วิตามิน
Vitamin A (Retinol) RDA: 5,000 IU อ่านรายละเอียดที่เกี่ยวกับวิตามินเอ
- หน้าที่ วิตามิน A
เป็นส่วนประกอบสำคัญของ cornea และยังมีผลต่อการเจริญเติบโต
การสร้างกระดูก
และระบบสืบพันธ์
นอกจากนี้ยังป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร
ระบบทางเดินหายใจ
และระบบขับปัสสาวะ
ทำให้ผิวและผมแข็งแรง Beta carotene (หรือ pro vitamin A)
ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามิน
A ในร่างกาย Beta carotene เป็นสารต้านอนุมูลอิสระสามารถชะลอความแก่ได้
- อาการเมื่อขาดวิตามิน
A จะมีตาแห้ง คันและตาอักเสบ
ตามองไม่เห็นในเวลากลางคืน
ผมแห้ง ผิวแห้งและหยาบ
ติดเชื้อได้ง่าย
ถ้าขาดมากฟันและกระดูกไม่แข็งแรง
- แหล่งอาหาร วิตามิน A พบมากในตับ
ไข่แดง นม น้ำมันตับปลา ไก่ Beta carotene
พบมากในผักสีเขียว
ผลไม้สีเหลืองและเขียวเข็ม
- การป้องกันการขาดวิตามิน เอ สามารถทำได้โดยการรับประทานผลไม้สีส้มหรือเหลือง
ผักใบเขียวโดยรับประทานสดๆ การเก็บรักษาผักและผลไม้ให้เก็บในภาชนะและแช่ตู้เย็น
ผักควรใช้วิธีการต้มหรืออบมากกว่าการทอด
- โรคขาดวิตามิน A
Vitamin B1 (Thiamine) RDA: 1.1 to 1.5 mg
- Thiamine จะทำงานเป็น
coenzyme ช่วยในการเผาผลาญอาหารจำพวกแป้ง หากขาดวิตามินนี้จะมีอาการปลายประสาทอักเสบ มีอาการทางสมอง และทางเดินอาหาร
- หน้าที่มีส่วนในการทำงานของเส้นประสาท
กล้ามเนื้อ หัวใจ
และการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต์
- แหล่งอาหาร พบมากในธัญพืช
เช่นข้าว ถั่วชนิดต่างๆ
เครื่องในสัตว์ ไข่ หมู
สาเหตุของการขาดวิตามิน
- เกิดจากการรับประทานวิตามินไม่เพียงพอโดยเฉพาะรับประทานข้าวที่ผ่านการขัดสีจะทำให้วิตามินหลุดออกไป
- เกิดจากภาวะที่ร่างกายเราต้องการวิตามินมากกว่าปกติ เช่น คนท้อง คนที่คอพอกเป็นพิษ ผู้ที่ให้นมบุตร คนที่มีไข้สูง
อาการของผู้ที่ขาดวิตามินเป็นอย่างไร
- อาการทั่วๆจะมีอาการอ่อนเพลีย หงุดหงิด ความจำไม่ดี นอนไม่หลับ เจ็บหน้าอก เบื่ออาหาร ท้องผูก
- ผู้ป่วยจะมีอาการชาโดยเฉพาะทปลายเท้าทั้งสองข้างเรียก beriberi
- บางรายอาจจะมีอาการปวด หรือเป็นตะคริวโดยเฉพาะเวลากลางคืน
- ปวดกล้ามเนื้อ ลุกไม่ขึ้น
- อาการทางประสาทมักจะเกิดในคนที่ขาดวิตามินอยู่แล้ว เกิดอาการขาดอย่างเฉียบพลันผู้ป่วยจะมีอาการสับสน พูดจาวกวนไปมาเรียกระยะนี้ว่า
Korsakoff's syndrome หากไม่รักษาผู้ป่วยจะมีอาการตากระตุก เห็นภาพซ้อน โคม่าและเสียชีวิตเรียกระยะนี้ว่า
Wernicke's encephalopathy
- Cardiovascular (wet) beriberi (Shoshin beriberi) คนที่ขาดวิตามินบี1และมีอาการทางหัวใจเด่น ผู้ป่วยจะมีอาการใจสั่น ชีพขจรเร็ว ผิวร้อน เหงื่อออก หากเป็นมากจะมีอาการหัวใจวาย เหนื่อง่าย นอนราบไม่ได้ เท้าบวม
