Osteoporosis ,โรคกระดูกพรุน

ปกติกระดูกของคนจะมีความแข็งเหมือนหินหรือเหล็กเมื่อเป็นหลักให้อวัยวะยึดเกาะ กระดูกของคนเราประกอบด้วยโปรตีน collagen ที่สร้างโยงเป็นใย โดยมีเกลือ calcium phosphate เป็นตัวที่ทำให้กระดูกแข้งแรง และทนต่อแรงดึงรั้ง เกลือ calcium จะอยู่ในกระแสเลือด 99% อยู่ในเลือด 1% ปกติกระดูกของคนเรามีการสร้างและการละลายอยู่ตลอดเวลา ในเด็กมีการสร้างมากกว่าการละลายทำให้กระดูกเด็กมีการเจริญ และใหญ่ขึ้น กระดูกจะใหญ่ขึ้นจนอายุ 30 ปี กระดูกเริ่มมีการละลายมากกว่าการสร้างทำให้กระดูกเริมจาง ในวัยทองระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนมีระดับลดลงอย่างรวดเร็วทำให้อัตราการละลายของกระดูกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกระดูกที่พรุนจะสี่ยงต่อกระดูกหักโดยเฉพาะกระดูกสะโพกซึ่งจะมีผลต่อสุขภาพ กระดูกพรุนมักจะเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายด้วยเหตุผล 2 ประการคือ
  • ความหนาแน่นของกระดูกผู้ชายสูงกว่าผู้หญิง
  • เมื่อเข้าวัยทองระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงอย่างรวดเร็วทำให้เนื้อกระดูกจางลงอย่างรวดเร็ว
กระดูกโปร่งบางหรือกระดูกพรุนคืออะไรOsteoporosis bone has less calcium and is much weeker. โรคกระดูกจางหมายถึงภาวะที่กระดูกสูญเสียเนื้อกระดูก และโครงสร้างผิดไปทำให้กระดูกมีความเปราะบาง เกิดการหักได้ง่ายโดยเฉพาะกระดูกส่วนข้อสะโพก กระดูกสันหลัง และกระดูกข้อมือ เนื้อกระดูกจะมีรูพรุนเหมือนฟองน้ำผู้ชายและผู้หญิงมีโอกาสเป็นเท่ากัน และสามารถป้องกันและรักษาได้ ปัจจัยเสี่ยงของโรคกระดูกโปร่งบาง หมายถึงภาวะที่ทำให้กระดูกจางเร็วขึ้น บางคนมีหลายปัจจัยเสี่ยง แต่บางคนก็ไม่มีปัจจัยเสี่ยง
  1. ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง
  • เพศหญิงจะมีการเกิดกระดูกจางมาก และเร็วกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงวัยทองขาด estrogen ทำให้เกิดการละลายของกระดูกมากกว่าปกติ การรับประทานแคลเซี่ยมเป็นประจำจะช่วยลดอุบัติการณ์ของกระดูกหัก
  • อายุมากจะเกิดกระดูกจางได้มากกว่าอายุน้อย
  • ขนาดของร่างกาย ผู้ป่วยที่ผอม และตัวเล็กจะมีกระดูกจางได้ง่าย
  • เชื้อชาติ
  • ประวัติครอบครัว ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเรื่องกระดูกจางจะเกิดโรคได้ง่าย
  1. ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถแก้ไขได้
  •  ฮอร์โมนเพศไม่ว่าหญิงหรือชายหากมีฮอร์โมนต่ำก็เกิดกระดูกจางได้
  • เบื่ออาหาร
  • อาหารที่รับประทานมีแคลเซียมต่ำ
  • ใช้ยาบางชนิดเป็นประจำ เช่น steroid หรือยากันชัก
  • ผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย
  • สูบบุหรี่
  • ดื่มสุรา
การประเมินความเสี่ยงว่าจะเป็นโรคกระดูกโปร่งบางกระดูกพรุนหรือไม่
การประเมินความเสี่ยง คะแนน
สุขภาพเป็นเช่นใด
  • ดี
  • ปานกลางลงมา
0

1

ผิวดำ -1
ประวัติแม่ พี่หรือน้องสาวกระดูกสะโพกหัก 1
น้ำหนักลดลงเมื่อเทียบกับตอนอายุ 25 ปี 1
สูงกว่า 165 ซม 1
เป็นโรคสมองเสื่อม 1
ได้รับยา steroid 1
ได้รับยากันชัก 1
ได้รับยากลุ่ม benzodiazepam เช่น valium 1
ไม่ได้ออกกำลังกาย 1
ต้องใช้แขนช่วยเวลาลุกจากเก้าอี้ 1
มีกระดูกหักเมื่ออายุมากกว่า 50ปี 1
อายุมากกว่า 80 ปี 1
วัยทองและไม่ได้รับฮอร์โมนทดแทน 1
ยืนน้อยกว่าวันละ 4 ชั่วโมง 1
หัวใจเต้นเกิน 80 ครั้งเวลานั่งเฉยๆ 1
รวมคะแนน  
คะแนน 0-2   ความเสี่ยงต่อกระดูกพรุนต่ำ

