Albumin-to-Creatinine Ratio: UACR) ช่วยตรวจว่ามีอัลบูมินรั่วออกมาในปัสสาวะหรือไม่ การมีอัลบูมินรั่วเป็นหลักฐานว่าตัวกรองของไตได้รับความเสียหายจากโรคหรือภาวะบางอย่าง เช่น เบาหวานหรือความดันโลหิตสูง

ผู้ป่วยบางรายมี Creatinine และ eGFR ยังอยู่ในช่วงใกล้ปกติ แต่ตรวจพบ UACR สูง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคไตระยะแรกได้ ดังนั้นการประเมินไตจึงไม่ควรดู Creatinine หรือ eGFR เพียงอย่างเดียว

4. ดูว่ามีภาวะขาดน้ำหรือการเจ็บป่วยเฉียบพลันหรือไม่

อาเจียน ท้องเสีย ไข้สูง รับประทานน้ำได้น้อย เสียเลือด ความดันโลหิตต่ำ หรือการติดเชื้อรุนแรง อาจทำให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลง ส่งผลให้ eGFR ลดและ Creatinine สูงขึ้น ภาวะนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของ ไตบาดเจ็บเฉียบพลัน (AKI) และถ้าแก้สาเหตุได้เร็ว การทำงานของไตอาจกลับดีขึ้นได้

ผู้ที่ใช้ยา ACE inhibitor (ACEi) หรือ Angiotensin Receptor Blocker (ARB) หากเกิดภาวะขาดน้ำหรือเลือดไปเลี้ยงไตลดลง อาจมี eGFR ลดลงและ Creatinine เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ โดยเฉพาะหากใช้ยาขับปัสสาวะหรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ร่วมด้วย จึงควรให้แพทย์ประเมินยาและภาวะขาดน้ำ ไม่ควรหยุดยาเอง

5. ทบทวนยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่

ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs อาจลดเลือดที่ไปเลี้ยงไตและทำให้การทำงานของไตแย่ลง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ที่ขาดน้ำ หรือผู้ที่มีโรคไตเดิม

ในทางกลับกัน ยาบางชนิด เช่น trimethoprim หรือ cimetidine สามารถทำให้ค่า Creatinine ในเลือดสูงขึ้นจากการลดการหลั่ง Creatinine ที่ท่อไต โดยไม่ได้หมายความว่าการกรองของไตลดลงในระดับเดียวกับที่ตัวเลข Creatinine เพิ่มขึ้น นอกจากนี้อาหารเสริม creatine ก็อาจมีผลต่อค่า Creatinine ได้

6. ดูอาการที่บ่งว่าการทำงานของไตอาจลดลงมาก

ผู้ที่ Creatinine สูงเล็กน้อยอาจไม่มีอาการ แต่หากมี ปัสสาวะลดลงมาก บวม หอบเหนื่อย คลื่นไส้อาเจียน ซึม หรืออ่อนเพลียมากผิดปกติ ควรได้รับการประเมินเร็วขึ้น เพราะอาจมีภาวะน้ำเกิน เกลือแร่ผิดปกติ หรือการทำงานของไตลดลงมาก

7. ดูระยะเวลาที่ความผิดปกติเกิดขึ้น

ระยะเวลาช่วยแยกความผิดปกติที่เกิดขึ้นใหม่ออกจาก โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease: CKD) โดย CKD หมายถึงความผิดปกติของโครงสร้างหรือการทำงานของไตที่มีอยู่อย่างน้อย 3 เดือน

จึงไม่ควรวินิจฉัย CKD จาก eGFR หรือ UACR ที่ผิดปกติเพียงครั้งเดียว เพราะอาจเป็นผลจาก AKI หรือความผิดปกติชั่วคราวได้. :chatgpt-content-reference{index="1"}

สรุป: เมื่อพบ Creatinine สูง การจะตอบว่าเป็นโรคไตเรื้อรังหรือไม่ ต้องดูอย่างน้อย eGFR, UACR, ผล Creatinine ครั้งก่อน และระยะเวลาที่ความผิดปกติเกิดขึ้น รวมทั้งพิจารณาภาวะเจ็บป่วย ยา และอาการของผู้ป่วยร่วมด้วย

ภาพการตรวจสุขภาพไตด้วยเลือดและปัสสาวะ เช่น Creatinine eGFR UACR และ UPCR

Creatinine คืออะไร?

ครีเอตินีน (Creatinine) เป็นของเสียที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญ creatine และ phosphocreatine ในกล้ามเนื้อ ร่างกายสร้าง Creatinine อย่างต่อเนื่อง และขับออกทางไตเป็นหลัก

เมื่อความสามารถในการกรองของไตลดลง Creatinine จะถูกขับออกได้น้อยลง ทำให้ระดับในเลือดสูงขึ้น จึงนำมาใช้เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการประเมินการทำงานของไต

อย่างไรก็ตาม ปริมาณ Creatinine ที่ร่างกายสร้างขึ้นไม่เท่ากันทุกคน ผู้ที่มีกล้ามเนื้อมากอาจมีค่า Creatinine สูงกว่าผู้ที่มีกล้ามเนื้อน้อย แม้ว่าการทำงานของไตจะใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ การออกกำลังกายหนัก โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อมาก อาจทำให้ Creatinine สูงขึ้นชั่วคราวได้จากการสร้าง Creatinine ที่เพิ่มขึ้น การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และภาวะขาดน้ำที่เกิดร่วมกัน

หากมี ภาวะกล้ามเนื้อสลายรุนแรง (rhabdomyolysis) ค่า Creatinine อาจสูงขึ้นมากได้ทั้งจากการสลายของกล้ามเนื้อและจากภาวะไตบาดเจ็บเฉียบพลันที่เกิดตามมา ในกรณีนี้แพทย์มักตรวจค่า Creatine Kinase (CK) ร่วมกับ Creatinine, potassium, ปัสสาวะ และการทำงานของไต เพื่อประเมินความรุนแรง

 

Creatinine ปกติเท่าไร?

