ช่องคลอดอักเสบ Bacterial
Vaginosis หลายท่านไม่เคยเป็นช่องคลอดอักเสบ สำหรับท่านผู้หญิงที่เป็นช่องคลองอักเสบจะมีอาการคันบริเวณอวัยวะเพศ
ตกขาว ไปพบแพทย์มักจะได้รับคำวินิจฉัยว่าเป็นช่องคลอดอักเสบ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะพบใจกับคำตอบนี้
แต่คำนี้เป็นคำรวมๆหมายถึงมีการอักเสบของช่องคลอดโดยที่ไม่ได้บอกสาเหตุของช่องคลอดอักเสบ
สำหรับเชื้อที่เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดได้แก่เชื้อแบคทีเรีย Trichomonase และเชื้อรา
สาเหตุของช่องคลอดอักเสบ
ธรรมชาติของช่องคลอดจะมีเชื้อโรคหลายชนิดอยู่ในสภาพสมดุล
เชื้อ lactobacillus จะสร้าง H2O2 เมื่อมีภาวะที่ทำให้สมดุลนี้เสียไปก็จะเกิดการเจริญเติบโตของเชื้ออื่นเช่น
anaerobic bacteria (e.g., Prevotella sp. and Mobiluncus sp.), G. vaginalis,
and Mycoplasma hominisทำให้เกิดอาการของช่องคลอดอักเสบสาเหตุที่พบได้แก่
- การใช้ยาปฏิชีวนะ
- การตั้งครรภ์
- การสวนล้างช่องคลอด
- ชุดชั้นในอับชื้น
- ชุดชั้นในรัดรูป
- ขาดอาหาร
- การใช้สารบางอย่างเช่น สารหล่อลื่น
ถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิง
การวินิจฉัยโรค
การวินิจฉัยโรคจะอาศัยประวัติและอาการรวมทั้งการตรวจตกขาวซึ่งต้องอาศัยเกณฑ์อย่างน้อย3ข้อใน5ข้อ
- ลักษณะตกขาวสม่ำเสมอจะเป็นสีขาวคล้ายน้ำนม
ไม่มีลักษณะเป็นก้อนเกาะตามผนังช่องคลอด
- pH>4.5
- ตรวจทางกล้องจุลทรรศน์จะพบลักษณะ
clue cells มากกว่าร้อยละ20
- เมื่อนำตกขาวมาละลายด้วยน้ำยา
KOH จะมีกลิ่นเหมือนกลิ่นคาวปลา
- เชื้อ lactobacillus ลดลง
การรักษา
ประโยชน์ของการรักษา
- ลดอาการตกขาวและอาการคัน
- ลดอัตราการติดเชื้อของมดลูกหลังการผ่าตัดคลอดหรือหลังแท้ง
- ลดการติดเชื้อ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- ลดการคลอดก่อนกำหนด
- ลดอัตราการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน
ยาที่ใช้ในการรักษา
- ยาที่ใช้ในการรักษาได้แก่
Metronidazole 500 mgรับประทานวันละ 2 ครั้งเป็นเวลาr 7 วันหรือ Metronidazole
gel 0.75%, one full applicator (5 g)สอดเข้าช่องคลอดเป็นเวลา 5 วันหรือ
Clindamycin cream 2%, one full applicator (5 g) สอดเข้าช่องคลอดก่อนนอนวันละครั้งเป็นเวลา
7 วัน
- ทางเลือกอื่นได้แก่ Metronidazole
2 g รับประทานครั้งเดียวหรือ Clindamycin 300 mg รับประทานวันละ 2 ครั้งเป็นเวลา
7 วันหรือ Clindamycin ovules 100 g สอดเข้าช่องคลอดวันละครั้งก่อนนอนเป็นเวลา
3 วัน
- หลังการรักษาไม่จำเป็นต้องนัดตรวจเพราะส่วนใหญ่ให้ผลการรักษาดี
- ไม่มีความจำเป็นต้องรักษาคู่ครอง
การรักษาในคนท้อง
เนื่องจากพบว่าคนท้องที่เป็นโรคนี้ทั้งที่มีอาการหรือไม่มีอาการจะมีโรคแทรกซ้อน
เช่น ถุงน้ำคล่ำแตกก่อนกำหนด premature rupture of the membranes,น้ำคล่ำอักเสบ
chorioamnionitis, คลอดก่อนกำหนด preterm labor,การติดเชื้อหลังคลอดหรือหลังผ่าตัด
post-cesarean wound infection ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้ยาชนิดรับประทาน ไม่แนะนำใช้ยาสอดช่องคลอดเพราะทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด
ยาที่แนะนำได้แก่ Metronidazole 250 mg รับประทานวันละ 3 ครั้งเป็นเวลา 7
วันหรือ Clindamycin 300 mgวันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 7 วัน หลังจากได้ยาครบ
1 เดือนควรไปตรวจซ้ำ
หิด |ตับอักเสบ | หนองในเทียม | อุ้งเชิงกรานอักเสบ | ช่องคลอดอักเสบ |ติดเชื้อtrichomonase |ฝีมะม่วง |การติดเชื้อราในช่องคลอด |โรคเอดส | การติดเชื้อ clamydia | เริมที่อวัยวะเพศ | หนองในแท้ | หูด | ซิฟิลิส | แผลริมอ่อน | ตัวโลน |ถุงยางอนามัยCondyloma |