คะแนน 3-4  ความเสี่ยงต่อกระดูกพรุนปานกลาง

คะแนนมากกว่า 5  ความเสี่ยงต่อกระดูกพรุนสูง

 
หากท่านพบว่าท่านมีความเสียงของเกิดกระดูกโปร่งบางกระดูกพรุนสูงโปรดปรึกษาแพทย์และปฏิบัติตามวิธีป้องกันโรคกระดูกโปร่งบางข้างล่างบทความ ท่านจะทราบได้อย่างไรว่าท่านเป็นโรคกระดูกโปร่งบางกระดูกพรุน หรือเปล่า

บริเวณที่กระดูกหักบ่อย

ผู้ป่วยจะไม่มีอาการอะไรจนกระทั้งกระดูกพรุนและจางมากจึงจะเกิดอาการ อาการที่สำคัญได้แก่
  • เมื่อมีหกล้มที่ไม่รุนแรงก็จะเกิดกระดูกหักบริเวณกระดูกหักที่พบได้บ่อยได้แก่ กระดูกหลัง กระดูกสะโพก กระดูกข้อมือ
  • ปวดกระดูกหลัง
  • ผู้ป่วยจะมีน้ำหนักลดเนื่องจากเนื้อกระดูกลดลง
  • ผู้ป่วยจะหลังโก่ง เตี้ยลง ให้วัดส่วนสูงปีละครั้งถ้าหากเตี้ยลงแสดงว่าท่านมีโรคกระดูกโปร่งบาง
  • กล้ามเนื้อท่านลีบลงหรือไม่
ผลจากการที่กระดูกหักจะทำให้ผู้ป่วยครึ่งหนึ่งเดินด้วยตัวเองไม่ได้ และมีอัตราการตายร้อยละ20 การวินิจฉัยปัจจุบันแพทย์สามารถวินิจฉัยโรคกระดูกโปร่งบางก่อนที่จะเกิดอาการโดยการตรวจความเข็มหรือความหนาแน่นของกระดูกของกระดูกbone mineral density หรือ BMD การตรวจนี้ใช้แสงเอกซเรย์ปริมาณน้อยมากส่องตามจุดที่ต้องการแล้วใช้คอมพิวเตอร์คำนวณหาความหนาแน่นของกระดูกเมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานโดยการเปรียบเทียบกับมวลกระดูกของผู้หญิงอายุ 25 ปี หากมวลกระดูกของคุณน้อย 2.5 เท่า standard deviations ของผู้หญิงอายุ 25 ปีคุณเป็นโรคกระดูกพรุน osteoporosis หากเนื้อกระดูกน้อยว่าคนปกติแต่ไม่ถึง 2.5 เท่า standard deviations คุณเป็นคนที่มีเนื้อกระดูกน้อยกว่าคนปกติ osteopenia การรักษามียาหลายชนิดที่ใช้รักษาโรคกระดูกจางโดยเฉพาะหญิงวัยทอง
  • Estrogen ต้องให้ร่วมกับ progestin จะให้ในราย ตัดรังไข่ก่อนอายุ 50 ปี ผู้ที่หมดประจำเดือนอายุน้อย ประวัติครอบครัวเป็นโรคกระดูกจาง ผู้ที่มีความหนาแน่นของกระดูกต่ำ
  • Raloxifene เป็นยาในกลุ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน สามารถเพิ่มระดับความเข็มของกระดูกได้ครึ่งของการใช้ฮอร์โมนทดแทน
  • Alendronate ยานี้ออกฤทธิ์โดยการยับยังการละลายของกระดูก ควรจะรับประทานยานี้ขณะท้องว่างและให้ดื่มน้ำตาม และให้อยู่ในท่ายืนหรือนั่งเป็นเวลา 30 นาที ยานี้อาจจะทำให้เกิดอาการจุกหน้าอก ผู้ที่มีโรคไตควรจะปรึกษาแพทย์
  • Calcitonin เป็นฮอร์โมนใต้สมองได้จากการสกัดต่อมใต้สมองจากปลาทูน่า ใช้พ่นจมูก ยาตัวนี้ผลข้างเคียงต่ำ
  • Tamoxifen,Raloxifene ยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์ที่ estrogen recpertor กับบางอวัยวะเท่านั้นคือยากลุ่มนี่มีความจำเพาะสูงกว่าเอสโตรเจน ยากลุ่มนี่สามารถเพิ่มมวลของกระดูกและลดอาการร้อนตามตัว
การป้องกัน การป้องกันที่ดีที่สุดต้องสร้างกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่อายุ น้อยกว่า 30 ปี มีหลายวิธีที่จะป้องกันภาวะกระดูกโปร่งบาง เช่น
  1. รับประทานอาหารที่มี แคลเซียมสูงโดยเฉพาะในเด็กที่กำลังเจริญเติบโต หญิงตั้งครรภ์ และให้นมบุตร ชายและหญิงวัยทอง อาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมได้แก่ นม นมพร่องมันเนย ผักใบเขียว ปลาและกระดูก ถั่ว น้ำส้ม ในวัยทองควรจะได้รับปริมาณแคลเซียม 1500มก.ต่อวันแต่สำหรับผู้ที่ได้รับฮอร์โมนทดแทนควรจะได้รับปริมาณแคลเซียม 1000 มก.ต่อวัน หากรับประทานแคลเซียมครั้งละ 600 มก.จะดูดซึมได้ดี เมื่อรับประทานแคลเซียมต้องดื่มน้ำมากๆเพราะแคลเซียมจะทำให้ท้องผูก ในวัยทองควรจะได้รับวิตามิน ดี 400 ยูนิตต่อวันเพื่อช่วยในการดูดซึมของแคลเซียม แหล่งอาหารที่มีแคลเซียม
    • หมวดที่1 เนื้อสัตว์ เช่นปลาร้า กุ้งแห้ง ปลาลิ้นหมา ปลาตัวเล็ก
    • หมวดที่2 พืชผัก ใบชะพลู เห็ดหอม ดอกแค ผักกระเฉด ยอดสะเดา ใบโหระพา ผักคะน้า ถั่วแดง เม็ดบัว เต้าหู้ ถั่วเหลือง
    • หมวด3 นม
    • เครื่องปรุง เช่น กะปิ ใบมะกรูด พริกแห้ง
    ปริมาณแคลเซียมในอาหาร
    ชนิดของอาหาร ปริมาณที่บริโภค แคลเซียม(มก.)
    นมสด รสจืด 200 (1 กล่อง) 230-292
    ปลาช้อนทะเลแห้งทอด ครึ่งถ้วยตวง 329
    กุ้งแห้งตัวเล็ก  1ช้อนโต๊ะ 138
    เต้าหู้เขาอ่อน  1 ก้อน 290
    คะน้าผัด ครึ่งถ้วยตวง 105

    ปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับในแต่ละวัน (mg/day)

    แรกคลอด-6 เดือน 400
    6 เดือน-1 ปี 600
    1-10 ปี 800-1200
    11-24 1200-1500
    25-50 1000
    51-64 1000-1500
    มากกว่า65 มากกว่า 1500
    คนท้อง 1200-1500
  2. วิตามินดี ปกติคนเราสามารถสังเคราะห์วิตามิน ดีได้จากแสงอาทิตย์ แต่คนสูงอายุ หรือผู้ที่อยู่แต่ในบ้านจะขาดวิตามิน ดี วิตามิน ดี จะช่วยให้ลำไส้มีการดูดซึมแคลเซียม วันหนึ่งควรได้วิตามิน ดี 400-800 IU ให้ถูกแสงบริเวณมือ แขน ใบหน้าครั้งละ 10-15 นาทีสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็เพียงพอที่จะสร้างวิตามินดี การทาครีมกันแดดจะลดการสร้างวิตามินดี
  3. การออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะทำให้กระดูกแข็งแรง เช่น การเดิน การเดินขึ้นบันได กระโดดเชือก ยกน้ำหนัก การเต้นรำ ลองเริ่มต้นการออกกำลังกายวันละ 30 นาทีสัปดาห์ละ 3-5 วันซึ่งนอกจากจะทำให้กระดูกแข็งแรงยังทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและป้องกันการหกล้ม การออกกำลังที่จะทำให้กระดูกแข็งแรงคือ การออกกำลังชนิด weight bearing คือใช้น้ำหนักตัวเองช่วยในการออกกำลังกาย เช่น การเดิน การวิ่ง การขึ้นบันได การเต้นรำ การว่ายน้ำและการขี่จักรยานไม่จัดในการออกกำลังกายกลุ่มนี้ อีกชนิดหนึ่งคือการยกน้ำหนักเพื่อทำให้กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง
  4. การสูบบุหรี่จะทำให้ฮอร์โมน estrogen ต่ำเป็นผลทำให้กระดูกจาง
  5. การดื่มสุรา วันละ 120-180 มิลิเมตรจะทำให้กระดูกจางและหักง่าย
  6. หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วเพราะจะทำให้เกิดกระดูกพรุน
  7. ยาบางชนิดหากรับประทานต่อเนื่องจะทำให้กระดูกจาง เช่น steroid phenyltoin [dilantin} barbiturate ,antacid ,thyroid hormone
  8. ยาป้องกันกระดูกจาง
  9. ไม่ควรดื่มชาหรือกาแฟมากกว่า 2 แก้วเพราะสาร caffeein จะเร่งการขับแคลเซียม
  10. การวัดความหนาแน่นของกระดูก

ทบทวน 13/07/2545


Google