ค่าอ้างอิงของ Creatinine แตกต่างกันเล็กน้อยตามห้องปฏิบัติการ วิธีตรวจ เพศ อายุ และมวลกล้ามเนื้อ ดังนั้นควรใช้ ช่วงอ้างอิงที่พิมพ์ในใบผลเลือดของตนเอง เป็นหลัก

ตัวอย่างช่วงอ้างอิงที่ใช้ในห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลในประเทศไทย ได้แก่:

เพศ ช่วงอ้างอิงโดยประมาณ
ผู้ชาย ประมาณ 0.67–1.18 mg/dL
ผู้หญิง ประมาณ 0.51–1.02 mg/dL

ตัวเลขนี้เป็นเพียงช่วงอ้างอิงทั่วไป ห้องปฏิบัติการแต่ละแห่งอาจใช้ค่าต่างกันเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลศิริราชใช้ช่วงอ้างอิงประมาณ 0.67–1.17 mg/dL ในผู้ชาย และ 0.51–0.95 mg/dL ในผู้หญิง ขณะที่ห้องปฏิบัติการบางแห่งใช้ประมาณ 0.73–1.18 mg/dL ในผู้ชาย และ 0.55–1.02 mg/dL ในผู้หญิง

Creatinine 1.4 mg/dL ถือว่าสูงหรือไม่?

สำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ Creatinine 1.4 mg/dL สูงกว่าช่วงอ้างอิงของห้องปฏิบัติการทั่วไปทั้งในผู้ชายและผู้หญิง แต่ยังไม่สามารถบอกได้จากตัวเลขนี้เพียงอย่างเดียวว่าเป็นโรคไต หรือไตเสื่อมมากเพียงใด

คนที่มี Creatinine 1.4 mg/dL ควรดูต่อว่า eGFR เท่าไร, ค่าเดิมเคยเท่าไร, มี UACR หรือโปรตีนในปัสสาวะหรือไม่ และค่าผิดปกตินานเพียงใด เพราะ Creatinine 1.4 mg/dL ในชายหนุ่มที่มีกล้ามเนื้อมาก อาจมีความหมายต่างจากค่าเดียวกันในหญิงสูงอายุที่มีกล้ามเนื้อน้อย

อาการเมื่อระดับครีเอตินีนสูง

อาการเมื่อระดับ ครีเอตินินสูงขึ้นกับสาเหตุ ผู้ป่วยที่มีค่าครีเอตินินจากไตได้รับบาดเจ็บเฉียบพลันมักจะมีอาการของสาเหตุ เช่น ภาวะขาดน้ำจากท้องร่วง หรือเสียเลือด เมื่อไตเสื่อมมากขึ้นอาจจะเกิดอาการหอบเนื่อยเนื่องจากน้ำท่วมปอด สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรงในระยะแรก ระดับครีเอตินีนสูงอาจไม่มีอาการชัดเจน โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง แต่เมื่อไตเสียหายมากขึ้น อาจพบ:

  • อ่อนเพลีย: จากการสะสมของเสียในเลือด
  • บวม (edema): ที่ขา, เท้า, หรือใบหน้า เนื่องจากไตไม่สามารถขับน้ำส่วนเกิน
  • ปัสสาวะน้อยลงหรือขุ่น: แสดงถึงการทำงานของไตลดลง
  • หายใจลำบาก: จากของเหลวสะสมในปอด
  • ความดันโลหิตสูง: โดยเฉพาะในผู้ที่มีครีเอตินีนสูงจากความดัน

หมายเหตุ: อาการเหล่านี้อาจเกิดจากสาเหตุอื่น ควรให้แพทย์ทบทวน (review) ผลตรวจครีเอตินีนเพื่อยืนยัน

Creatinine สูง: เป็นไตบาดเจ็บเฉียบพลัน หรือโรคไตเรื้อรัง?

เมื่อพบ Creatinine สูง คำถามสำคัญคือ ค่าที่สูงขึ้นเกิดขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว หรือเป็นความผิดปกติที่มีมานานแล้ว เพราะสองภาวะนี้มีสาเหตุ การประเมิน และการรักษาแตกต่างกัน

1. ภาวะไตบาดเจ็บเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury: AKI)

AKI หมายถึงการทำงานของไตลดลงในช่วงเวลาสั้น ๆ ทำให้ Creatinine เพิ่มขึ้นจากค่าพื้นฐานภายในไม่กี่วัน หรือมีปริมาณปัสสาวะลดลง

สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่:

