siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

เบาหวานมีกี่ชนิด? และคำว่า "หายขาด" มีจริงหรือไม่?

1. ทำความรู้จักชนิดของเบาหวาน (หายได้ไม่เหมือนกัน)

“หมอครับ…ผมเป็นเบาหวานแล้ว แบบนี้หายได้ไหม?” นี่คือคำถามอันดับหนึ่งที่หมอเจอทุกวันในคลินิกครับ

คำตอบของหมอคือ… เบาหวานชนิดที่ 2 “ไม่ใช่โรคที่หายขาดง่าย”
แต่เป็นโรคที่ “ควบคุมจนกลับมาปกติได้” และบางคนเข้าสู่ภาวะสงบ (Remission) ได้จริง

บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจอย่างถูกต้อง ไม่หลงเชื่อคำโฆษณา และไม่หมดหวังครับ ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจเรื่องเบาหวาน

1) เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ตับอ่อนที่สร้างอินซูลิน ทำให้ร่างกายไม่มีอินซูลินเลย ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องฉีดอินซูลินไปตลอดชีวิต 👉 ชนิดนี้: ไม่สามารถหายขาดได้

2) เบาหวานชนิดที่ 2 (พบบ่อยที่สุดในคนไทย) เกิดจาก "ภาวะดื้ออินซูลิน" ร่วมกับ "ตับอ่อนล้า" ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับวิถีชีวิต เช่น น้ำหนักเกิน, พฤติกรรมการกิน, การนอน, ความเครียด และการไม่ออกกำลังกาย 👉 ชนิดนี้: “ควบคุมจนกลับมาปกติได้มากที่สุด” สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดนี้มาไม่นาน น้ำหนักตัวไม่มาก และปรับพฤติกรรมได้อย่างจริงจัง จนกระทั่งสามารถลดยาหรือหยุดยาได้ และมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่หากยังมีพฤติกรรมเช่นเดิม โอกาสที่จะต้องกลับมารับประทานยาก็มีสูงมากครับ

3) เบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes) เป็นเบาหวานที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ เมื่อคลอดน้องแล้ว ระดับน้ำตาลมักจะลดลงกลับมาเป็นปกติ และไม่ต้องรับประทานยาหรือฉีดยาต่อ หลายคนอาจคิดว่า "หายขาดแล้ว" 👉 ชนิดนี้: น้ำตาลปกติหลังคลอด แต่มีความเสี่ยงสูงมาก หมอต้องขอย้ำว่า คุณแม่กลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงสูงที่จะพัฒนากลายเป็น "เบาหวานชนิดที่ 2" ในอนาคต จึงต้องดูแลเรื่องอาหารและตรวจติดตามระดับน้ำตาลอย่างสม่ำเสมอครับ

อินโฟกราฟิกสรุปชนิดของโรคเบาหวาน (ชนิดที่ 1, 2, ขณะตั้งครรภ์) และความหมายของคำว่า เบาหวานสงบ (Remission) พร้อม Checklist สำหรับผู้ที่มีโอกาสสูง

2. คำว่า “หาย” ในโรคเบาหวาน หมายถึงอะไร?

หากตอบตามหลักการแพทย์ในปัจจุบัน เบาหวาน (โดยเฉพาะชนิดที่ 2) ส่วนใหญ่เราจะไม่ใช้คำว่า "หายขาด" เหมือนการเป็นโรคหวัดครับ แต่เรามีคำที่ดีกว่าและน่าดีใจกว่านั้น แพทย์จะใช้คำว่า "โรคเบาหวานสงบ" (Diabetes Remission)

ภาวะเบาหวานสงบ หมายถึง:

📌 สรุปคือ ไม่ใช่การหายขาด แต่เป็นการ “กลับเข้าสู่ภาวะที่ควบคุมร่างกายได้ดีมาก”

ใครมีโอกาสเข้าสู่ภาวะเบาหวานสงบได้บ้าง?


3. ทำไมหมอถึงไม่อยากให้คนไข้ “หยุดยาเองเพื่อหวังหาย”?

เพราะสิ่งที่ทำลายอวัยวะสำคัญอย่าง ไต ตา และหัวใจ ไม่ใช่ตัวยาครับ แต่คือ "ระดับน้ำตาลที่สูงและปล่อยทิ้งไว้นาน" การหยุดยาเองทำให้น้ำตาลพุ่งสูงขึ้น และโรคแทรกซ้อนจะตามมาอย่างเงียบๆ โดยที่เราไม่ทันรู้ตัว

📌 ยาไม่ใช่ศัตรู แต่ยาคือ “สะพาน” ที่ช่วยประคองพาคุณกลับมาคุมน้ำตาลได้

⚠️ ข้อควรระวังสำคัญจากหมอ: เมื่อน้ำตาลลดลงจนไม่ต้องกินยา... อาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป

มีอีกหนึ่งกรณีที่หมอพบบ่อยและน่าเป็นห่วงมาก คือคนไข้ที่เป็นเบาหวานมานาน จู่ๆ ระดับน้ำตาลก็ลดลงจนปกติดี และสามารถหยุดยาเบาหวานได้แทบทุกตัว หลายคนดีใจคิดว่า "โรคเบาหวานหายขาดแล้ว"

แต่ในความเป็นจริง นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของ "โรคไตเรื้อรังระยะท้าย" ครับ เมื่อไตเสื่อมสภาพลง ไตจะไม่สามารถขับทิ้งหรือสลายอินซูลินได้ตามปกติ ทำให้อินซูลินค้างอยู่ในร่างกายนานขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง (Hypoglycemia) จนหมอต้องสั่งหยุดยาเบาหวาน ซึ่งนี่ไม่ใช่การหายขาด แต่เป็นภาวะแทรกซ้อนที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดครับ


4. คนเป็นเบาหวานต้องทำอย่างไรจึงจะดีที่สุด?

หมอแนะนำให้ปรับมุมมองใหม่ครับ เป้าหมายของเราไม่ใช่คำว่า “หาย” แต่คือ “การอยู่กับเบาหวานอย่างมีความสุข โดยไม่เกิดโรคแทรกซ้อน” 5 เสาหลักที่ทำให้คนเป็นเบาหวานอยู่ได้อย่างยืนยาว:

  1. กินอาหารให้ถูกหลัก: ควบคุมแป้งและน้ำตาล

  2. ขยับร่างกายทุกวัน: ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

  3. กินยาตามแผนแพทย์: ตรวจสอบยาให้ครบถ้วน ไม่ปรับยาเอง

  4. นอนให้พอ ลดเครียด: ความเครียดทำให้น้ำตาลพุ่งได้

  5. ตรวจติดตามสม่ำเสมอ: เจาะเลือดดูค่า HbA1c ตามนัด

✅ Checklist สำหรับคนเพิ่งรู้ตัวว่าเป็นเบาหวาน (ลองถามตัวเองดูนะครับ):


👨‍⚕️ สรุปจากหมอประพันธ์: "อย่าเพิ่งเสียใจที่มันอาจจะไม่หายขาดเหมือนไข้หวัดครับ หมออยากให้มองว่าเบาหวานก็เหมือน 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' ถ้าเราดูแลบ้าน (ร่างกาย) ของเราให้ดี จัดระเบียบอาหารการกินและอารมณ์ให้เหมาะสม แขกคนนี้ก็จะอยู่นิ่งๆ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้เรา และเราก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดี ไปจนแก่เฒ่าครับ"


 

เกี่ยวกับผู้เขียน