หน้าหลัก| การออกกำลัง | สุขภาพดี | อาหารสุขภาพ | สุขภาพจิต |สุภาพสตรี | การตรวจสุขภาพ | การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator | มือถือ


 

แผนการรักษาโรคหอบหืดเรื้อรัง

 แผนการรักษาโรคหอบหืดเรื้อรัง เป็นแผนการรักษาผู้ป่วยที่อาการหอบมีความรุนแรงแต่ละระดับ โดยท่านจะต้องทราบว่าความรุนแรงของโรคหอบหืดของท่านอยู่ระดับไหน โดยการเปิดดูตารางแสดงความรุนแรงของโรคหอบหืด ยาที่ใช้รักษาแบ่งเป็นสองชนิดคือ การควบคุมโรคระยะยาว[Long-Term Control] และการรักษาเพื่อบรรเทาอาการ[Quick Relief] ท่านสามารถคลิกดูชื่อและขนาดยา 

 

ความรุนแรงของโรค

ยาที่ควบคุมโรคระยะยาว

Long-Term Control Medications

ยาเพื่อบรรเทาอาการ

Quick-Relief Medications

ขั้น1

ผู้ป่วยหอบนานๆครั้ง

  • ไม่จำเป็นต้องใช้ยาอื่น
  • ใช้ shorting-acting Inhaled beta2-agonist เมื่อหอบ
  • ใช้ short-acting Inhaled beta2-agonistgมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ให้เปลี่ยนการรักษาเป็นขั้น2

 ขั้น2

โรคหืดระดับรุนแรงน้อย

หรือ

  • Theophylline เด็กอายุมากกว่า12ขวบอาจให้ leukotriene
  • ใช้ shorting-acting Inhaled beta2-agonist เมื่อหอบ
  • ใช้ short-acting Inhaled beta2-agonist ทุกวัน ์ให้เปลี่ยนการรักษาเป็นขั้น3
  • ถ้าอาการดีขึ้น1-6 เดือนให้เปลี่ยนการรักษาเป็นขั้น1

ขั้น3

โรคหืดรุนแรงปานกลาง

หรือ

  • inhaled steroidขนาดน้อย- ปานกลาง ร่วมกับ long -acting inhaled beta2-agonistหรือ sustained release theophylline หรือ long -acting beta2-agonist tablet
  • ใช้ shorting-acting Inhaled beta2-agonist เมื่อหอบ
  • ใช้ short-acting Inhaled beta2-agonist ทุกวัน ์ให้เปลี่ยนการรักษาเป็นขั้น3
  • ถ้าอาการดีขึ้น1-6 เดือนให้เปลี่ยนการรักษาเป็นขั้น2

 

ขั้น4

โรคหืดรุนแรงมาก

  • ใช้ shorting-acting Inhaled beta2-agonist เมื่อหอบ
  • ใช้ short-acting Inhaled beta2-agonist ทุกวัน ์ให้เปลี่ยนการรักษาเป็นขั้น3 หรือเพิ่มความถี่ของการใช้ ให้เปลี่ยนการรักษาเป็นขั้น4
  • ถ้าอาการดีขึ้น1-6 เดือนให้เปลี่ยนการรักษาเป็นขั้น3

 

 

เนื่องจากโรคหอบหืดจะมีการผันแปรอยู่ตลอดเวลาบางครั้งต้องมีการปรับแผนการรักษา การปรับแผนการรักษาผู้ป่วยหอบหืดควรจะบันทึกความผิดปกติของอาการรายละเอียดการใช้ยา และการทดสอบสมรรถภาพปอดอย่างง่าย(PeakFlow)ด้วยตนเอง ท่านอาจจะใช้ระบบสัญญาณไฟจราจรในการเรียนรู้ที่จะใช้ยารักษาโรคหอบหืด เช่น

ก. ไฟเขียว หมายถึง ให้เลือกใช้ยาป้องกันระงับอักเสบของหลอดลม (Steroid พ่น)
ข. ไฟเหลือง หมายถึง ใช้ยาขยายหลอดลม ควบคู่กับยาป้องกันระงับอักเสบของหลอดลม
ค. ไฟแดง หมายถึง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหอบหืด

1. ไฟเขียว คือ ผู้ป่วยที่มี PEF 80 - 100% ของปกติ(ค่านี้ได้จากการที่ท่านเป่าอยู่ทุกวัน) มีอาการ หายใจดี ไม่ไอ หายใจไม่มีเสียง Wheeze , ไม่แน่นหน้าอกเวลาทำงานหรือออกคำสั่ง
  แนวทางการรักษาหอบหืดเฉียบพลัน