  • เลือดไปเลี้ยงไตลดลง เช่น ขาดน้ำ อาเจียน ท้องเสีย เสียเลือด ความดันต่ำ หรือภาวะช็อก
  • การติดเชื้อรุนแรง เช่น sepsis
  • ยา เช่น NSAIDs หรือยาบางชนิดที่มีผลต่อการไหลเวียนเลือดในไต โดยเฉพาะเมื่อมีภาวะขาดน้ำร่วมด้วย
  • โรคของเนื้อไตเฉียบพลัน เช่น acute tubular injury, glomerulonephritis หรือ interstitial nephritis
  • การอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่ว ต่อมลูกหมากโต หรือก้อนที่อุดกั้นทางเดินปัสสาวะ

สิ่งที่ช่วยให้นึกถึง AKI คือ Creatinine เพิ่มขึ้นรวดเร็วเมื่อเทียบกับผลเดิม เช่น จาก 0.9 เป็น 1.3 mg/dL ภายใน 1–2 วัน หรือมีปัสสาวะลดลงอย่างชัดเจน

หากหาสาเหตุและรักษาได้เร็ว เช่น แก้ภาวะขาดน้ำ รักษาการติดเชื้อ หรือแก้การอุดกั้น การทำงานของไตอาจกลับดีขึ้นได้บางส่วนหรือทั้งหมด ขึ้นกับสาเหตุและความรุนแรง

2. โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease: CKD)

CKD หมายถึงความผิดปกติของโครงสร้างหรือการทำงานของไตที่มีอยู่อย่างน้อย 3 เดือน ไม่ได้วินิจฉัยจาก Creatinine สูงเพียงครั้งเดียว หลักฐานที่สนับสนุน CKD ได้แก่:

  • eGFR ต่ำกว่า 60 mL/min/1.73 m² ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน
  • UACR ≥30 mg/g ต่อเนื่อง แสดงว่ามี albuminuria
  • มีความผิดปกติของตะกอนปัสสาวะที่บ่งชี้โรคไต
  • มีความผิดปกติของโครงสร้างไตจาก ultrasound หรือ imaging
  • มีหลักฐานของโรคไตเรื้อรังอื่นตามเกณฑ์ทางการแพทย์

สาเหตุที่พบบ่อยของ CKD ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไตจาก glomerular disease โรคไตจากพันธุกรรม และการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะเรื้อรัง

ผู้ป่วย CKD ระยะแรกอาจไม่มีอาการเลย ดังนั้นผล Creatinine เดิม ค่า eGFR และ UACR จึงมีความสำคัญมากในการบอกว่าความผิดปกตินั้นมีมานานหรือไม่

AKI กับ CKD แยกกันอย่างไร?

ข้อมูล AKI CKD
ระยะเวลา เกิดขึ้นภายในชั่วโมงถึงวัน ผิดปกติต่อเนื่อง ≥3 เดือน
Creatinine เดิม มักเพิ่มขึ้นจากค่าพื้นฐานอย่างรวดเร็ว มักพบว่าสูงหรือ eGFR ต่ำต่อเนื่องจากผลเดิม
ปัสสาวะ อาจลดลงอย่างรวดเร็ว อาจยังปกติ โดยเฉพาะระยะแรก
UACR อาจปกติหรือผิดปกติ ขึ้นกับสาเหตุ อาจพบ albuminuria ต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคไตจากเบาหวานหรือ glomerular disease
อัลตราซาวนด์ไต ขนาดไตอาจยังปกติ CKD บางชนิดอาจพบไตเล็กหรือมีความผิดปกติเรื้อรัง แต่ไม่ใช่ทุกกรณี
โอกาสฟื้นกลับ อาจกลับดีขึ้นได้หากแก้สาเหตุเร็ว มักเป็นความผิดปกติเรื้อรัง เป้าหมายคือชะลอการเสื่อม

สิ่งสำคัญ: ผู้ป่วยสามารถมี AKI ซ้อนบน CKD (acute kidney injury on chronic kidney disease) ได้ เช่น ผู้ป่วย CKD เดิมมี eGFR 45 แล้วเกิดท้องเสียและขาดน้ำจน Creatinine เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นผล Creatinine เดิมจึงมีความสำคัญมาก

Creatinine สูง หมายถึงเป็นโรคไตหรือยัง?

ยังสรุปไม่ได้จากผล Creatinine เพียงครั้งเดียว

การวินิจฉัย โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease: CKD) ต้องมีความผิดปกติของโครงสร้างหรือการทำงานของไตต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน โดยอาจเป็น:

  • eGFR ต่ำกว่า 60 mL/min/1.73 m² ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน
  • หรือมีหลักฐานความเสียหายของไต เช่น UACR ≥30 mg/g
  • มีความผิดปกติของตะกอนปัสสาวะที่บ่งชี้โรคไต
  • มีความผิดปกติของโครงสร้างไตจาก imaging
  • หรือมีหลักฐานความผิดปกติของไตอื่นที่เข้าเกณฑ์

ดังนั้นคนที่ Creatinine สูงครั้งแรกอาจมีทั้งโรคไตเรื้อรัง ไตวายเฉียบพลัน ภาวะขาดน้ำ หรือปัจจัยอื่นที่ไม่ได้เกิดจากไตเสื่อมก็ได้

Creatinine 1.2, 1.3, 1.5 หรือ 2.0 หมายถึงอะไร?

