หน้าหลัก|การออกกำลัง |สุขภาพดี|อาหารสุขภาพ |สุขภาพจิต |สุภาพสตรี |การตรวจสุขภาพ |การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด |เพศศึกษา | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator
 

タイ(バンコク)のホテル・サービスアパート

SEO 検索エンジン対策

 当広告について

 

ความสมดุลของสารอาหารและพลังงาน

แนวทางการรับประทานอาหารก่อนหน้านี้เน้นเรื่องปริมาณที่ควรจะรับประทาน แต่แนวทางใหม่เน้นเรื่องปริมาณสารอาหารและพลังงานต้องไปด้วยกัน สารอาหารควรจะได้จากอาหารธรรมชาติ หรืออาหารที่ผลิตเพื่อลดการสูญหายของสารอาหาร เนื่องจากมีสารอาหารที่ต้องการอย่างครบถ้วนแล้ว ยังมีสารอาหารที่มีความจำเป็นแก่ร่างกายเป็นจำนวนมาก ในการรับประทานอาหารจะต้องได้สมดุลของพลังงานและสารอาหาร เราควรจะแบ่งอาหารเป็นสองจำพวกคือ

  1. อาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหาร ให้เราเลือกรับประทานอาหารในกลุ่มเหล่านี้บางส่วนเพื่อให้เราได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ เช่น ในหมวดเนื้อสัตว์ให้เลือกปลาเพราะจะมีไขมันซึ่งป้องกันโรคหัวใจ หรือถั่วบางชนิด
  2. อาหารที่ให้พลังงาน อาหารเหล่านี้จะให้พลังงานมากกว่าสารอาหาร หากรับประทานมากจะทำให้น้ำหนักเกิน

เช่นคนที่รับประทานอาหารไขมันสูงจะมีพลังงานสูงแต่มีสารอาหารบางชนิดต่ำ บางคนรับอาหารที่มีแต่สารอาหาร แต่มีพลังงานต่ำกลุ่มคนเหล่านี้จะผอม ดังนั้นหากเรารับประทานอาหารที่มีความสมดุลของพลังงานและสารอาหารจะทำให้สุขภาพดี ลดอุบัติการณ์ของโรคหัวใจและหลอดเลือด หลักคร่าวๆของสารอาหารที่ควรจะเน้นในแต่ละอายุ

  • ผู้ใหญ่จะเน้นเรื่อง แคลเซี่ยม โแตสเซียม ใยอาหาร แมกนีเซียม วิตามิน เอ ซี อี
  • เด็กและวัยรุ่นจะเน้นสารอาหาร calcium, potassium, fiber, magnesium, and vitamin E,
  • กลุ่มคนพิเศษจะเน้นเรื่องอาหารประเภท vitamin B12,
    iron, folic acid, and vitamins E and D ซึ่งจะมีีรายละเอียดข้างล่าง
  • โดยสรุปแนวทางการรับประทานอาหารจะเน้นให้รับประทานอาหารที่มี แคลเซียม โปรแตสเซียม วิตามินอี แมคนีเซียม ลดการรับประทานเกลือ
fbgoogle

ข้อแนะนำสำหรับกลุ่มคนต่าง
  • ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีจะมีความสามารถดูดวึมวิตามิน B12 ได้ลดลง ดังนั้นควรจะได้รับวิตามินเสริมหรือรับประทานอาหารธัญพืชเพิ่มเติม
  • หญิงตั้งครรภ์ จากการสำรวจพบว่ามีการขาดธาตุเหล็กแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง หรือรับประทานอาหารที่เติมธาตุเหล็ก นอกจากนั้นอาหารที่มีวิตามินซีสูงจะช่วยในการดูดซึมของธาตุเหล็ก
  • หญิงที่จะตั้งครรภ์ เนื่องจากการโฟลิกจะช่วยป้องกันความพิการทางระบบประสาทในเด็ก ดังนั้นจึงแนะนให้รับประทานกรดโฟลิก(จากวิตามิน หรืออาหารที่เสริมกรดโฟลิก)วันละ 400 มิลิกรัม ส่วนคนท้องให้รับวันละ 600 มิลิกรัม
  • กลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการขาดธาตุแคลเซียมได้แก่ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีผิวสีเข้ม และผู้ที่ถูกแสงแดดน้อย กลุ่มเหล่านี้ต้องได้รับวิตามินดีเสริมโดยการดื่ม น้ำส้ม หรือนมที่มีการเติมวิตามินดี หรือวิตามินดีวันละ 600 iu
  • ปริมาณน้ำ หากคนปกติมีการดื่มน้ำหลังอาหาร และระบบหิวน้ำเป็นปกติก็ไม่ต้องดื่มมากเป็นพิเศษ จะเน้นให้ดื่มมากในกรณ๊ที่อากาศร้อนจัดหรือต้องออกกำลังกายอย่างหนัก
  • สำหรับคนที่รับประทานผักหรือกินเจ ท่านอาจจะรับประทานอาหารพวกถั่วเพิ่มเพื่อทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ส่วนปริมาณก็ดูตารางข้างล่าง
  • ผู้ที่ไม่ดื่มนม เนื่องจากแพ้นม หรือท้องร่วง หรือไม่ชอบก็ควรจะดื่มนมที่ทำพิเศษสำหรับพวกแพ้นม หรืออาหารชนิดอื่นที่ให้สารอาหารใกล้เคียงกัน
ตารางแสดงปริมาณอาหารที่แนะนำ
ตารางแสดงปริมาณอาหารที่ควรรับประทานทีให้พลังงาน 2000 กิโลแคลอรี
ประเภทอาหาร ปริมาณอาหารที่ USDA Food Guide ปริมาณอาหารที่แนะนำDASH Eating Plan Amount ชนิดของอาหารที่ทดแทนกันได้
ผลไม้ 2ถ้วยตวง 2-2.5ถ้วยตวง

