|
|
|
การรักษา
- การทำกายภาพเพื่อป้องกันความพิการ และเพิ่มความแข็งแรงของข้อ ควรได้รับการดูแลจากแพทย์เฉพาะทาง
- การออกกำลังควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การออกกำลังจะช่วยลดอาการปวด ข้อมีการเคลื่อนไหวดีขึ้น
- การเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิต เช่น การนั่ง การยืน การนอน การยกของหนัก อ่านที่นี่
- การเลือกใช้ยาในการลดอาการเจ็บปวด มียาให้เลือก 3 กลุ่มได้แก่
- ยาในกลุ่ม NSAID เช่น aspirin
ibuprofen diclofenac ketoprofen เนื่องจากยาในกลุ่มนี้ระคายกระเพาะ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
- ใช้ยาแก้ปวดกลุ่มใหม่ชื่อ COX-2 inhibitors ซึ่งมีผลต่อกระเพาะอาหารน้อยได้แก่ยา celecoxib (Celebrex) และ rofecoxib (Vioxx)
ผลข้างเคียงอาจจะทำให้บวมและเกิดโรคหัวใจ
- การใช้ยา paracetamol ซึ่งลดอาการปวดได้ดี แต่ไม่ลดอาการบวม ต้องระวังในผู้ที่เป็นโรคตับ
- ยาชนิดอื่นทีใช้บรรเทาอาการปวด
- ยาทาซึ่งมีทั้งชนิดร้อนและเย็น
สามารถบรรเทาอาการเจ็บปวด
- ยา steroid ฉีดเข้าข้อ
เป็นการลดอาการปวดได้ชั่วคราว ไม่แนะนำให้ฉีดเกิน 2-3 ครั้งต่อปี
- การฉีดสาร hyaluronic acid เข้าไปในข้อเสมือนน้ำหล่อลื่นเทียม
- การประคบร้อนและประคบเย็น
- การลดน้ำหนัก
- การผ่าตัด
สามารถทำได้หลายวิธี
- นำเศษกระดูกอ่อนที่ฉีดขาดทิ้ง
- ทำให้ผิวกระดูกเรียบ
- จัดเรียงกระดูกใหม่
- การเปลี่ยนข้อ
- การป้องกันการใช้งานข้อมากเกินไป
การใช้ไม้เท้าสำหรับผู้ป่วยเข่าเสื่อม
- เลือกการออกกำลังกายที่มีแรงต่อข้อน้อยเช่น
การขี่จักรยาน การว่ายน้ำ
- เลือกรองเท้าที่มีแผ่นรองรับการกระแทกเวลาเดิน
- หากขายาวไม่เท่ากันต้องแก้ไข
- หลีกเลี่ยงการขึ้นบันไดบ่อยๆ
- แพทย์ทางเลือกซึ่งมีหลายวิธี.
การออกกำลังกาย
การออกกำลังกายจะให้ประโยชน์สำหรับผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมอย่างมาก
และยังสามารถลดอาการปวด ประโยชน์ของการออกกำลังต่อโรคข้อมีดังนี้
- การออกกำลังกายจะทำให้ข้อแข็งแรง กล้ามเนื้อแข็งแรง
ข้อมีการเคลื่อนไหวได้ดี ทำให้ปวดน้อยลง
- ข้อที่มีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอจะมีความแข็งแรง กระดูกไม่พรุน
และไม่มีข้อติด
- การออกกำลังจะช่วยในการลดน้ำหนัก
|
|
|
|
|