โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
Sexual tranmitted disease
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เริ่มจะพบมากขึ้นในวัยรุ่นซึ่งจะมีเพศสัมพันธ์ก่อนการแต่งงาน
โดยที่ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การป้องกันตัวเองทั้งการตั้งครรภ์และโรคติดต่อ
การที่เรามีความรู้เกี่ยวกับการติดต่อ อาการของโรค การรักษา จะเป็นขั้นแรกของการป้องกันโรค
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ควรทราบ
-
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัย
ทุกชนชั้น แต่พบมากในหมู่วัยรุ่น
-
อัตราการติดเชื้อของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์พบมากขึ้นเนื่องจากวัยรุ่นมีค่านิยมที่จะอยู่ก่อนแต่งงาน
หรือนิยมมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังไม่มาก และที่สำคัญมีการหย่าล้างสูงทำให้คนมีสามีหรือภรรยาหลายคน
ทำให้โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้น
-
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยมากมักจะไม่เกิดอาการ
ดังนั้นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถติดต่อโดยที่ไม่รู้ตัว แพทย์บางประเทศจึงแนะนำให้มีการตรวจค้นหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สำหรับคนที่สำส่อน
-
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังก่อให้เกิดปัญหาทางสาธารณสุขอย่างมาก
-
โรคอาจจะลุกลามไปยังมดลูกหรือท่อรังไข่ทำให้เกิดการอักเสบในช่องท้อง Pelvic inflammatory disease ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการเป็นหมัน หรือตั้งครรภ์นอกมดลูก
-
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจจะทำให้เกิดโรคมะเร็ง
เช่นการติดเชื้อ human papillomavirus infection (HPV) ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก
-
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถติดต่อไปยังทารกในครรภ์
กลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดโรค
-
การมีเพศสัมพันธ์กับชายหรือหญิงบริการใน
3 เดือนที่ผ่านมา
-
การมีคู่นอนมากกว่า 1 คนใน
3 เดือนที่ผ่านมา
-
การมีเพศสัมพันธ์กับคู่คนใหม่ใน
3 เดือนที่ผ่านมา
-
การที่มีประวัติป่วยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ใน
1 ปีที่ผ่านมา
-
การที่สามีหรือภรรยามีคู่นอนมากกว่า
1 คนใน 3 เดือนที่ผ่านมา
-
การที่คู่ครองอยู่กันคนละที่
อาการของผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
-
ปัสสาวะขัด
-
มีผื่น แผลหรือตุ่มน้ำที่อวัยวะเพศหรือทวารหนัก
-
มีหนองหรือน้ำหลั่งจากช่องคลอดหรือท่อปัสสาวะ
-
มีอาการคันหรือปวดบริเวณทวาร
-
มีอาการแดงและปวดบริเวณอวัยวะเพศ
-
ปวดท้องหรือปวดช่องเชิงกราน
-
ปวดเวลามีเพศสัมพันธ์
-
ตกขาวบ่อย
-
การรักษาตั้งแต่เริ่มต้นจะทำให้รักษาหายขาด
การติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จะทำให้ติดโรคเดอส์ง่ายขึ้น
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
>>>>>>โรคเอดส์<<<<<<<<
เป็นโรคที่เริ่มมีรายงานเมื่อปี
1981 เกิดจากเชื้อ human immunodeficiency virus (HIV), ซึ่งเป็นเชื้อที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
ทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อพวกฉวยโอกาสและมะเร็ง
>>>>>การติดเชื้อ
clamydia<<<<<<
เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยที่สุด
ทำให้เกิดอาการมีหนองไหลและมีอาการระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศ สำหรับผู้หญิงที่ไม่ได้รักษาอาจจะทำให้เกิดการอักเสบในช่องเชิงกรานเป็นหมัน
หรือตั้งครรภ์นอกมดลูก
>>>>>เริมที่อวัยวะเพศ<<<<<
เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดเชื้อไวรัส
herpes simplex virus ทำให้เกิดอาการปวดแสบบริเวณขา ก้นหรืออวัยวะเพศ และตามด้วยผื่นเป็นตุ่มน้ำใส
แผลหายได้เองใน 2-3 สัปดาห์แต่เชื้อยังอยู่ในร่างกาย เมื่อร่างกายอ่อนแอ
เชื้อก็จะกลับเป็นใหม่
>>>>>หนองในแท้ <<<<<
เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า
ทำให้เกิดอาการระคายเคืองในท่อปัสสาวะ แสบขัดเวลาปัสสาวะ มีหนองไหลออกจากท่อปัสสาวะ
อาจจะทำให้เกิดการอักเสบในช่องท้อง หรือเป็นหมันหากไม่ได้รับการรักษา
>>>>> หูด<<<<<
เกิดจากเชื้อไวรัส human papillomavirus
ทำให้เกิดหูดที่อวัยวะเพศลักษณะเป็นผื่นนูน ไม่เจ็บ ผื่นจะมีขนาดใหญ่ขึ้น
หากไม่รักษาผื่นจะโตเป็นลักษณะหงอนไก่ Molluscum
>>>>>ซิฟิลิส <<<<<
เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้ไม่บ่อย
การติดเชื้อเริ่มแรกจะเป็นก้อนแข็งไม่เจ็บที่อวัยวะเพศ ไม่ไม่รักษาจะกลายเป็นระยะที่สองที่เรียกว่าเข้าข้อหรือออกดอก
หากทิ้งไว้นานจะติดเชื้อที่ระบบประสาท และหัวใจ
>>>>>แผลริมอ่อน <<<<<<
เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เกิดจากเชื้อ
Haemophilus Ducreyi ลักษณะของโรคจะมีแผลที่อวัยวะเพศ บวมและเจ็บ บางคนมีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบหรือที่ชาวบ้านเรียกไข่ดันบวม
หากไม่รักษาหนองจะแตกออกจากต่อมน้ำเหลือง
>>>>>ตัวโลน <<<<<
เกิดจากแมลงตัวเล็กที่เรียกว่า
pediculosis pubis อาศัยอยู่ที่ขนหัวเหน่า ดูดเลือดคนเราเป็นอาหาร ผู้ที่เป็นโรคจะมีอาการคันเป็นหลัก
เมื่อเกาจะทำให้เจ้าตัวเชื้อแพร่ไปยังบริเวณอื่น การวินิจฉัยสามารถทำได้ด้วยตาเปล่า
จะพบไข่สีขาวเกาะตรงโคนขน ไข่จะมีลักษณะวงรี ส่วนตัวแมลงเมื่อกินเลือดเต็มที่จะออกสีน้ำตาล
หิด ตับอักเสบ หนองในเทียม อุ้งเชิงกรานอักเสบ ช่องคลอดอักเสบ
ติดเชื้อtrichomonase ฝีมะม่วง การติดเชื้อราในช่องคลอด
การรักษาตัวโลนสามารถซื้อยาทาได้ตามร้านขายยา
แต่คนท้องหรือเด็กควรจะปรึกษาแพทย์
การป้องกัน สมาชิกในครอบครัว
เพื่อนสนิท คู่นอนควรจะได้รับการดูแลพร้อมกันเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ
เสื้อผ้าหรือผ้าปูที่นอนควนจะนำไปต้มหรือซักแห้ง แล้วรีดด้วยเตารีด ตัวแมลงอยู่ได้เพียง
24 ชั่วโมงเมื่อไม่ได้อยู่กับคน ส่วนไข่อยู่ได้นานถึง 6 วัน
การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ดีที่สุดคือการไม่มีเพศสัมพันธ์
หากยังมีเพศสัมพันธ์ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
-
ไม่เปลี่ยนคู่นอน ให้มีสามีหรือภรรยาคนเดียว
-
ใส่ถุงยางให้ถูกต้องหากจะมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่ทราบว่ามีการติดเชื้อหรือไม่
-
อย่ามีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อยเพราะจากสถิติหากมีเพศสัมพันธ์อายุน้อยจะมีโอกาสติดโรคสูง
-
ให้ตรวจประจำปีเพื่อหาเชื้อโรคแม้ว่าจะไม่มีอาการ
โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการแต่งงานใหม่
-
เรียนรู้อาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
-
อย่าร่วมเพศขณะมีประจำเดือน
เพราะจะทำให้เกิดโรคติดต่อได้ง่าย
-
อย่ามีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
หากจำเป็นให้สวมถุงยางอนามัย
-
อย่าสวนล้างช่องคลอดเพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย
สำหรับผู้ที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต้องปฏิบัติตัวอย่าง
อาการของโรคและเชื้อที่เป็นสาเหตุ
หิด |ตับอักเสบ | หนองในเทียม | อุ้งเชิงกรานอักเสบ | ช่องคลอดอักเสบ |ติดเชื้อtrichomonase |ฝีมะม่วง |การติดเชื้อราในช่องคลอด |โรคเอดส | การติดเชื้อ clamydia | เริมที่อวัยวะเพศ | หนองในแท้ | หูด | ซิฟิลิส | แผลริมอ่อน | ตัวโลน |ถุงยางอนามัย |ฝีมะม่วง |