ครึ่งถ้วยตวงเ่ท่ากับ

  • ผลไม้คึ่งถ้วยตวง
  • ผลไม้ขนากกลางหนึ่งผล
  • ผลไม้แห้ 1/4 ถ้วยตวง
  • น้ำผลไม้ 1/2-3/4 ถ้วยตวง

กลุ่มผัก

  • ผักใบเขียว
  • ผักใบเหลือง
  • ถั่วต่าง
  • ผักที่ให้แป้ง
  • ผักอื่น

2.5 ถ้วยตวง

  • 3ถ้วยตวง/สัปดาห์
  • 2ถ้วยตวง/สัปดาห์
  • 3ถ้วยตวง/สัปดาห์
  • 3ถ้วยตวง/สัปดาห์
  • 6.5ถ้วยตวง/สัปดาห์
2-2.5 ถ้วยตวง

1/2ถ้วยตวงเท่ากับ

  • 1/2 ถ้วยตวงผักสดหรือปรุงสุก
  • 1 ถ้วยตวงของผักที่เป็นใบ
  • น้ำผัก 1/2-3/4ถ้วยตวง

ธัญพืช

  • เมล็ดธัญพืช เช่นข้าว
  • อื่น

6 ounce

  • 3 ounce
  • 3 ounce
7-8 ounce

1 ounce มีค่าเท่ากับ

  • ขนมปัง 1 ชิ้น
  • ธัญพืช 1 ถ้วยตวง
  • ข้าวครึ่งถ้วย(1ทัพพี)
เนื้อหรือถั่ว 5.5 ounce

เนื้อสัตว์ประมาณ 6 ounce

หรือถั่ว 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์

1 ounce มีปริมาณเท่ากับ

  • เนื้อสัตว์สุก 1 ounce
  • ไข่ 1 ฟอง
  • ถั่วหรือเต้าหู้ 1/4 ถ้วย
นม 3 ถ้วย 2-3 ถ้วย

1 ถ้วยเท่ากับ

  • นมพร่องมันเนย หรือโยเกตร์ 1 ถ้วย
  • cheese พร่องมันเนย11/2 oz
น้ำมัน 6 ช้อนโต๊ะ 2-3ช้อนโต๊ะ

1 ช้อนโต๊ะเท่ากับ

  • มาการีนเหลว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมายองเนสไขมันต่ำ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำสลัดใส 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

พลังอื่นๆที่รับประทาน

  • ไขมัน
  • น้ำตาล

267 แคลอรี

  • 18 กรัม
  • 8 ช้อนโต๊ะ
5 ช้อนโต๊ะต่อสัปดาห์

น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะพบได้ในอาหารดังนี้

  • เยลลีหรือแยม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 แกว

 