การวินิจฉัย
- ตรวจปัสสาวะพบว่าการขับวิตามินออกทางปัสสาวะน้อยกว่า
50 ?g/day
- หรือตรวจหา
Erythrocyte transketolase activity ก่อนและหลังให้วิตามินบี1
การรักษา
- ผู้ที่มีปลายประสาทอักเสบไม่มากให้รับประทานวิตามินบี1วันละ 20-30 มิลิกรัมเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์แล้วแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีวิตามินบี1 สูง
- สำหรับผู้ที่มีหัวใจวายให้ฉีดครั้งละ 50-100 มิลิกรัมผู้ป่วยจะตอบสนองเร็ว ยุบบวม
- สำหรับผู้ที่มีอาการทางประสาท ให้ฉีดครั้งละ 50-100 วันละ 2 ครั้งจนอาการดีขึ้นจึงให้รับประทานวันละ 20-30 มิลิกรัม
- ผู้ป่วยมักจะขาดวิตามินอื่นด้วยจึงต้องให้วิตามินอื่นเสริม
- นอกจากนั้นผู้ป่วยจะขาด
Magnesium
Vitamin B2 (Riboflavin) RDA: 1.3 to 1.7 mg
- หน้าที่ มีส่วนร่วมในการเผาผลาญ
คาร์โบไฮเดรต์ ไขมัน โปรตีน
และในการใช้วิตามินอื่นนอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมในการสร้างฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต adrenal gland
- ผู้ที่เสี่ยงต่อการขาดวิตามินได้แก่
ผู้ที่กินยาคุมกำเนิด
ยาแก้ซึมเศร้า ยาแก้โรคจิต
จะมีโอกาสขาดวิตามินตัวนี้ได้ง่าย
อาการสำคัญที่พบได้คือ
ปากนกกระจอก ปวดแสบในปาก
- แหล่งอาหาร
พบมากในเครื่องใน
เมล็ดธัญพืช ถั่ว เนย ไข่
เนื้อสัตว์ ปลา ผักใบเขียว
สาเหตุการขาดวิตามิน
- รับประทานวิตามินไม่เพียงพอ เกิดจากการดื่มนมไม่พอ หรือรับประทานเนื้อสัตว์ไม่พอ
- เกิดจากพวกมีโรคประจำเช่น ท้องร่วงเรื้องรัง โรคตับ โรคพิษสุราเรื้อรัง
คนที่ขาดวิตามินจะมีอาการอย่างไร
- อาการที่พบได้บ่อยที่สุดคือ ซีด และมีมุมปากเปื่อยที่เรียกว่าปากนกกระจอก
(angular stomatitis)
- ริมฝีปากจะแดง
(cheilosis)
- ปวดแสบในปาก ลิ้น ก้น ลิ้น ก้น ตามองไม่ชัด คันตา
มองแสงจ้าไม่ได
ถ้าขาดมากเป็นต้อกระจก
- ร่องจมูก เปลือกตาจะมีการอักเสบ และมีขุย
- การวินิจฉัยทำได้โดยการตรวจปัสสาวะพบว่าสาร
riboflavin< 30 ?g /g creatinine ซึ่งจะยืนยันการวินิจฉัย
การรักษา
- ให้ Riboflavin วันละ 10-30 mg/วันจนเริ่มดีขึ้น จึงลดขนาดของยาเหลือวันละ 2-4 mg/วัน จนหาย
Vitamin B3 (Niacin) RDA: 15 to 19 mg
|
Recommended Dietary Allowance (RDA) for
Adults
|
|
Life stage
|
ชาย
|
หญิง
|
ตั้งครรภ์
|
ให้นมบุตร
|
อายุมากกว่า19 |
16 mg/day |
14 mg/day |
|
|
อื่นๆ |
|
|
18 mg/day |
17 mg/day |
;
- หน้าที่ มีส่วนร่วมในการเผาผลาญ คาร์โบไฮเดรต์ ไขมัน โปรตีน เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหาร และการผลิตฮอร์โมนทางเพศ รวมทั้งผิวหนัง
- ช่วยลดไขมัน LDL,Triglyceride และเพิ่ม HDL
- ป้องกันโรคหลอดเลือดแข็ง
