สุขภาพ >> อาหารเสริม >> วิตามินเอ
วิตามินเอVitamin A
วิตามินเอ เป็นวิตามินที่ละลายในไขมันมีหน้าที่ช่วยในการมองเห็น(VISSION) การเจริญเติบโตของกระดูก การแบ่งตัวของเซลล์ การกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค
วิตามินเอจะช่วยทำให้ผิวหนังมีความแข็งแรงและซ่อมแซมผิวของตาและหลอดลมทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายยากขึ้น และยังกระตุ้นให้เซลล์เม็ดเลือดขาวโดยเฉพาะ lymphocyte ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ชนิดของวิตามินเอ
- Retinol เป็นวิตามินเอ ที่พบในสัตว์เช่นตับ นม เป็นวิตามินที่ออกฤทธิ์ได้ทันที Retinol อาจจะเปลี่ยนเป็น Retinal retinoic acid ซึ่งเป็นรูปแบบวิตามินอีกชนิดที่ออกฤทธิ์ได้ทันที
- Provitamin A carotenoids เป็นวิตามินที่ต้องเปลี่ยนแปลงในร่างกายก่อนที่จะออกฤทธิ์ เป็นรูปแบบวิตามินเออีกชนิดหนึ่ง พบในพืชใบเขียวซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ ในธรรมชาติ Provitamin A carotenoids อยู่ได้หลายรูปแบบได้แก่ beta-carotene, alpha-carotene, lutein, zeaxanthin, lycopene, and cryptoxanthin , วิตามินเอชนิด beta-carotene จะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ retinol และออกฤทธิ์ได้ดี แต่ alpha-carotene, lutein, zeaxanthin จะออกฤทธิ์ได้ประมาณครึ่งหนึ่งของ beta-carotene แต่ lycopene, cryptoxanthin จะไม่เปลี่ยนเป็นวิตามินเอ
อาหารที่มีวิตามินเอมาก
Retinol เป็นวิตามินเอ ที่พบในสัตว์เช่น ไข่ นม ตับ นมพร่องมันเนยจะมีวิตามินเอต่ำเพราะวิตามินเอละลายในไขมัน ดังนั้นนมพร่องมันเนยจึงต้องเติมวิตามินเอ วิตามินเอจากสัตว์จะดูดซึมได้ดี
วิตามินเอที่มาจากพืชใบเขียวจะดูดซึมไม่ดีเท่าวิตามินที่มาจากสัตว์ พืชใบเขียวจะมีวิตามิน Provitamin A carotenoids มาก
ปริมาณวิตามินเอ ในอาหารที่มาจากสัตว์
Food |
Vitamin A (IU)* |
%DV** |
Liver, beef, cooked, 3 ounces |
27,185 |
545 |
Liver, chicken, cooked, 3 ounces |
12,325 |
245 |
Milk, fortified skim, 1 cup |
500 |
10 |
Cheese, cheddar, 1 ounce |
284 |
6 |
Milk, whole (3.25% fat), 1 cup |
249 |
5 |
Egg substitute, ? cup |
226 |
5
|
ปริมาณวิตามินเอ beta carotene ในพืช
Food |
Vitamin A (IU)* |
%DV** |
Carrot juice, canned, ? cup |
22,567 |
450 |
Carrots, boiled, ? cup slices |
13,418 |
270 |
Spinach, frozen, boiled, ? cup |
11,458 |
230 |
Kale, frozen, boiled, ? cup |
9,558 |
190 |
Carrots, 1 raw (7? inches) |
8,666 |
175 |
Vegetable soup, canned, chunky, ready-to-serve, 1 cup |
5,820 |
115 |
Cantaloupe, 1 cup cubes |
5,411 |
110 |
Spinach, raw, 1 cup |
2,813 |
55 |
Apricots with skin, juice pack, ? cup |
2,063 |
40 |
Apricot nectar, canned, ? cup |
1,651 |
35 |
Papaya, 1 cup cubes |
1,532 |
30 |
Mango, 1 cup sliced |
1,262 |
25 |
Oatmeal, instant, fortified, plain, prepared with water, 1 cup |
1,252 |
25 |
Peas, frozen, boiled, ? cup |
1,050 |
20 |
Tomato juice, canned, 6 ounces |
819 |
15 |
Peaches, canned, juice pack, ? cup halves or slices |
473 |
10 |
Peach, 1 medium |
319 |
6 |
Pepper, sweet, red, raw, 1 ring (3 inches diameter by ? inch thick) |
313 |
6
|
* IU = International Units.