  • หลังพ่นยา short-acting beta2-agonists 3 ครั้งอาการดีขึ้น PEF มากกว่า80% ผู้ป่วยไม่หอบให้พ่นยา short-acting beta2-agonists ทุก 4 ชั่วโมงอีก 2 วัน
  • ให้พ่น inhaled steroid ขนาด 2 เท่าของขนาดปกติ
  • หลังจากดีขึ้น 2 วันให้กลับไปพ่นยาขนาดเดิม
  • หลังพ่นยา short-acting beta 2-agonist แล้วไม่ดีขึ้น อาการแย่ลงให้ไปดูแผนการรักษาหอบหืดเฉียบพลันรุนแรงปานกลาง

2.ไฟเหลือง คือ ผู้ป่วยที่มี PEF 50 - 80% ของปกติ ผู้ป่วยจะไอ, หายใจดัง , แน่นอก ต้องใช้ยาพ่น ขยายหลอดลม บ่อยขึ้น ตื่นเช้าหอบบ่อยขึ้น ตื่นมากลางดึกหอบบ่อยขึ้น
  แนวทางการรักษาหอบหืดเฉียบพลัน

  • ให้พ่นยา Quick-relief medications ทุก 20 นาที 3 ครั้ง ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นให้พ่นยาต่อ
  • ให้พ่นยา Quick-relief medications  2-4 puff ใน space พ่นทุก 1 ชั่วโมงต่อไปอีก 3-4 ชั่วโมง จนอาการดีขึ้น 4 ชั่วโมง PEF>70% หลังจากนั้นพ่นทุก 4 ชั่วโมง
  • ให้พ่น inhaled steroid 2 เท่าของขนาดปกติจน PEF อยู่ในเกณฑ์ปกติ อาการหอบหืดเฉียบพลันไม่รุนแรงจึงลดขนาดยาลงปกติ
  • ให้รับประทาน steroid เช่น prenisolone[5mg] 2 เม็ดวันละ 3 ครั้ง
  • ถ้าดีขึ้นให้โทรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับยา
  • ถ้าไม่ดีขึ้น รีบพบแพทย์


3. ไฟแดง คือ ผู้ป่วยที่มี PEF น้อยกว่า 50% ของปกติผู้ป่วยจะมีอาการหอบบ่อย หอบกลางคืนบ่อย ทำงานไม่ได้
  แนวทางการรักษาหอบหืดเฉียบพลัน

  1. ให้พ่นยา short-acting beta2-agonists 2-4 puff ใน space พ่นทุก 20 นาที ในเวลา 1 ชั่วโมง(ชั่วโมงนี้พ่น 3 ครั้ง) ต่อไปให้พ่นทุกชั่วโมงจนกระทั่งอาการดีขึ้น
  2. ให้พ่น inhaled steroid เป็น 2 เท่าของขนาดปกติจน PEF >80%
  3. ให้รับประทาน steroid 5mg 2 เม็ดวันละ 3 ครั้ง
  4. ถ้าดีขึ้นให้พ่น short-acting beta2-agonists 2-4 puff ใน space พ่นทุก 4 ชั่วโมง เป็นเวลา 2 วัน และพ่น steroid ขนาด 2 เท่า
  5. ถ้าไม่ดีขึ้น รีบนำส่งโรงพยาบาลภายใน 10 นาที หลังพ่นshort-acting beta2-agonists

การประเมินว่าอาการหอบหืดของคุณเป็นไฟเขียว ไฟเหลือง หรือไฟแดง

เนื่องจากโรคหอบหืดจะมีการผันแปรอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นควรจะประเมินแผนการรักษาของคุณว่ายังคงได้ผลดีหรือไม่ โดยตอบคำถามเหล่านี้

มีอาการหอบหืดมากกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์  ใช่  ไม่ใช่
หอบกลางคืนจนต้องตื่นขึ้นมา 1 ครั้งต่อสัปดาห์  ใช่ ไม่ใช่
อาการหอบทำให้ต้องกิจกรรมบางอย่าง  ใช่  ไม่ใช่
อาการหอบต้องทำให้หยุดเรียนหรือหยุดงาน  ใช่  ไม่ใช่
ต้องพ่นยาขยายหลอดลมมากกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์  ใช่  ไม่ใช่
การวัด PEF ต่ำกว่าปกติ  ใช่  ไม่ใช่

หากคำตอบของคุณว่าไม่ใช่ แสดงว่าคุณอยู่ในช่วงไฟเขียว คือหมายถึงว่าการควบคุมอาการหอบหืดของคุณได้ผลดี ให้รักษาด้วยยาตามแผนเดิม