สาเหตุของการขาดวิตามิน
- สาเหตุเนื่องจากอาหารที่รับประทานขาดวิตามิน เช่นแป้งข้าวโพดของชาวอินเดีย หรืออาหารบางประเภทที่มีความไม่สมดุลของสารอาหาร
- การขาดวิตามินเนื่องจากโรค เช่น ท้องร่วงเรื้อรัง ตับแข็ง โรคติดสุรา
อาการของผู้ที่ขาดวิตามิน
อาการโรคจะมีอาการทางผิวหนัง ระบบทางเดินอาหาร และระบบประสาท
อาการทางผิวหนัง
อาการทางผิวหนังมักจะเป็นทั้งสองข้าง แบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ
- ในระยะเฉียบพลัน ผื่นจะมีลักษณะเป็นถุงน้ำ ตกสะเก็ด ผิวลอก มักจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย ผื่นที่เกิดมักจะเกิดบริเวณที่สัมผัสแสงแดด
- ผื่นบริเวณข้อพับ มักจะเป็นเฉียบพลันบริเวณข้อพับ ผิวแดง ผิวลอก มักจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย
- ในรายที่เป็นเรื้อรังผิวจะหนา
Chronic hypertrophy เป็นร่อง และผิวจะมีสีเข้มขึ้น
- ในรายที่เป็นเรื้อรังผิวจะมีสะเก็ดเป็นบริเวณกว้าง
- ผิวหนังบริเวณปาก หรือช่องคลอด หรือท่อปัสสาวะ ลิ้นและเยื่อบุในปาก จะมีอาการอักเสบ แดง หากอาการเป็นมากจะมีอาการเจ็บคอ น้ำลายไหล ลิ้นบวม หากเป็นมากจะมีแผลใต้ลิ้น และกระพุ้งแก้ม
อาการทางระบบทางเดินอาหาร
- อาการแรกๆจะมีอาการแสบร้อนคอ ท้องอืดแน่นท้อง คลื่นไส้อาเจียน และอาจจะถ่ายอุจาระมีเลือดออก
อาการทางระบบประสาท
อาการทางระบบประสาทประกอบไปด้วย
- เป็นโรคจิตเภท ความจำเลอะเลือน สับสน ซึมเศร้า วุ่นวาย โกหกตอแหละ
- มีความพิการทางสมองทำให้ผู้ป่วยซึม มือเกร็ง
การรักษา
- ห้ามรับประทานวิตามินี้หากท่านเป็นโรคตับหรือกระเพาะอาหาร
- หากทานเป็นโรคเบาหวาน เก๊าต์ โรคตับ ต้อหิน ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานวิตามิน
- แหล่งอาหาร
มีมากในอาหารหลายประเภท
เช่น เครื่องใน เนื้อสัตว์
ธัญพืช ไข่ นม ปลา
พืชใบเขียว
- ผลข้างเคียง ปริมาณ 50 มิลิกรัมก็อาจจะทำให้เกิดหน้าร้อน คันตามตัว ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หากรับประทานมากกว่า 2000 มิลิกรัมอาจจะทำให้เกิดตับอักเสบ น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
Vitamin B5 (Pantothenic acid) RDA: None; 4 to 7 mg suggested
- หน้าที่
มีส่วนสำคัญในการสร้างฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต
และภูมิคุ้มกัน
รวมทั้งมีส่วนสำคัญในการสลายพลังงานจากอาหาร
- อาการขาดวิตามิน
พบมากในอาหารหลายชนิด
จะพบขาดอาหารในผู้ป่วยที่ขาดอาหารอย่างรุนแรง
ผู้ที่ขาดจะมีอาการ
เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ
อ่อนเพลีย
- แหล่งอาหาร
พบมากในเนื้อสัตว์
เครื่องใน ผักไข่ และนม
Vitamin B6 (Pyridoxine) RDA: 1.6 to 2 mg อ่านที่นี่
Vitamin B12 (Cyanocobalamin) RDA: 2 µg
