| หัดเยรมัน หัด ไข้กาฬหลังแอ่น
โรคหัดญี่ปุ่น Kawasaki syndrome
เราคุ้นเคยกับโรคหัดธรรมดา
โรคหัดเยอรมัน
แต่เรายังไม่คุ้นเคยกับโรคหัดญี่ปุ่นซึ่งเป็นโรคที่พบไม่บ่อยและหากวินิจฉัยไม่ได้อาจจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมา
โรคนี้ได้รับการวินิจฉัยครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อ
ปี 1967
โดยครั้งแรกเรียกกลุ่มอาการ
mucocutaneous lymph node syndrome
ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการที่สำคัญดังนี้
ไข้ เยื่อบุตาอักเสบ
ผื่นตามตัว ต่อมน้ำเหลืองโต
ริมฝีปากและในช่องปากมีการอักเสบ
ใครมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคหัดญี่ปุ่น
โรคหัดญี่ปุ่นหรือ Kawasaki syndrome
มักจะเป็นในเด็กอายุต่ำกว่า 2
ปี ร้อยละ80ของผู้ป่วยอายุน้อยกว่า
5
ปีเด็กชายจะเป็นมากกว่าเด็กหญิง1.5
ต่อ1น้อยกว่าร้อยละ2ของผู้ป่วยมีโอกาสเป็นซ้ำอีกครั้ง
สาเหตุของโรคหัดญี่ปุ่น
สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแต่จากกลไกการเกิดคิดว่าน่าจะเกิดจากการติดเชื้อ
การวินิจฉัย
เนื่องจากโรคนี้ยังไม่การตรวจวินิจฉัยใดๆที่บอกโรคได้
100 %
การวินิจฉัยอาศัยประวัติและการตรวจร่างกายโดยมีเกณฑ์การวินิจฉัยดังนี้
-
จะต้องมีไข้อย่างน้อย 5
วันไข้สูง 40
องศาไข้อาจจะเป็นนาน 10-14
วันในรายที่ไม่ได้รักษา
ต้องมีเกณฑ์ข้อ 1
ร่วมกับเกณฑ์ต่อไปนี้อย่างน้อย
4 ข้อ
-
มีการเปลี่ยนแปลงบริเวณแขนหรือขา
ผื่นแดงและบวมมักเกิดใน5วัน |
ผิวลอกมักเกิดหลังจากไข้
2 สัปดาห์ |
-
ผื่นตามผิวหนัง
ผื่นมักจะเกิดภายใน 5 วัน
ผื่นมีหลายรูปแบบ
อาจจะมีลักษณะคล้ายลมพิษ
หรือผื่นแบบโรคหัด
แต่จะไม่มีตุ่มน้ำ
-
เยื่อบุตาอักเสบทั้งสองข้าง
ไม่แสบหรือเคืองตา
ไม่มีขี้ตา
-
การเปลี่ยนแปลงที่ปากและริมฝีปาก
ลิ้นจะแดงเหมือน strawbery
ริมปีปากจะบวมแดงและมีรอยแตกที่สำคัญจะไม่มีแผล
-
มีต่อมน้ำเหลืองโตมักโตข้างเดียวขนาด
1.5 ซม.
-
ต้องแยกโรคอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน
การวินิจฉัยแยกโรค
โรคที่มีลักษณะคล้ายกับ Kawasaki Disease |
Measles
Scarlet fever
Drug reactions
Stevens-Johnson syndrome
Other febrile
viral exanthems
Toxic shock syndrome
Rocky Mountain
spotted fever
Staphylococcal scalded skin syndrome
Juvenile rheumatoid arthritis
Leptospirosis
Mercury
poisoning |
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
การเจาะเลือดไม่ช่วยในการวินิจฉัยโรค
เม็ดเลือดขาวอาจจะสูง
เกร็ดเลือดอาจจะต่ำ
อาจจะพบไข่ขาวในปัสสาวะ
การรักษา
-
ให้ยาลดไข้
-
ให้ acetylsalicylic acid (aspirin) ขนาดสูงเพื่อลดการอักเสบและลดไข้ขนาดที่ให้
80-100 mg/kgให้จนกระทั่งไข้ลงหลายวันหลังจากนั้นจึงลดขนาดยาลงเหลือ
3-5 mg/kgใหยาไป 6-8
สัปดาห์หากไม่มีโรคหัวใจแทรกซ้อน
-
ให้ immunoglobulin ขนาด 2 gm/kg
โดยจะให้ภายใน 10
วันหลังเกิดอาการไข้
โรคแทรกซ้อนที่สำคัญ
-
โรคทางหัวใจมักจะพบช่วงแรกของอาการเจ็บป่วย
-
เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบพบได้ร้อยละ
30
และมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ
วินิจฉัยได้จากการทำ ultrasound
หัวใจ หายได้เอง
-
กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
myocarditis
ทำให้เกิดอาการหัวใจวายผู้ป่วยจะหอบเหนื่อย
ความดันโลหิตต่ำ
-
หลอดเลือดแดง Coronary artery
โป่งพบได้ร้อยละ 20-25
วินิจฉัยได้จากการทำ ultrasound
หัวใจ
เด็กอาจจะเสียชีวิตจากหัวใจขาดเลือดได้
ภาพแสดงหลอดเลือดแดงหัวใจโป่งพอง |
-
โรคแทรกซ้อนอื่นที่พบได้แก่
ข้ออักเสบ
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
ปวดท้อง ถ่ายเหลว
|