ตัวโลน

เกิดจากตัวเชื้อที่เรียกว่า Pthirus pubis อาศัยอยู่ตามขนโดยเฉพาะบริเวณหัวเหน่าดูดกินเลือดคนเป็นอาหาร หากอดอาหาร 24 ชั่วโมงตัวเชื้อจะตาย

การติดต่อ

  • ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เชื้อจะอาศัยอยู่บริเวณขนที่หนา เช่นขนตา ขนคิ้ว ขนบริเวณหัวเหน่าแต่จะไม่ติดบนผม เมื่อมีเพศสัมพันธ์เชื้อจะติดจากขนของคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง
  • ติดต่อทางอื่นที่มิใช่จากเพศสัมพันธ์ เช่นการนอนเตียงหรือใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับคนที่ติดเชื้อ ใส่เสื้อผ้าของคนที่ติดเชื้อ หรือนั่งบนโถส้วมที่มีเชื้ออยู่

อาการของตัวโลนเป็นอย่างไร

  • อาการที่สำคัญคืออาการคันบริเวณที่ติดเชื้อโดยเฉพาะบริเวณหัวเหน่า
  • อาจจะสังเกตเห็นตัวโลนที่หัวเหน่า
  • สังเกตพบไข่ที่โคนขนหัวเหน่า
  • อาจจะพบรอยช้ำบริเวณที่ตัวโลนดูดเลือด
  • อาจจะพบตัวโลนในบริเวณอื่น เช่นขนรักแร้ เครา ขนคิ้ว ขนตา

การวินิจฉัย

  • ท่านสามารถเห็นไข่หรือตัวเชื้อด้วยตาเปล่า หรืออาจจะใช้แว่นขยาย
  • หากท่านสงสัยก็ไปพบแพทย์ซึ่งจะนำไปส่องกล้อง

การรักษา

  • Permethrin creamทาบริเวณที่ติดเชื้อทิ้งไว้ 10 นาแล้วล้างออก ไม่ใช้บริเวณที่ขนตา
  • Lindane shampoo ใช้สระขนบริเวณที่เป็นทิ้งไว้ 4 นาทีแล้วล้างออก ไม่ใช้บริเวณขนตา ไม่ใช้ในคนที่เป็นโรคลมชัก ไม่ใช้บริเวณที่มีแผล หรือคนท้อง หรือเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี
  • Pyrethrins ใช้สระขนทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก

การป้องกัน

  • หลังจากรักษา ท่านสามารถกำจัดไข่โดยการใช้เล็บหยิบออก
  • เปลี่ยนชุดและที่นอนใหม่ที่สะอาด
  • รักษาคู่ขา
  • งดร่วมเพศจนกระทั่งรักษาหายขาดแล้ว
  • หลังจากรักษาแล้วเสื้อผ้า ที่นอน เครื่องใช้ยังติดต่อ เพราะฉะนั้นต้องนำเสื้อผ้า ผ้าห่ม เครื่องนอนทั้งหลายไปต้มและอบแห้งด้วยความร้อน
  • อุปกรณ์ที่ต้มหรืออบไม่ได้ต้องนำอุปกรณ์ดังเกล่าเก็บไว้ในถุงหรือลังไว้ 2 สัปดาห์

หิด |ตับอักเสบ | หนองในเทียม | อุ้งเชิงกรานอักเสบ | ช่องคลอดอักเสบ |ติดเชื้อtrichomonase |ฝีมะม่วง |การติดเชื้อราในช่องคลอด |โรคเอดส | การติดเชื้อ clamydia | เริมที่อวัยวะเพศ | หนองในแท้ | หูด | ซิฟิลิส | แผลริมอ่อน | ตัวโลน |ถุงยางอนามัย |ฝีมะม่วง


Google