- หน้าที่ ทำงานร่วมกับ folic acid
ในการสร้างสารพันธุกรรมรวมทั้งการสร้างเม็ดเลือดแดง
- อาการขาดวิตามิน
จะมีอาการอ่อนเพลีย
กระสับกระส่าย
เจ็บคอและลิ้น
ชาตามมือและเท้า
วิตามินตัวนี้ถูกสังเคราะห์โดยเชื้อบักเตรีในลำไส้
ดังนั้นผู้ที่กินเจ
หรือได้รับยาปฏิชีวนะบ่อย
ควรได้รับวิตามินเสริม
- ผู้ป่วยบางรายที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรดสมองฝ่อ หรือ
Alzheimer เมื่อได้รับวิตามิน B12 จะทำให้อาการดีขึ้น
- แหล่งอาหาร
มาจากเนื้อสัตว์ เครื่องใน
ไข่ ปลา เนย
วิตามินซี
Vitamin D (Cholecalciferol) RDA: 400 IU
- เป็นวิตามินที่ละลายในไขมันมีอยู่สองฟอมร์คือ
ergocalciferol พบในยีสต์ และ
cholecalciferol พบในน้ำมันตับปลา ไขแดงและสังเคราะห์ที่ผิวหนัง ส่วนในน้ำนมพบทั้งสองฟอมร์
- หน้าที่ของวิตามินดีคือเร่งการดูดซึมวิตามินดีในลำไส้
- หน้าที่ ร่วมกับ calcium ในการสร้างกระดูกและฟัน
- อาการขาดวิตามิน
เมื่อขาดวิตามินทำให้กระดูกและฟันอ่อนแรง
นอนไม่หลับ กระดูกหักง่าย ในเด็กถ้าขาดวิตามินากเรียก rickets ส่วนในคนแก่เกิดกระดูกอ่อนแรงเรียก
osteomalacia ผิวหนังของเราสามารถสร้างวิตามิน
D ได้จากแสงแดด
ดังนั้นคนที่ขาดวิตามิน D
มักไม่ค่อยเจอแสงเช่น
คนป่วย
คนที่เกิดในประเทศที่แสงน้อย
หรือกินยาปฏิชีวนะบางตัว
กินยากันชัก
ซึ่งมีผลต่อการดูดซึมวิตามิน
D จากลำไส้ เพียงแค่ได้รับแสงแดดวันละ 15 นาทีก็เพียงพอที่จะสร้างวิตามินดี
- แหล่งวิตามินคือ แสงแดด นม
ไข่ ปลา น้ำมันตับปลา
สาเหตุของการขาดวิตามิน
- คนที่ถูกแสงแดดน้อย เช่นคนสูงอายุ
- คนที่รับประทานอาหารไม่เพียงพอ ดื่มนมไม่เพียงพอ
- hypoparathyroidism
อาการของคนที่ขาดวิตามินดี
- ในเด็กที่ขาดวิตามินดีจะมีการพัฒนาการที่ช้า เช่นเดินช้า คลานช้า กระหม่อมปิดช้า กระดูกกระโหลกโป่ง
- สำหรับเด็กโตเวลาเดินจะปวดกระดูก หากเป็นมากๆจะมีความพิการของกระดูก
- Rachitic tetany มีการกระตุกของมือเนื่องจากแคลเซียมต่ำ
- การเปลี่ยนแปลงกระดูก
Vitamin E (Tocopherol) RDA: 8 mg (women); 10 mg (men) อ่านที่นี่
- หน้าที่
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งป้องกันระบบประสาท
ปอด กล้าม
และตาจากการทำลายของสารอนุมูลอิสระ
free radicals ชะลอความแก่ของเซลล์
ป้องกันเม็ดเลือดแดงถูกทำลาย
และเชื่อว่าป้องกันหลอดเลือดแดงหัวใจแข็งตัว
และเสริมภูมิคุ้มกัน
สาเหตุของการขาดวิตามิน
- ส่วนใหญ่เกิดในเด็กที่คลอดก่อนกำหนด เนื่องได้วิตามินจากแม่ไม่พอ
- ส่วนผู้ใหญ่เกิดจากโรคของระบบย่อยอาหารผิดปกติ ทำให้ได้รับวิตามินน้อย
อาการของคนขาดวิตามินอี
- อาการขาดวิตามิน
ถ้าขาดมากทำให้เกิดโลหิตจาง
- มีความผิดปกติของสมอง มือสั้น เดินเซ