คำถามนี้พบบ่อยมาก แต่ ไม่สามารถใช้ตัวเลข Creatinine ค่าเดียวบอกระยะของโรคไตได้

ตัวอย่างเช่น Creatinine 1.3 mg/dL ในชายอายุน้อยที่มีกล้ามเนื้อมากอาจให้ค่า eGFR แตกต่างมากจาก Creatinine 1.3 mg/dL ในหญิงสูงอายุที่มีกล้ามเนื้อน้อย

ดังนั้นเมื่อเห็น Creatinine 1.2, 1.3, 1.5 หรือค่าอื่น คำถามที่ควรถามต่อคือ:

  • eGFR เท่าไร?
  • ครั้งก่อน Creatinine เท่าไร?
  • ค่าเพิ่มขึ้นเร็วหรือไม่?
  • มี UACR หรือโปรตีนในปัสสาวะหรือไม่?
  • มีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคไตเดิมหรือไม่?
  • มีภาวะขาดน้ำหรือเพิ่งเจ็บป่วยหรือไม่?

Creatinine สูงจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่ไตเสื่อมได้ไหม?

ได้ ค่า Creatinine สามารถสูงขึ้นโดยไม่ได้หมายความว่าเนื้อไตเสียหายเรื้อรังเสมอไป

ปัจจัย ผลต่อ Creatinine
ภาวะขาดน้ำ เลือดไปเลี้ยงไตลดลงและอาจทำให้ Creatinine สูงขึ้นชั่วคราว
กินเนื้อสุกปริมาณมาก อาจทำให้ Creatinine เพิ่มขึ้นชั่วคราวก่อนตรวจ
ออกกำลังกายหนัก อาจทำให้ Creatinine เพิ่มจากกล้ามเนื้อและทำให้ eGFR ที่คำนวณจาก Creatinine ดูต่ำกว่าความจริง
มีกล้ามเนื้อมาก ผู้ที่มีกล้ามเนื้อมากอาจมี Creatinine สูงกว่าคนทั่วไปโดยที่ไตยังทำงานดี
Creatine supplement อาจเพิ่มระดับ Creatinine และมีผลต่อการแปลผล eGFR
ยาบางชนิด เช่น trimethoprim, cimetidine, dolutegravir, cobicistat และยาบางชนิด สามารถเพิ่ม Creatinine โดยมีผลต่อการหลั่ง Creatinine ที่ท่อไต โดยไม่จำเป็นต้องหมายถึง GFR ลดลงจริง
กล้ามเนื้อสลายอย่างรุนแรง เช่น rhabdomyolysis สามารถทำให้ Creatinine สูงและอาจทำให้เกิดไตวายเฉียบพลันได้

Creatinine ปกติ แปลว่าไตปกติแน่นอนหรือไม่?

ไม่เสมอไป โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่ผอมมาก มีกล้ามเนื้อน้อย มีภาวะกล้ามเนื้อฝ่อ หรือถูกตัดแขนขา ซึ่งร่างกายสร้าง Creatinine น้อย

คนกลุ่มนี้อาจมี Creatinine อยู่ในช่วงอ้างอิง ทั้งที่การกรองของไตลดลงแล้ว

ดังนั้นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคไต เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือมีประวัติโรคไต ควรประเมิน eGFR และ UACR ร่วมด้วย ไม่ควรดู Creatinine เพียงค่าเดียว

Creatinine กับ eGFR ต่างกันอย่างไร?

Creatinine เป็นค่าที่วัดโดยตรงจากเลือด ส่วน ค่าอัตราการกรองของไตโดยประมาณ (estimated Glomerular Filtration Rate: eGFR) เป็นค่าที่คำนวณจาก Creatinine ร่วมกับข้อมูลของผู้ป่วย

สมการ CKD-EPI 2021 สำหรับผู้ใหญ่ใช้:

  • Serum Creatinine
  • อายุ
  • เพศ

สมการนี้ ไม่ใช้น้ำหนักตัวและไม่ใช้เชื้อชาติ

eGFR ช่วยให้แปลความหมายของ Creatinine ได้ดีกว่าการดู Creatinine อย่างเดียว แต่ eGFR ก็ยังเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่การวัดการกรองของไตโดยตรง

eGFR ต่ำครั้งเดียว เป็นโรคไตเรื้อรังหรือยัง?

ยังไม่จำเป็น

หาก eGFR ต่ำกว่า 60 เพียงครั้งเดียว อาจเกิดจาก acute kidney injury ภาวะขาดน้ำ การติดเชื้อ ยา หรือความผิดปกติชั่วคราวอื่นได้

การวินิจฉัย CKD ต้องยืนยันว่าความผิดปกติมีอยู่อย่างน้อย 3 เดือน หรือมีหลักฐานความเสียหายของไตอื่นร่วมด้วย

eGFR กลุ่ม G ความหมาย
≥90 G1 การกรองปกติหรือสูง แต่จะเรียกว่า CKD ก็ต่อเมื่อมีหลักฐานความเสียหายของไตร่วมด้วย
60–89 G2 ลดลงเล็กน้อย แต่ยังไม่ถือว่าเป็น CKD หากไม่มีหลักฐานความเสียหายของไต
45–59 G3a การกรองลดลงเล็กน้อยถึงปานกลาง หากคงอยู่อย่างน้อย 3 เดือนเข้าเกณฑ์ CKD
30–44 G3b การกรองลดลงปานกลางถึงมาก
15–29 G4 การกรองลดลงมาก
<15 G5 ไตวายระยะสุดท้ายหรือ kidney failure ในบริบทที่เหมาะสม

อ่านเพิ่มเติม: Creatinine สูง eGFR ต่ำ เป็นโรคไตหรือยัง?