ตารางแสดงปริมาณสารอาหารที่รับประทาน(2000 แคลอรี)
ตารางแสดงปริมาณสารอาหารที่ควรจะรับประทานในอาหารที่ให้พลังงาน 2000 แคลอรี
สารอาหาร
แผนอาหารตาม DASH
(2,000 kcals)
แผนอาหารตาม USDA Food
(2,000 kcals)
Protein, g
108 91
Protein, % kcal
21 18
Carbohydrate, g
288 271
Carbohydrate, % kcal
57 55
Total fat, g
48 65
Total fat, % kcal
22 29
Saturated fat, g
10 17
Saturated fat, % kcal
5 7.8
Monounsaturated fat, g
21 24
Monounsaturated fat, % kcal
10 11
Polyunsaturated fat, g
12 20
Polyunsaturated fat, % kcal
5.5 9.0
Linoleic acid, g
- 18
Alpha-linolenic acid, g
- 1.7
Cholesterol, mg
136 230
Total dietary fiber, g
30 31
Potassium, mg
4706 4044
Sodium, mg
2329 1779
Calcium, mg
1619 1316
Magnesium, mg
500 380
Copper, mg
- 1.5
Iron, mg
21 18
Phosphorus, mg
2066 1740
Zinc, mg
14 14
Thiamin, mg
2.0 2.0
Riboflavin, mg
2.8 2.8
Niacin equivalents, mg
31 22
Vitamin B6, mg
3.4 2.4
Vitamin B12, ?g
7.1 8.3
Vitamin C
181 155
Vitamin E (AT)g
16.5 9.5
Vitamin A, ?g (RAE)h
  1052
ตารางแสดงปริมาณแคลอรี ที่ควรจะได้รับในแต่ละอายุ
อายุ
ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
ออกกำลังกายบ้าง
ออกกำลังกายมาก
เด็ก
2-3
1000
1000-1400
100-1400
ผู้หญิง

4-8

9-13

14-18

19-30

31-50

51+

1200

1600

1800

2000

1800

1600

1400-1600

1600-2000

2000

2000-2200

2000

1800

1400-1800

1800-2200

2400

2400

2200

2000-2200

ผู้ชาย

4-8

9-13

14-18

19-30

31-50

51+

1400

1800

2200

2400

2200

2000

1400-1600

1800-2200

2400-2800

2600-2800

2400-2600

2200-2400

1600-2000

2000-2600

2800-3200

3000

2800-3000

2400-2800

 

รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

อาหารที่เรารับประทานแบ่งเป็นกี่ประเภท

  1. หมวดแป้ง ได้แก่ ข้าว ขนมปัง เมล็ดธัญพืชอาหารกลุ่มนี้จะให้สารอาหารคือ carbohydrates

    vitamins  minerals  และ fiberได้แก่ ข้าว กวยเตี่ยว ขนมปังธัญพืช ข้าวโอค มันฝรั่ง ถั่ว อาหารกลุ่มนี้อุดมไปด้วยแป้งซึ่งจะให้พลังงานกับร่างกายพร้อมด้วยวิตามิน B แคลเซียม เหล็ก ควรจะรับประทานอาหารกลุ่มนี้เป็นหลักโดยจะรับประทาน 50-55 %ของพลังงานทั้งหมด

  2. หมวดผัก หมวดผลไม้ หมวดนี้มีไขมันต่ำ เป็นแหล่งอาหารที่ให้เกลือแร่และวิตามินสูง อาหารกลุ่มนี้จะมีไขมันต่ำ ให้วิตามินและเกลือแร่ผักใบเขียวจะให้วิตามิน C E K และ folic acid ผลไม้สีเหลืองจะให้ betacaroteneได้แก่ผักต่างๆ ผลไม้ต่างๆ อาจจะดื่มน้ำผลไม้ร่วมด้วยหมวดนี้ควรจะรับประทานอย่างน้อยวันละ 5 ส่วน(ส้มหนึ่งลูกเท่ากับหนึ่งส่วน)
  3. หมวดนม อาหารในหมวดนี้ให้วิตามินและเกลือแร่สูงโดยเฉพาะ แคลเซียม โปรตีน วิตามิน A D B12 แต่นมธรรมดาจะมีไขมันอิ่มตัวสูงควรเลือกนมพร่องมันเนย ได้แก่ นม Yoghurtหมวดนี้ให้รับประทานวันละ 1-2 แก้ว สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูงแนะนำให้ดื่มนมพร่องมันเนย
  4. หมวดเนื้อสัตว์หมวดนี้ให้ protein, เกลือแร่ minerals (such as zinc), iron, และ B vitamins.แต่จะมีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูงควรเลือกเนื้อที่มีไขมันต่ำเช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ล้วน ปัจจุบันแนะนำให้กินถั่วซึ่งมีโปรตีนแทน proteinจากเนื้อสัตว์
  5. หมวดไขมัน ได้แก่ น้ำมัน เนย สลัดน้ำข้นหมวดนี้ให้พลังงานสูง คุกกี้ เค้ก หมวดนี้ควรหลีกเลี่ยง รายละเอียดอ่านที่นี่
  6. หมวดอาหารทีประกอบไปด้วยน้ำตาลได้แก่น้ำตาล น้ำหวาน ขนมหวาน ไอศกรีม Chocolate เค้ก อาหารกลุ่มนี้ให้รับให้น้อย

ในการเลือกรับประทานอาหารเราจะเลือกกลุ่มหนึ่งถึงสี่เป็นส่วนใหญ่ ส่วนกลุ่ม 5-6 ให้รับประทานนานๆครั้ง

กลับหน้าเดิม