
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
"หมอครับ ผมแบกของทั้งวัน เดินคุมงานจนเหงื่อท่วม เหนื่อยแทบขาดใจ แต่พอเจาะน้ำตาลดูทำไมมันไม่ลดเลย แถมบางทีสูงกว่าวันหยุดอีก?"
นี่คือคำถามที่ฟังดูไม่สมเหตุสมผล แต่มีคำอธิบายทางการแพทย์ที่ชัดเจนครับ การที่ทำงานหนักแล้วน้ำตาลยังสูง เกิดจากปัจจัยหลักๆ 3 ประการดังนี้ครับ:
เมื่อคุณทำงานหนักหรือทำงานภายใต้ความกดดัน ร่างกายจะมองว่านั่นคือภาวะ "วิกฤต" และหลั่งฮอร์โมน คอร์ติซอล (Cortisol) และ อะดรีนาลีน (Adrenaline) ออกมา
การทำงานหนักมักมาพร้อมกับเหงื่อที่ออกมาก หากคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอ ความเข้มข้นของเลือดจะสูงขึ้น
บางครั้งขณะทำงานหนักน้ำตาลอาจจะต่ำลง แต่ร่างกายกลัวว่าคุณจะหมดสติ จึงสั่งให้กลไกสำรองทำงานแรงเกินไป (Counter-regulatory hormones) จนน้ำตาลดีดกลับขึ้นมาสูงเกินปกติในช่วงที่คุณพักครับ
ปัจจัยนี้พบบ่อยที่สุดครับ เมื่อเราเหนื่อยมาก ร่างกายจะโหยหาพลังงานด่วน เรามักจะเผลอทานน้ำหวาน กาแฟใส่นม หรือข้าวพูนจานเพื่อชดเชยความเหนื่อย โดยคิดว่า "ทำงานหนักขนาดนี้ กินนิดหน่อยคงไม่เป็นไร" แต่น้ำตาลที่เติมเข้าไปมักจะมากกว่าที่ร่างกายเผาผลาญออกไปครับ

เวลาคุณเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนCortisol และ Adrenaline ฮอร์โมนเหล่านี้สั่งให้ตับ
ปล่อยน้ำตาลเข้าสู่เลือดทันที แม้คุณไม่ได้กินหวาน น้ำตาลก็สูงได้
📌 ทำงานหนัก + เครียด = น้ำตาลสูง
คนทำงานจำนวนมาก
กล้ามเนื้อไม่ได้ใช้งาน จึงไม่ดึงน้ำตาลไปใช้
📌 ยิ่งอยู่นิ่ง น้ำตาลยิ่งค้างในเลือด
งานยุ่งทำให้
ผลคือ น้ำตาลแกว่งทั้งวัน และพุ่งตอนกลางคืน
คนทำงานหนักมักนอนน้อย เมื่ออดนอน ร่างกายจะดื้ออินซูลินทันที
📌 นอน <6 ชม.
น้ำตาลจะคุมยากขึ้นชัดเจน
"จำไว้นะครับว่า 'ความเหนื่อยจากการทำงาน' ไม่เท่ากับ 'การออกกำลังกายที่ผ่อนคลาย' หากคุณต้องทำงานหนัก หมอแนะนำให้:
จิบน้ำบ่อยๆ: อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ
คุมอาหารมื้อชดเชย: อย่าให้ความเหนื่อยมาเป็นข้ออ้างในการทานหวาน
หาช่วงพักเบรกสั้นๆ: เพื่อลดระดับฮอร์โมนเครียดลงเป็นระยะ"