ทำไม Creatinine สูงแล้วต้องตรวจ UACR ด้วย?

Creatinine และ eGFR บอกเรื่อง ความสามารถในการกรองของไต ส่วน อัตราส่วนอัลบูมินต่อครีเอตินีนในปัสสาวะ (Urine Albumin-to-Creatinine Ratio: UACR) ช่วยบอกว่าตัวกรองของไตมีการรั่วของ albumin หรือไม่

UACR กลุ่ม ความหมาย
<30 mg/g A1 ปกติถึงเพิ่มเล็กน้อย
30–300 mg/g A2 Albuminuria เพิ่มปานกลาง
>300 mg/g A3 Albuminuria เพิ่มมาก

ผู้ป่วยอาจมี eGFR ปกติแต่มี UACR สูง และยังสามารถเป็น CKD ได้หากความผิดปกติดังกล่าวยืนยันว่าคงอยู่อย่างน้อย 3 เดือน

ดังนั้นการประเมินสุขภาพไตที่สมบูรณ์ไม่ควรมีเพียง Creatinine หรือ eGFR แต่ควรประเมิน albuminuria ตามความเหมาะสมด้วย

Creatinine สูงขึ้นเร็ว ต้องคิดถึงไตวายเฉียบพลันหรือไม่?

หาก Creatinine เพิ่มขึ้นรวดเร็วจากค่าพื้นฐาน ต้องคิดถึง ภาวะไตบาดเจ็บเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury: AKI) โดยเฉพาะเมื่อมีภาวะขาดน้ำ ความดันต่ำ การติดเชื้อรุนแรง การใช้ยาที่มีผลต่อไต หรือการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ

เกณฑ์หนึ่งที่ใช้วินิจฉัย AKI คือ:

  • Serum Creatinine เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 0.3 mg/dL ภายใน 48 ชั่วโมง
  • หรือเพิ่มเป็นอย่างน้อย 1.5 เท่าของค่าพื้นฐานภายใน 7 วัน
  • หรือมีปริมาณปัสสาวะลดลงตามเกณฑ์ทางคลินิก

ตัวอย่างเช่น Creatinine จาก 0.9 เป็น 1.3 mg/dL ในเวลา 2 วัน อาจมีความสำคัญมากกว่าคนที่มี Creatinine 1.3 mg/dL คงที่มาหลายปี

ดังนั้น “การเปลี่ยนแปลงจากค่าพื้นฐาน” มีความสำคัญมากพอ ๆ กับตัวเลข Creatinine ปัจจุบัน

สาเหตุสำคัญของ Creatinine สูงจากการทำงานของไตลดลง

1. เลือดไปเลี้ยงไตลดลง

  • ขาดน้ำ
  • อาเจียนหรือท้องเสียมาก
  • เสียเลือด
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • หัวใจล้มเหลวบางกรณี
  • sepsis หรือภาวะช็อก

2. โรคของเนื้อไต

  • โรคไตจากเบาหวาน
  • โรคไตจากความดันโลหิตสูง
  • glomerulonephritis
  • interstitial nephritis
  • acute tubular injury
  • โรคภูมิคุ้มกันที่มีผลต่อไต

3. การอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ

  • นิ่วในทางเดินปัสสาวะ
  • ต่อมลูกหมากโต
  • ก้อนหรือเนื้องอกที่กดทางเดินปัสสาวะ
  • การอุดกั้นของ ureter หรือ bladder outlet

เมื่อไรควรพิจารณาตรวจ Cystatin C?

Cystatin C เป็นสารอีกชนิดที่ใช้ประมาณการการกรองของไตและได้รับผลกระทบจากมวลกล้ามเนื้อน้อยกว่า Creatinine

การคำนวณ eGFR จากทั้ง Creatinine และ Cystatin C โดยทั่วไปมีความแม่นยำกว่าการใช้ Creatinine เพียงอย่างเดียว

อาจพิจารณา Cystatin C เมื่อ:

  • มวลกล้ามเนื้อน้อยมากหรือมากผิดปกติ
  • มีภาวะกล้ามเนื้อฝ่อหรือตัดแขนขา
  • ผล Creatinine ดูไม่สอดคล้องกับสภาพผู้ป่วย
  • eGFR อยู่ใกล้ค่าตัดที่มีผลต่อการตัดสินใจสำคัญ
  • ต้องการประเมินการทำงานของไตให้แม่นยำขึ้น

เมื่อพบ Creatinine สูง ควรตรวจอะไรต่อ?

1. เปรียบเทียบกับผลเลือดเดิม

นี่เป็นข้อมูลที่สำคัญมาก เพราะช่วยแยกระหว่างภาวะใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกับโรคไตเรื้อรังที่เป็นมานาน

2. ดู eGFR

ใช้ประเมินระดับการกรองของไตและช่วยติดตามแนวโน้มการทำงานของไต

3. ตรวจปัสสาวะ

Urinalysis ช่วยดูโปรตีน เลือด เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และความผิดปกติของตะกอนปัสสาวะ ซึ่งอาจช่วยบอกสาเหตุของโรคไต

4. ตรวจ UACR

มีความสำคัญโดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือสงสัย CKD

5. ตรวจเลือดอื่นตามความเหมาะสม

  • BUN
  • Potassium
  • Sodium
  • Bicarbonate
  • Glucose และ HbA1c ในผู้ที่เป็นหรือเสี่ยงเบาหวาน
  • Calcium และ phosphate ใน CKD ที่เหมาะสม

