Osteoarthritis
โรคข้อเสื่อมคืออะไร
เป็นโรคที่เกิดกับกระดูกอ่อน [cartilage]และเนื้อเยื่อรอบข้อทำให้เนื้อเยื่อเหล่านั้นมีจำนวนมากโดยมากมักเกิดกับข้อ
นิ้ว ข้อมือ
ข้อกระดูกต้นคอ
ข้อกระดูกหลัง
ปกติกระดูกอ่อนจะหุ้มอยู่ปลายกระดูกทำให้การเคลื่อนไหวของข้อราบลื่นและไม่ปวดกระดูกอ่อนสามารถรับแรงกระแทกจากกระดูก
ผู้ป่วยทีเกิดกระดูกเสื่อม
กระดูกอ่อนทีหุ้มข้อจะสึกทำให้เวลาเราเคลื่อนไหวกระดูกจะเสียดสีกันเกิดอาการ
ปวด บวม แดง
ร้อน
เมื่อเวลาผ่านไปจะมีกระดูกงอกเข้าในข้อ
และมีเศษกระดูกลอยอยู่ในข้อจะทำให้เกิดอาการปวดข้อมากยิ่งขึ้น และเคลื่อนไหวลำบาก
ท่านจะทราบไดอย่างไรว่าเป็นโรคข้อเสื่อม
ตำแหน่งที่ข้อเสื่อมพบบ่อย |
เนื่องจากโรคนี้จะค่อยๆเป็น
และเป็นได้ทุกข้อ
อาการ
เริ่มด้วยอาการปวดโดยมากมักจะปวดตอนเช้าออกกำลังแล้วหาย
หากเป็นมากขึ้นการออกกำลังจะทำให้ปวดมากขึ้น
ข้อขยับได้น้อยลงเวลาขยับข้อจะเกิดเสียงกระดูดเสียดสี
หลังจากนั้นข้อจะโตขึ้นเนื่องจากมีการสร้างกระดูกอ่อน
เอ็น
และเนื้อเยื่อเพิ่ม
กล้ามเนื้อรอบข้ออ่อนแรงเวลาเดินจะทำให้ปวดมากขึ้นข้อที่เป็นได้แก่
ข้อนิ้ว
ข้อเข่า
ข้อไหล่
ข้อสะโพก
ข้อกระดูกหลัง
จากรูปจะพบว่าข้อนิ้วผิดรูป
และข้อบวม
อาการตามข้อต่างๆ
- ข้อมือ โดยเฉพาะข้อนิ้วเป็นข้อปลายนิ้วทำให้เกิดตุ่มที่เรียกว่า Heberden nodes มักจะมีประวัติในครอบครัว
เป็นมากในผู้หญิง
นิ้วที่เป็นจะใหญ่
- ข้อเข่า
- ข้อสะโพก
- กระดูกสันหลัง
สาเหตุของข้อเสื่อม
- อายุ พบมากในคนสูงอายุแต่ก็ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ
- อ้วน
- ข้อได้รับอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา หรือจากการทำงาน
- กรรมพันธุ์
- อายุน้อยกว่า 45 ผู้ชายเป็นมากกว่าผู้หญิง อายุมากกว่า 45 ผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชาย
อาการของข้อเสื่อม
- ปวดข้อมักจะปวดข้อตลอดวันหรือปวดมากเวลาใช้งานเวลาพักจะหายปวด ปวดตอนกลางคืน
- ข้อติดขณะพัก มักจะเป็นไม่นานพอขยับนิ้วสักพักจะดีขึ้น
แต่ข้อไม่ติดตอนเช้าเหมือนโรคrheumatoid
- ข้อจะบวม มักจะเป็นกระดูกที่โตขึ้น
สัญญาณเตือนว่าจะเป็นโรคเข่าเสื่อม
- มีอาการปวดข้ออยู่ตลอดเวลา
- ข้อจะยึดหรือข้อติดหลังจากตื่นนอน
หรืออยู่ท่าใดท่าหนึ่งนานๆ
- ข้อบวมหรือกดเจ็บ
- รู้สึกเหมือนกระดูกกระทบกัน
- ข้อเสื่อมมักจะไม่มีแดง หรือร้อน