- ส่วนใหญ่ไม่ค่อยพบว่าขาดวิตามินตัวนี้
- แหล่งวิตามินคือน้ำมันพืช
ไขมัน เนื้อสัตว์ นม ปลา
จมูกข้าว ไข่ขาว ผักใบเขียว ถั่ว
- การเตรียมอาหารมิให้ขาดวิตามินสามารถทำได้โดยเก็บอาหารมิให้ถูกแสง
การรักษา
- ให้วิตามินทดแทนประมาณ 15-25 มก/กก
โรคที่เกิดจากวิตามินเกิน
โรคที่เกิดจากวิตามินเกินไม่ใคร่ได้พบ แม้ว่าจะรับขนาด 400-800 มกเป็นเวลานาน
Vitamin H (Biotin) RDA: None; 30 to 200 µg suggested
- หน้าที่
พบในเซลล์ของร่างกาย
มีส่วนร่วมในการเผาผลาญอาหาร
และการสังเคราะห์ DNAในเซลล์
- อาการขาดวิตามิน
ผู้ที่ดื่มสุรามาก
หรือรับประทานยาคุมกำเนิดอาจทำให้ขาดวิตามินได้
อาการที่พบคือ ซึมเศร้า
อ่อนเพลีย มีผื่น
- แหล่งวิตามินคือไข่สุก
เครื่องในสัตว์ ข้าว
Vitamin K RDA: 60 to 80 mg
- หน้าที่
ทำงานร่วมกับตับในการสังเคราะห์สารห้ามเลือด
- อาการขาดวิตามิน
เชื้อบักเตรีในลำไส้สามารถสังเคราะห์วิตามินนี้ได้จากลำไส้
มักพบว่าผู้ที่รับประทานยาปฏิชีวนะ
ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดูดซึม
ท้องร่วงเรื้อรังอาจจะขาดวิตามินนี้
- แหล่งวิตามินคือ
ผักใบเขียว ไข่ เนื้อหมู ตับ
Vitamin M (Folic acid) RDA: 180 to 200 µg
- หน้าที่
เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างสารพันธุกรรม
RNA และ DNA ทำงานร่วมกับ vitamin B12
ในการสร้างเม็ดเลือดแดง
นอกจากนี้ยังมีส่วนส่วนป้องกันมะเร็งบางชนิด
โรคหัวใจ โรคอัมพฤติ
และป้องกันเด็กพิการแต่กำเนิดโดยเฉพาะ3เดือนแรกของการตั้งครรภ์
- อาการขาดวิตามิน ทำให้เกิดโลหิตจาง ระบบย่อยอาหารผิดปกติ ผมงอกก่อนวัย ความจำไม่ดี ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็ง โรคเกี่ยวกับลำไส้ ผู้ที่ดื่มสุรา กินยาคุมกำเนิด จะมีความต้องการวิตามินตัวนี้สูงขึ้น ยาบางตัว เช่น aspirin ยากันชักจะลดการดูดซึมของวิตามิน
- พบว่าหากร่างกายมีสาร homocystein ในเลือดสูงจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง folic vitmin B6,B12 จะเปลี่ยนแปลง homocystein ไปเป็น methionine ทำให้ระดับ homocystein ลดลงซึ่งจะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ แต่จากการศึกษายังไม่พบความสัมพันธ์ของ homocystein และโรคหัวใจ
การป้องกันมะเร็ง
กรดโฟลิกจะช่วยในการสร้าง DNA จากการศึกษาพบว่าผู้ที่รับอาหารที่มีกรดโฟลิกสูงจะมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ใหญ่ลดลงโดยเฉพาะผู้ที่ดื่มสุรา
- แหล่งวิตามินผักใบเขียว
เครื่องใน เห็ด
คนส่วนใหญ่จะได้รับวิตามินจากอาหารครบถ้วนมีส่วนน้อยที่ขาดวิตามินโดยเฉพาะวิตามิน 5 ตัว ข้างล่างนี้ซึ่งอาจจะต้องเสริมในผู้ป่วยบางราย
- Folic acid
- Vitamin B6
- Vitamin B12
- Vitamin D
- Vitamin E
กลับหน้าเดิม |