6. ทบทวนยาและอาหารเสริม

ควรถามถึง NSAIDs ยาสมุนไพร creatine supplement ยาขับปัสสาวะ ACE inhibitor, ARB และยาอื่นที่อาจมีผลต่อไตหรือการวัด Creatinine

7. ตรวจ Ultrasound เมื่อมีข้อบ่งชี้

มีประโยชน์เมื่อสงสัยการอุดกั้น นิ่ว ต่อมลูกหมากโต ไตมีขนาดผิดปกติ หรือโรคทางโครงสร้างของไต

Creatinine เพิ่มหลังเริ่ม ACE inhibitor หรือ ARB ต้องหยุดยาหรือไม่?

ไม่ควรหยุดยาเองเพียงเพราะ Creatinine เพิ่มเล็กน้อย เพราะยา ACE inhibitor และ ARB เปลี่ยนความดันภายใน glomerulus และอาจทำให้ eGFR ลดลงหรือ Creatinine เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงแรกได้

KDIGO 2024 แนะนำให้ตรวจ ความดันโลหิต Serum Creatinine และ Potassium ภายในประมาณ 2–4 สัปดาห์ หลังเริ่มยาหรือเพิ่มขนาดยา โดยระยะเวลาที่เหมาะสมขึ้นกับระดับ eGFR และ potassium เดิม

หาก Creatinine เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ภายใน 4 สัปดาห์ หลังเริ่มหรือเพิ่มขนาด ACE inhibitor หรือ ARB ควรค้นหาสาเหตุ เช่น:

  • ภาวะขาดน้ำ
  • การใช้ NSAIDs
  • ยาขับปัสสาวะมากเกินไป
  • ความดันต่ำ
  • renal artery stenosis
  • ภาวะไตบาดเจ็บเฉียบพลันจากสาเหตุอื่น

การปรับหรือหยุดยาควรเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์ ไม่ควรหยุดยาเอง

ก่อนตรวจ Creatinine ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

การตรวจ Creatinine เพียงอย่างเดียวโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องอดอาหาร แต่ควรปฏิบัติดังนี้:

  • ดื่มน้ำตามปกติ ไม่ควรทำให้ตัวเองขาดน้ำเพื่อไปตรวจเลือด
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักก่อนตรวจ โดยเฉพาะหากกำลังติดตามค่าที่ผิดปกติเล็กน้อย
  • หลีกเลี่ยงการกินเนื้อสุกปริมาณมากก่อนตรวจหากแพทย์ต้องการประเมิน Creatinine ให้แม่นยำ
  • แจ้งแพทย์หากใช้ creatine supplement
  • แจ้งรายการยาและอาหารเสริมทั้งหมดที่ใช้อยู่
  • ไม่ควรหยุดยาประจำเองก่อนตรวจ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

Creatinine สูงรักษาอย่างไร? ทำอย่างไรให้ค่าลดลง?

การรักษาผู้ป่วยที่มีค่าครีเอตินินสูงเป็นการหาสาเหตุและรักษาปัญหาที่ทำให้การทำงานของไตลดลง

ตัวอย่างเช่น:

  • ขาดน้ำ — แก้ไขภาวะขาดน้ำอย่างเหมาะสม
  • ติดเชื้อ — รักษาการติดเชื้อตามชนิดและความรุนแรง
  • อุดกั้นทางเดินปัสสาวะ — แก้ไขการอุดกั้น
  • ใช้ยาที่มีผลต่อไต — ทบทวนยาและปรับตามความเหมาะสม
  • เบาหวาน — ควบคุมน้ำตาลและใช้ยาปกป้องไตเมื่อมีข้อบ่งชี้
  • ความดันโลหิตสูง — ควบคุมความดันให้เหมาะสม
  • CKD ที่มี albuminuria — พิจารณายาที่มีหลักฐานลดการดำเนินโรค เช่น ACE inhibitor หรือ ARB ตามข้อบ่งชี้
  • CKD บางกลุ่ม — SGLT2 inhibitor มีบทบาทปกป้องไตตามเกณฑ์ของผู้ป่วย ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อทำให้ค่า Creatinine ลดลง

ไม่ควรพยายาม “ล้าง Creatinine” ด้วยการดื่มน้ำปริมาณมากเกินจำเป็น เพราะผู้ป่วยโรคหัวใจหรือ CKD บางรายอาจเกิดน้ำเกินได้ ปริมาณน้ำควรเหมาะสมกับภาวะของแต่ละคน

การดูแลเมื่อพบระดับครีเอตินีนสูง

หากแพทย์ทบทวน และยืนยันว่าคุณมีระดับครีเอตินีนสูงจากเบาหวาน ความดัน หรือการติดเชื้อ การดูแลที่เหมาะสมจะช่วยชะลอการลุกลามของโรคไต:

  • รักษาโรคต้นเหตุ:
    • เบาหวาน: ควบคุมน้ำตาลด้วยยาและตรวจ HbA1c ทุก 3–6 เดือน
    • ความดัน: ใช้ยา ACEI/ARB และทบทวน (review) ความดันทุกการนัด
    • การติดเชื้อ: รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ (เช่น amoxicillin) และตรวจครีเอตินีนซ้ำ
  • ใช้ยาเพื่อปกป้องไต:
    • ACEI/ARB: ลดความดันในไตและชะลอการลุกลามของ CKD
    • SGLT2 inhibitors: เช่น dapagliflozin ช่วยลดครีเอตินีนในผู้ป่วยเบาหวาน [KDIGO 2024]
    • โรงพยาบาลอาจนำเสนอ (offer) การปรึกษาเภสัชกรเพื่อปรับยา
  • ปรับวิถีชีวิต:
    • อาหาร: ลดเกลือ, จำกัดโปรตีน (0.8–1.0 ก./กก.น้ำหนักตัว/วัน), และหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป
    • น้ำหนัก: ลดน้ำหนักหากมีโรคอ้วน
    • ออกกำลังกาย: เดินเร็ว 30 นาที/วัน, 5 วัน/สัปดาห์ เพื่อควบคุมน้ำตาลและความดัน
  • ติดตามผล:
    • ตรวจครีเอตินีนและ eGFR ทุก 3–6 เดือน
    • หาก eGFR <30 หรือครีเอตินีน >2.0 มก./ดล. โรงพยาบาลจะนำเสนอ (offer) การส่งต่อแพทย์โรคไต

Creatinine ต่ำหมายถึงอะไร?

Creatinine ต่ำมักไม่ได้หมายถึงไตทำงานดีผิดปกติ แต่ส่วนใหญ่สะท้อนว่าร่างกายสร้าง Creatinine น้อย

พบได้ใน:

  • ผู้สูงอายุที่มีกล้ามเนื้อน้อย
  • ผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อฝ่อ
  • ผู้ที่น้ำหนักตัวน้อยหรือขาดสารอาหาร
  • ผู้ที่ถูกตัดแขนหรือขา
  • การตั้งครรภ์
  • โรคตับรุนแรงบางชนิด

ในคนเหล่านี้ eGFR ที่คำนวณจาก Creatinine อาจดูดีกว่าการทำงานของไตจริง จึงอาจต้องพิจารณาวิธีประเมินอื่นในบางกรณี

Creatinine สูงแบบไหนควรรีบพบแพทย์?

ความเร่งด่วนไม่ได้ขึ้นกับตัวเลข Creatinine เพียงอย่างเดียว แต่ควรได้รับการประเมินเร็วหากมี:

  • Creatinine เพิ่มขึ้นรวดเร็วจากค่าพื้นฐาน
  • ปัสสาวะน้อยลงมากหรือแทบไม่มีปัสสาวะ
  • บวมมาก น้ำหนักขึ้นเร็ว หรือหอบเหนื่อย
  • อาเจียนมาก รับประทานไม่ได้ หรือมีภาวะขาดน้ำรุนแรง
  • ความดันต่ำ หน้ามืด ซึม หรือสับสน
  • สงสัย sepsis หรือการติดเชื้อรุนแรง
  • สงสัยทางเดินปัสสาวะอุดกั้น
  • Potassium สูงหรือมีหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • มีเลือดในปัสสาวะร่วมกับการทำงานของไตลดลง

เมื่อไรควรพิจารณาพบแพทย์โรคไต?

ไม่ได้ใช้ค่า Creatinine เช่น 1.5 หรือ 2.0 mg/dL เป็นเกณฑ์ส่งต่อเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาจากภาพรวม เช่น:

  • eGFR ต่ำกว่า 30 mL/min/1.73 m²
  • eGFR ลดลงอย่างรวดเร็วหรือหาสาเหตุไม่ได้
  • มี albuminuria มากหรือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
  • มีเลือดในปัสสาวะที่สงสัยโรค glomerular
  • Potassium ผิดปกติที่ควบคุมยาก
  • ความดันโลหิตสูงที่รักษายาก
  • สงสัยโรคไตเฉพาะ เช่น glomerulonephritis หรือโรคไตพันธุกรรม
  • มีความเสี่ยงต่อ kidney failure สูงจากแบบประเมินที่ได้รับการรับรอง

สำหรับผู้ป่วย CKD ระยะ G3–G5 KDIGO 2024 ระบุว่าสามารถใช้ความเสี่ยงไตวายใน 5 ปีประมาณ 3–5% เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาส่งต่อแพทย์โรคไต ร่วมกับ eGFR, UACR และข้อมูลทางคลินิกอื่น

สรุปสำหรับคนที่ถือผล Creatinine สูงอยู่ในมือ

  • Creatinine สูงครั้งเดียว ยังไม่ได้แปลว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง
  • ดู eGFR ร่วมด้วยทุกครั้งที่ทำได้
  • เปรียบเทียบกับ Creatinine ครั้งก่อน เพราะการเพิ่มขึ้นเร็วอาจหมายถึง AKI
  • ตรวจ UACR และปัสสาวะ เพื่อหาหลักฐานความเสียหายของไต
  • eGFR ต่ำกว่า 60 ครั้งเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัย CKD
  • eGFR 60–89 ไม่ได้หมายถึง CKD หากไม่มีหลักฐานความเสียหายของไต
  • Creatinine สูงได้จากขาดน้ำ เนื้อสุก การออกกำลังกาย กล้ามเนื้อมาก creatine supplement และยาบางชนิด
  • Creatinine ปกติก็ไม่ได้รับประกันว่าไตปกติในผู้ที่มีกล้ามเนื้อน้อย
  • ถ้าผล Creatinine ไม่สอดคล้องกับสภาพผู้ป่วย อาจพิจารณา Cystatin C
  • การรักษาคือรักษาสาเหตุและปกป้องไต ไม่ใช่พยายามลดตัวเลข Creatinine เพียงอย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Creatinine

Creatinine สูงหมายถึงไตเสื่อมหรือไม่?