** DV = Daily Value. DVs are reference numbers based on the Recommended Dietary Allowances (RDAs). They were developed to help consumers determine if a food contains a lot or a little of a nutrient. The DV for vitamin A is 5,000 IU. Most food labels do not list vitamin A content. The percent DV (%DV) column in the table above indicates the percentage of the DV provided in one serving. A food providing 5% or less of the DV is a low source while a food that provides 10-19% of the DV is a good source. A food that provides 20% or more of the DV is high in that nutrient. It is important to remember that foods that provide lower percentages of the DV also contribute to a healthful diet. For foods not listed in this table, refer to the U.S. Department of Agriculture's Nutrient Database Web site: http://www.nal.usda.gov/fnic/cgi-bin/nut_search.pl.
คนควรจะได้วิตามินเอวันละเท่าไร
ตารางข้างล่างแสดงปริมาณวิตามินเอที่ควรจะได้รับต่อวัน
Age
(years) |
Children
(mcg RAE) |
Males
(mcg RAE) |
Females
(mcg RAE) |
Pregnancy
(mcg RAE) |
Lactation
(mcg RAE) |
1-3 |
300
(1,000 IU) |
|
|
|
|
4-8 |
400
(1,320 IU) |
|
|
|
|
9-13 |
600
(2,000 IU) |
|
|
|
|
14-18 |
|
900
(3,000 IU) |
700
(2,310 IU) |
750
(2,500 IU) |
1,200
(4,000 IU) |
19+ |
|
900
(3,000 IU) |
700
(2,310 IU) |
770
(2,565 IU) |
1,300
(4,300 IU)
|
สำหรับ beta carotene แนะนำให้รับประทานวันละ 3-6 มิลิกรัมต่อวันโดยการรับประทานผักหรือผลไม้วันละอย่างน้อย 5 ส่วน
การขาดวิตามินเอ
วิตามินเอกับผลต่อสุขภาพ
วิตามินเอกับมะเร็ง Vitamin A, beta carotene and cancer
เชื่อกันว่าการรับประทานอาหารที่มีวิตามินเอมากจะมีอุบัติการของมะเร็งลดลง และจากการสำรวจพบว่าผู้ที่รับประทานผักใบเขียวมากจะมีอุบัติการณ์ของมะเร็งปอดต่ำ แต่จากการทดสอบพบว่าการให้ beta carotene เพื่อป้องกันมะเร็งปอดพบว่าไม่สามารถป้องกันมะเร็ง
- มีการทดลองโดยการให้ the Alpha-Tocopherol Beta-Carotene แก่ผู้ป่วยที่สูบบุหรี่เทียบกับยาหลอกพบว่า อัตราการเกิดมะเร็งปอดในกลุ่มที่ได้ the Alpha-Tocopherol Beta-Carotene มีอุบัติการณ์ของมะเร็งปอดมากกว่ากลุ่มยาหลอกร้อยละ 18
- มีการทดลองใช้ the Carotene and Retinol Efficacy Trial (CARET) เพื่อป้องกันมะเร็งปอด การทดลองต้องหยุดกลางคันเนื่องจากอัตราการเกิดมะเร็งปอดและอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น
- Institute of Medicine (IOM) ไม่แนะนำให้ beata corotene แก่ประชาชนทั่วไป
วิตามินเอกับโรคกระดูกพรุน Vitamin A and osteoporosis
โรคกระดูกพรุนหมายถึงภาวะที่มีเนื้อกระดูกลดลงเนื่องจากสาเหตุหลายๆอย่างอ่านที่นี่ มีรายงานถึงความสัมพันธ์ระหว่างการรับประทานวิตามินเอกับโรคกระดูกพรุน
