
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
คนไข้เบาหวานมักได้รับคำแนะนำว่าให้ "เลี่ยงผลไม้" แต่ในความเป็นจริง ผลไม้คือแหล่งวิตามินและกากใยที่สำคัญ จากประสบการณ์การดูแลคนไข้ของหมอ นพ. ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร หมอพบว่าคนไข้สามารถมีความสุขกับการทานผลไม้ไทยได้ เพียงแค่ต้องรู้ "หลักการ" ที่ถูกต้องครับ
Expertise Note: ร่างกายมนุษย์ไม่ได้ตัดสินน้ำตาลที่ความหวานครับ ผลไม้บางชนิดรสเปรี้ยวแต่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เมื่อเข้าสู่กระแสเลือดจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลเหมือนกัน ดังนั้นเราต้องดูที่ Glycemic Index (GI) หรือดัชนีน้ำตาลเป็นหลัก
ร่างกายไม่ได้ประเมินน้ำตาลจาก “ความหวานที่ลิ้น”
ผลไม้บางชนิดรสไม่หวานมาก แต่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในเลือดได้เช่นเดียวกัน
การประเมินผลไม้จึงควรดูจาก

นี่คือสูตรที่หมอสรุปมาเพื่อให้คนไข้นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยแบ่งตามขนาดและชนิดของผลไม้ไทยครับ:
Experience Note: หมอขอย้ำให้ "งด" ผลไม้แปรรูปทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นแบบอบแห้ง เชื่อม หรือดอง เพราะกระบวนการเหล่านี้ทำให้น้ำตาลเข้มข้นขึ้นและสูญเสียกากใยที่จะช่วยชะลอน้ำตาล การทานผลไม้สดทำให้ร่างกายได้รับเอนไซม์และวิตามินที่ครบถ้วนที่สุด
ผลไม้แปรรูป เช่น
มักมีลักษณะสำคัญคือ
ผลไม้สดจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
การทานผลไม้พร้อมมื้ออาหารหรือหลังอาหารทันที จะช่วยให้กากใยจากผักในอาหารมื้อหลักช่วย "ดักจับ" น้ำตาลจากผลไม้ไม่ให้เข้าสู่กระแสเลือดเร็วเกินไปครับ
การรับประทานผลไม้ “เดี่ยว ๆ ระหว่างมื้อ” → น้ำตาลอาจขึ้นเร็ว
การรับประทาน
จะช่วยให้
ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด
ต่อให้เป็นผลไม้ GI ต่ำ
แต่ถ้ากินปริมาณมาก
→ น้ำตาลก็สูงได้
แนวคิดที่ถูกต้องคือ
“กินได้ แต่ต้องรู้ปริมาณ”
ผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าใจหลักการเหล่านี้ มักสามารถมีความสุขกับการรับประทานผลไม้ได้ โดยที่ระดับน้ำตาลไม่พุ่งสูงเกินไป