อาจเกิดจากการทำงานของไตลดลง แต่ไม่สามารถวินิจฉัย CKD จาก Creatinine ครั้งเดียว ต้องดู eGFR, UACR, ผลเดิม และระยะเวลาที่ผิดปกติร่วมกัน

Creatinine 1.3 อันตรายไหม?

ไม่สามารถตอบจากเลข 1.3 เพียงค่าเดียวได้ ต้องดูอายุ เพศ eGFR ผลเดิม มวลกล้ามเนื้อ และ UACR ร่วมด้วย

Creatinine 1.5 เป็นโรคไตหรือไม่?

อาจสัมพันธ์กับการกรองของไตที่ลดลง แต่ต้องดู eGFR และแนวโน้มของค่า รวมทั้งแยกภาวะขาดน้ำ ยา และสาเหตุชั่วคราวอื่นก่อน

Creatinine สูงจากขาดน้ำได้ไหม?

ได้ ภาวะขาดน้ำทำให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลงและอาจทำให้ Creatinine สูงขึ้นชั่วคราว โดยเฉพาะเมื่อมีอาเจียน ท้องเสีย ไข้ หรือรับน้ำได้น้อย

กินเนื้อก่อนตรวจทำให้ Creatinine สูงได้ไหม?

ได้ การรับประทานเนื้อสุกปริมาณมากก่อนตรวจอาจทำให้ Creatinine เพิ่มขึ้นชั่วคราวได้

ออกกำลังกายหนักทำให้ Creatinine สูงได้ไหม?

ได้ การออกกำลังกายหนักสามารถเพิ่ม Creatinine ชั่วคราว โดยเฉพาะในผู้ที่มีกล้ามเนื้อมากหรือมี muscle injury

Creatinine ปกติแต่เป็นโรคไตได้ไหม?

ได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีกล้ามเนื้อน้อย และผู้ที่มี albuminuria แม้ eGFR ยังปกติ จึงต้องประเมิน eGFR และ UACR ตามความเสี่ยง

eGFR 59 เป็นโรคไตหรือยัง?

ถ้าพบครั้งเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัย CKD ต้องยืนยันว่าต่ำกว่า 60 ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน หรือมีหลักฐานความเสียหายของไตอื่นร่วมด้วย

Creatinine สูงต้องตรวจอะไรต่อ?

ควรดู eGFR ผลเดิม ตรวจ urinalysis และ UACR ตรวจ potassium และเกลือแร่ ทบทวนยาและภาวะขาดน้ำ และพิจารณา ultrasound หรือการตรวจอื่นตามสาเหตุที่สงสัย

Creatinine สูงต้องดื่มน้ำมาก ๆ ไหม?

ไม่ควรดื่มน้ำมากเกินไปโดยไม่ทราบสาเหตุ หากขาดน้ำควรได้รับน้ำอย่างเหมาะสม แต่ผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวหรือ CKD บางรายอาจเกิดน้ำเกินได้ จึงควรปรับปริมาณน้ำตามสภาพของแต่ละคน

Creatinine เพิ่มหลังใช้ ACE inhibitor หรือ ARB ต้องหยุดยาไหม?

ไม่ควรหยุดยาเอง ควรตรวจ Creatinine และ Potassium ตามแผน หาก Creatinine เพิ่มมากกว่า 30% ภายใน 4 สัปดาห์หลังเริ่มหรือเพิ่มยา ควรค้นหาสาเหตุและให้แพทย์ประเมิน

Creatinine ลดลงได้หรือไม่?

หากสูงจากสาเหตุที่แก้ไขได้ เช่น ขาดน้ำ การติดเชื้อ การอุดกั้น หรือยา ค่าอาจลดลงหลังแก้สาเหตุ แต่หากเกิดจาก CKD เป้าหมายหลักคือชะลอการเสื่อมของไตและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน

เอกสารอ้างอิง

  1. Kidney Disease: Improving Global Outcomes (KDIGO). KDIGO 2024 Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. Kidney International. 2024.
  2. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK). eGFR Equations for Adults. 2021 CKD-EPI equations.
  3. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK). Clinical Measurements and eGFR Accuracy.
  4. National Kidney Foundation. Creatinine.
  5. KDIGO Clinical Practice Guideline for Acute Kidney Injury. Kidney International Supplements.
  6. Brenner & Rector's The Kidney. Elsevier.

Creatinine สูง eGFR ต่ำ เป็นโรคไตหรือยัง?

โรคไตเรื้อรังคืออะไร และแบ่งเป็นกี่ระยะ

ความรู้เรื่องโรคไตเรื้อรัง

เรียบเรียงและทบทวนโดย: นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์, แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว

ปรับปรุงล่าสุด: 8 ตุลาคม 2569

คำเตือนทางการแพทย์: ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการแปลผล Creatinine การวินิจฉัยโรคไตต้องพิจารณา eGFR, UACR, ผลตรวจครั้งก่อน อาการ การตรวจร่างกาย ยาที่ใช้ และผลตรวจอื่นร่วมกัน ไม่ควรวินิจฉัยโรคไตจากค่า Creatinine เพียงค่าเดียว