การวินิจฉัย
การวินิจฉัยจะอาศัยประวัติและการตรวจร่างกายรวมทั้งการx-ray
การรักษา
- การทำกายภาพเพื่อป้องกันความพิการและเพิ่มความแข็งแรงของข้อควรได้รับการดูแลจากแพทย์เฉพาะทาง
- การออกกำลังควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การออกกำลังกายจะช่วยลดอาการปวด ข้อมีการเคลื่อนไหวดีขึ้น
- การเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิต
เช่น
การนั่ง
การยืน
การนอน
การเลือกเตียง
การเลือกหมอน
การยกของหนัก
- การเลือกใช้ยาในการลดอาการเจ็บปวดมียาให้เลือกใช้ 3 กลุ่มได้แก่
- ยาใช้ยา NSAID เช่น aspirin
ibuprofen diclofenac ketoprofen เนื่องจากยากลุ่มนี้ระคายกระเพาะควรปรึกษาแพทย์หากคุณเป็นโรคกระเพาะอาหาร
- ใช้ยาแก้ปวดกลุ่มใหม่ชื่อ COX-2 inhibitors ซึ่งมีผลต่อกระเพาะอาหารน้อยได้แก่ยา celecoxib (Celebrex) และ rofecoxib (Vioxx)
ผลข้างเคียงอาจจะทำให้บวมและเกิดโรคหัวใจ
- การใช้ยา paracetamol ซึ่งลดอาการปวดได้ดี แต่ไม่ลดอาการบวม ต้องระวังในผู้ที่เป็นโรคตับ
- ยาชนิดอื่นทีใช้บรรเทาอาการปวด
- ยาทาซึ่งมีทั้งชนิดร้อนและเย็น
สามารถบรรเทาอาการเจ็บปวด
- ยา steroid ฉีดเข้าข้อ
เป็นการลดอาการปวดได้ชั่วคราว ไม่แนะนำให้ฉีดเกิน 2-3 ครั้งต่อปี
- การฉีดสาร hyaluronic acid เข้าไปในข้อเสมือนน้ำหล่อลื่นเทียม
- การประคบร้อนและประคบเย็น
- การลดน้ำหนัก
- การผ่าตัด
สามารถทำได้หลายวิธี
- นำเศษกระดูกอ่อนที่ฉีดขาดทิ้ง
- ทำให้ผิวกระดูกเรียบ
- จัดเรียงกระดูกใหม่
- การเปลี่ยนข้อ
- การป้องกันการใช้งานข้อมากเกินไป
- การใช้ไม้เท้าสำหรับผู้ป่วยเข่าเสื่อม
- เลือกการออกกำลังกายที่มีแรงต่อข้อน้อยเช่น
การขี่จักรยาน การว่ายน้ำ
- เลือกรองเท้าที่มีแผ่นรองรับการกระแทกเวลาเดิน
- หากขายาวไม่เท่ากันต้องแก้ไข
- หลีกเลี่ยงการขึ้นบันไดบ่อยๆ
- แพทย์ทางเลือกซึ่งมีหลายวิธี.
การออกกำลังกาย
การออกกำลังกายจะให้ประโยชน์สำหรับผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมอย่างมาก
และยังสามารถลดอาการปวด ประโยชน์ของการออกกำลังต่อโรคข้อมีดังนี้
- การออกกำลังกายจะทำให้ข้อแข็งแรง กล้ามเนื้อแข็งแรง
ข้อมีการเคลื่อนไหวได้ดี ทำให้ปวดน้อยลง
- ข้อที่มีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอจะมีความแข็งแรง กระดูกไม่พรุน
และไม่มีข้อติด
- การออกกำลังจะช่วยในการลดน้ำหนัก
|