การดูแลเท้าผู้ป่วยเบาหวาน

คำแนะนำ

  1. ให้ตรวจผู้ป่วยเบาหวานที่มีความเสี่ยงในการถูกตัดขาต่ำ(IWGDF risk 0)ทุกปีโดยตรวจการรู้สึกของผิวหนัง ตรวจหลอดเลือดแดงที่เท้า ตรวจความเสี่ยงอื่นๆที่เสี่ยงต่อการเกิดแผล
  2. ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีความเสี่ยงในการเกิดแผลระดับ (IWGDF risk 1-3) ได้แก่:ผู้ที่มีประวัติเกิดแผลที่เท้า หรือเคยถูกตัดเท้า ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง เท้าผิดรูป ข้อมีการเคลื่อนไหวน้อย มีตาปลา กลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้ต้องนัดตรวจทุก 6-12เดือนสำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ง 1 ตรวจทุก3-6เดือนสำหรับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง2 ตรวจทุก1-3เดือนสำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง3
  3. สำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการถูกตัดเท้าระดับ (IWGDF risk 1-3) แนะนำให้อย่าเดินเท้าเปล่า ต้องสวมถุงเท้าทุกครั้งที่ใส่รองเท้า ใส่รองเท้าเดินทั้งในบ้านและนอกบ้าน
  4. สำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการถูกตัดเท้าระดับ (IWGDF risk 1-3)แนะนำให้ตรวจผิวหนังที่เท้าสองข้างทุกวัน ก่อนใส่รองเท้าต้องดูว่าไม่มีเศาหินในรองเท้า ล้างเท้าทุกวันและใช้ผ้าซับให้แห้ง สำหรับผู้ที่ผิวแห้งให้ทาครีมให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนัง ตัดเล็บให้สั้นไม่ตัดมุมเล็บ ไม่แนะนำให้ตัดหรือใช้สารเคมีทาตาปลา
  5. สำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการถูกตัดเท้าระดับ (IWGDF risk 1-3)สอนวิธีการดูแลเท้าเพื่อป้องกันการเกิดแผลที่เท้า
  6. สำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการถูกตัดเท้าระดับ (IWGDF risk 2-3)ให้ผู้ป่วยคลำผิวหนังที่เท้าทั้งสองข้างทุกวันเพื่อค้นหาการอักเสบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น หากมีความแตกต่างของอุณหภูมิให้แจ้งกับแพทย์ประจำตัวของท่าน
  7. สำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการถูกตัดเท้าระดับ (IWGDF risk 2)หรือมีแผลกดทับที่ฝ่าเท้าให้ตัดรองเท้าให้เข้ากับเท้าเพื่อที่จะลดแรงกดทับที่เท้า
  8. สำหรับผู้ที่มีตาปลาที่ฝ่าเท้าให้ใช้อุปกรณืเช่นซิลิโคนช่วยลดการกดทับ
  9. สำหรับผู้ที่เคยมีแผลที่ฝ่าเท้าแนะนำให้ตัดรองเท้าเพื่อลดแรงกดทับที่ฝ่าเท้า
  10. ให้รีบรักษาหากผิวหนังมีการติดเชื้อ มีเชื้อรา เป็นเล็บขบเพื่อป้องกันการเกิดแผล

เท้าเป็นอวัยวะที่มีโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานได้บ่อย เนื่องจากโรคแทรกซ้อนทางเส้นประสาท หลอดเลือดแข็ง และการติดเชื้อ การดูแลเท้าที่ดีจะป้องกันโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับเท้าได้

หากท่านผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานไม่อยากให้มีแผลหรือถูกตัด นิ้ว รวมทั้งเท้าท่านผู้ป่วยควรจะต้องดูแลเท้าตลอดชีวิต การดูแลเท้าจะมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในผู้ป่วยเบาหวานที่มีอาการดังต่อไปนี้

วิธีการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนที่เท้า

  1. ตรวจและดูแลผิวหนังทุกวันเวลาที่ดีคือเวลาเย็น ดูแลเท้า

  1. ระบบประสาท

    เริ่มมีอาการชาหรือปวดแสบบริเวณเท้าหรือไม่ หากมีอาการดังกล่าวแสดงว่าเริ่มมีปลายประสาทอักเสบ peripheral neuropathy
  2. ดูว่ามีกระดูกงอกผิดปกติหรือไม่ ข้อมีรูปร่างผิดปกติหรือไม่ สภาพการเดินการแกว่งเท้าผิดปกติหรือไม่
  3. ตรวจดูว่าเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณขาตีบตันหรือไม่ หากผู้ป่วยมีโรคหลอดเลือดตีบตันที่ขาจะมีอาการดังนี้คือ จะปวดขาเวลาเดินต่อเนื่องพักจะหายปวด คลำชีพขจรบริเวณหลังเท้าได้เบาหรือไม่ได้ ผิวหนังจะเย็นและสีของผิวหนังจะคล้ำกว่าผิวส่วนอื่น
  4. ล้างเท้าด้วยน้ำธรรมดา หรือน้ำอุ่น อาจจะใช้ปรอทวัดอุณหภูมิไม่เกิน 
  1. ให้ผิวหนังนุ่มอยู่เสมอ

    ทาครีม
  1. การเลือกรองเท้าที่เหมาะสมจะสามารถป้องกันโรคแทรกซ้อนได้
  1. ป้องกันไม่ให้เท้าเย็น หรือร้อนไป

  1. ตัดเล็บให้สั้น

    ตัดเล็บ
  1. ให้เลือดไปเลี้ยงขาให้พอ

    พักเท้า
  1. ออกกำลังกายอยู่เสมอ

    เดิน

ออกกำลังกายอยู่เสมอปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกาย

  1. ให้แพทย์ตรวจเท้า

ชาให้แพทย์ตรวจเท้าอย่างน้อยปีละครั้ง

สำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงให้ตรวจเท้าทุก3-6 เดือน

  1. อย่าตัดตาปลา

    ตาปลา

ข้อปฏิบัติ

15.ทำความสะอาดเท้าทุกวันด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อน ๆ วันละ 2 คร้ัง และทำความสะอาดทันทีทุก คร้ังที่เท้าเป้ือนสิ่งสกปรกแล้วเช็ดเท้าใหแห้งด้วยผ้าสะอาดและนุ่มโดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า

16.หากมีปัญหาเรื่องสายตาควรให้ญาติหรือผใู้กลช้ิดสา รวจเทา้และรองเทา้ใหท้ ุกวนั หากอว้นมากจนไม่ สามารถกม้ไดค้วรใชก้ระจกช่วยส่องในการส ารวจเท้า


โรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน  

โรคแทรกซ้อนที่เท้า

โรคเท้าในเบาหวาน | ความรู้เกี่ยวกับเบาหวานและเท้า | การดูแลเท้าด้วยตัวเอง | การบริหารเท้า | การดูแลสุขภาพเท้า | ปัจจัยเสี่ยงของการถูกตัดเท้า | การใช้รองเท้า | การประเมินความเสี่ยงของการเกิดแผล | ชนิดของแผลเบาหวาน | การรักษา | เท้าผิดรูป | การเลือกรองเท้า

โรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน

โรคแทรกซ้อน | ภาวะฉุกเฉิน | โรคหัวใจ | โรคความดันโลหิตสูง| โรคไต  |โรคตา  |โรคปลายประสาทอักเสบ |โรคเบาหวานกับเท้า