หากคุณตอบคำถามว่าใช่มากกว่า 1 ข้อแสดงว่าคุณอยู่ในช่วงไฟเหลือง ให้ปรับยาตามตารางไฟเหลืองข้างบน จนกระทั่งคำตอบคือไม่ใช่ทุกข้อ

หากคำตอบของคุณว่าใช่บางข้อแสดงว่าคุณยังควบคุมโรคหอบหืดไม่ดี ลองตอบคำถามเพิ่มเติมข้างล่างนี้ หากมีข้อใดข้อหนึ่งแสดงว่าคุณอยู่ภายใต้ภาวะไฟแดง
หายใจสั้น กระสับกระส่าย และมีเหงื่อออก
ต้องตื่นกลางคืนเพราะหอบ เคยมีอาการหอบมากมาก่อน
ไม่สามารถดำเนินชีวิตตามปกติ ริมฝีปากและเล็บเริ่มเขียว
ไม่สามารถพูดเป็นประโยค พ่นยาขยายหลอดลมแล้วไม่ดีขึ้น

ให้รีบรักษาตามแผนไฟแดงดังแสดงไว้ข้างบน พร้อมกับติดต่อรถโรงพยาบาลใกล้บ้าน

สิ่งที่ผู้ป่วยต้องรู้

คุณสามารถควบคุมโรคหอบหืดได้

โรคหอบหืดเป็นการอักเสบของผนังหลอดลมเรื้อรัง โรคนี้ไม่หายแต่สามารถควบคุมได้ มักจะมีลักษณะดังนี้

คุณสามารถควบคุมโรคหอบหืดให้ได้ผลดีโดย

  1. หลีกเลี่ยงสาร หรือภาวะที่กระตุ้นให้หอบหืดเป็นมากขึ้น
  2. ให้รีบรักษาด้วยยาพ่นเมื่อเริ่มมีอาการหอบหืด ตามแผนการรักษา
  3. จัดทำแผนการรักษาร่วมกับแพทย์ 2 แผน คือ แผนการรักษาระยะยาว และแผนการรักษาเมื่ออาการหอบหืดกำเริบ

ควรรีบพ่นยาเพื่อรักษาเมื่อเริมมีอาการหอบหืดตามแผนการรักษา

สารหรือภาวะกระตุ้นให้หอบหืดเป็นมากขึ้น

ผู้ป่วยควรจะทราบสาร หรือภาวะที่ทำให้หอบหืดเป็นมากขึ้น และพยายามหลีกเลี่ยง

อาการเตือนว่าหอบหืดจะกำเริบ

ในการควบคุมหอบหืดมี 2วิธี

  1. ให้ยาในขนาดสูงตามความรุนแรงของโรค เช่นให้ steroid พ่นขนาดสูงหรือ steroid ชนิดกิน หลังจากควบคุมดีแล้ว จึงลดขนาดยาลงเช่นระดับความรุนแรงของโรคอยู่ขั้น3คุณอาจให้ยาพ่นและยากินตามแผนขั้นหลังคุมอาการได้2-3เดือนจึงลดยาลงมาตามแผนขั้น3
  2. ให้ยาในขนาดน้อยตามความรุนแรงของโรค เพิ่มยาถ้ายังคุมอาการไม่ได้

การเปลี่ยนขั้นการรักษา

ในการรักษาหอบหืดแพทย์จะพิจารณาเปลี่ยนการรักษาตามความรุนแรงของโรค

  1. หลังการรักษา 1 เดือนถ้ายังไม่สามารถควบคุมอาการหอบหืด ให้ตรวจการใช้ยาพ่นว่าถูกวิธีหรือไม่ ทานยาตามเวลาหรือไม่ ได้หลีกเลี่ยงสารภูมิแพ้แล้วหรือยัง ถ้ายังควบคุมอาการไม่ได้ให้เปลี่ยนการรักษาขึ้นไปอีก 1 ขั้น
  2. ถ้าสามารถควบคุมอาการได้ติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือน ให้ลดขั้นการรักษาไป 1 ขั้น

ต้องรู้เกี่ยวกับโรคหอบหืด | ต้องรู้จักวิธีพ่นยา | ต้องรู้จักชนิดของยาที่รักษา | ต้องมีแผนการรักษาด้วยตัวเอง | ต้องมีแผนฉุกเฉินในการรักเวลาหอบมาก | ต้องหลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่แพ้ | ต้องรู้จักประเมินอาการของโรค | ต้องมีแผนเรื้อรัง

   

fb google