- มีการศึกษาคนสวีเดน 9 คนพบว่าเมื่อรับประทานตับหนึ่งหน่วยจะลดความสามารถของวิตามินในการดูดซึมแคลเซียม
- ประเทศยุโรปตอนเหนือมีอุบัติการณ์ของโรคกระดูกพรุนสูงโดยที่มีปัจจัยส่งเสริมสองประการคือรับประทานวิตามินเอสูงและขาดแสงแดด
- จากการศึกษาที่สวีเดนของผู้ป่วยที่กระดูกสะโพกหักพบว่าผู้ที่ได้รับวิตามินเอมากว่าคนปกติสองเท่า(1500มิลิกรับ/วัน) จะมีความหนาแน่กระดูกลดลง และเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกสะโพกหักเมื่อเทียบกับผู้ที่รับประทานวิตามินเอ 500 มิลิกรัม
- จากการศึกษาหญิงวัยทอง72000คนพบว่าผู้ที่ได้วิตามินเอมากว่าค่าที่แนะนำ 3 เท่าจะมีอุบัติการณ์ของโรคกระดูกสะโพกหักเมื่อเทียบกับผู้ที่ได้รับวิตามินเอปกติ
- องค์การอาหารและยาได้ศึกาาและสรุปว่า การรับประทานวิตามินที่ได้จากผักและผลไม้ไม่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคกระดูกพรุน เท่าที่มีหลักฐานพบว่าการรับประทานวิตามินเอ retinol มากมีส่วนสัมพันธ์กับโรคกระดูกพรุน
รับประทานวิตามินเอมากมีผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร
Hypervitaminosis A หมายถึงภาวะที่ร่างกายมีการสะสมวิตามินเอมากกว่าปกติซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ 4 ประการ คือ Toxic symtom ,การพิการแต่กำเนิด,การทำงานของตับผิดปกติ, ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนดังกล่าวข้างต้น
อาการของการได้รับวิตามินเอมากเกินไปได้แก่ คลื่นไส้อาเจียน ปวดศรีษะมึนงง ตาลาย ส่วนใหญ่เกิดจากการับวิตามินเอมากเกินไป
เราไม่ควรรับวิตามินเอเกินเท่าไร
อายุ
(ปี) |
เด็ก
(mcg) |
ชาย
(mcg) |
หญิง
(mcg) |
คนตั้งครรภ์
(mcg) |
ให้นม
(mcg) |
0-1 |
600
(2,000 IU) |
|
|
|
|
1-3 |
600
(2,000 IU) |
|
|
|
|
4-8 |
900
(3,000 IU) |
|
|
|
|
9-13 |
1,700 (5610 IU) |
|
|
|
|
14-18 |
|
2,800 (9,240 IU) |
2,800 (9,240 IU) |
2,800 (9,240 IU) |
2,800 (9,240 IU) |
19+ |
|
3,000 (10,000 IU) |
3,000 (10,000 IU) |
3,000 (10,000 IU) |
3,000 (10,000 IU)
|
รับประทานผักหรือผลไม้ที่มีวิตามินเอมากจะมีผลเสียต่อสุขภาพหรือไม่
พบว่าไม่มีผลเสียต่อสุขภาพเพราะการเปลี่ยนแปลงเป็นวิตามินในร่างกายจะลดลง แต่จะแสดงออกมาทางผิวหนัง
มีรายงานที่ไม่สอดคล้องกับรายงานเรื่องวิตามินเอกับการป้องกันมะเร็ง
- มีการทดลองให้ beta carotene 50มิลิกรัมวันเว้นวันแก่ผู้ชาย 22000 คนพบว่าไม่ผลเสียต่อสุขภาพ
- ที่ประเทศจีนมีการให้ beta carotene ร่วมการสารอาหารอื่นแก่คน 30000คนพบว่าการให้ beta carotene ร่วมกับ selenium vitamin E สามารถลดอัตราการเกิดมะเร็งหลอดอาหารลงได้ 13
- พบว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มสุรและ beta caroteneซึ่งทำให้เกิดมะเร็งเพิ่มขึ้น
ข้อคิดเห็นวิตามินเม็ดไม่สามารถทดแทนวิตามินที่มาจากอาหาร
|