โรคไข้กาฬหลังแอ่น
Menincoccal
disease โรคไข้กาฬหลังแอ่น
31-dec-07
โรคไข้กาฬหลังแอ่น คืออะไร
โรคไข้กาฬหลังแอ่นคือเป็นโรคติดเชื้อที่มีอาการรุนแรงโรคนี้ี่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ
Neisseria meningitidis
เชื้อตัวนี้แบ่งออกเป็น 13 กลุ่มแต่กลุ่มที่ทำให้เกิดโรคได้บ่อยคือชนิด groups B and C
เชื้อนี้สามารถตรวจพบในคอของคนปกติร้อยละ 20โดยที่ไม่เกิดโรคหรืออาการ แต่มีผู้ป่วยบางท่านที่เชื้อนี้เข้ากระแสเลือดและทำให้เกิดโรค โดยมากเป็นกับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีและช่วงอายุ 15-24 ปี
เป็นโรคที่พบไม่บ่อยแต่อันตรายถึงชีวิตอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 5-10 แม้ว่าจะให้การรักษาอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม
การติดเชื้อมีได้
2 ลักษณะคือ
- การติดเชื้อธรรมดา
- ยื่อหุ้มสมองอักเสบ meningitis อัตราการเสียชีวิตร้อยละ3
- ลหิตเป็นพิษ meningococcemia อัตราการเสียชีวิตร้อยละ50
นอกจากเยื่อหุ้มสมองแล้ว
เชื้อนี้ยังสามารถทำให้เกิดโรคที่
ข้อ ปอดบวม
การติดต่อ
มีการสัมผัสกับผู้ป่วยทาง
- เยื่อเมือกในปากและจมูก เช่นการจูบ การเป่าปากและจมูก หรือหน้าใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน
- เสมหะหรือน้ำลายผู้ป่าวย
เชื้อนี้จะติดต่อทางน้ำลายหรือเสมหะโดยการสูบบุหรี่ร่วมกัน
ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน
จูบปากกัน
หรือผายปอดช่วยชีวิต
ระยะฝักตัวของโรค
- ระยะฝักตัว(ระยะเวลาตั้งแต่รับเชื้อโรคจนกระทั่งเกิดอาการของโรค)ประมาณ3-4 วันโดยเฉลี่ย 1-10 วัน
ระยะติดต่อ
- เชื้อนี้สามารถติดต่อไปสู่คนอื่นตราบที่ยังพบเชื้อนี้อยู่ แต่หลังจากให้ยา 24 ชั่วโมงแล้วจะไม่ติดต่อ
อาการของโรคไข้กาฬหลังแอ่น

ผื่นเป็นจุดแดง
เหมือนไข้เลือดออก
มักจะพบตามแขน
ขา
ทดสอบเอาแก้วกดบนผื่น
ผื่นจะไม่จางหาย
ผื่นโรคไข้กาฬหลังแอ่นแดงเป็นปลื้น กดไม่จางผื่นจะมีขนาดใหญ่กว่าผื่นของไข้เลือดออก
ในรายที่รุนแรงผื่นจะรวมตัวกันเป็นปลื้นดังรูป รูปทั้งสองได้จากThe South Australian Department of Health |
อาการที่พบในเด็ก
- ไข้สูง
- ไม่ดูดนม
- อาเจียน
- เด็กจะซึม ปลุกไม่ตื่น
- ผื่นตามตัวและแขนขา
- ผิวซีด เป็นรอยจ้ำๆ
อาการที่พบในเด็กวัยรุ่น
- ไข้สูง
- ปวดศรีษะ
- อาเจียน
- คอแข็ง
- ซึมลง
- ผื่นตามแขนขา
- ทนแสงจ้าๆไม่ได้
อาการของชนิดโลหิตเป็นพิษ
- ไข้สูง
- หมดสติ
- ความดันต่ำ
- ผื่นตามตัว
โดยสรุปอาการประกอบด้วย
ไข้สูง
ปวดศีรษะ
คอแข็ง
ผื่นตามตัว
คลื่นไส้อาเจียน
ซึมลง
ผื่นจะมีลักษณะ
เป็นจุดแดง
หรือดำคล้ำ
บางที่เป็นตุ้มน้ำซึ่งมีเชื้ออยู่ภายในเนื่องจากโรคดำเนินเร็วมาก
หากมีอาการดังกล่าวตั้งแต่
2
อย่างขึ้นไปโดยเฉพาะผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยต้องรีบพบแพทย์โดยด่วน
การตรวจร่างกาย
- ไข้สูงโดยเฉลี่ย 39.5 องศา
- ผื่นตามลำตัวแขน ขา
- ในรายที่มีอาการรุนแรงผื่นอาจจะรวมตัวเป็นปลื้น
- ความดำโลหิตต่ำในรายที่เป็นรุนแรง
- ตรวจพบคอแข็ง
การวินิจฉัย
- การตรวจเลือด
CBC
จะพบจำนวนเม็ดเลือดขาวสูง
- การตรวจน้ำไขสันหลัง
จะพบเซลล์ในน้ำไขสันหลังสูง
- การตรวจหาเชื้อจากเลือด
เช่นการเพาะเชื้อ
หรือการย้อมเชื้อจากตุ่มน้ำ
หรือเลือด
ภาวะแทรกซ้อน
- หูหนวก
พบได้ร้อยระ 10-20
- โรคลมชัก
- ข้ออักเสบ
พบได้บ่อยมักเป็นหลายๆข้อ
- ปอดอักเสบ
การรักษา
ในรายที่สงสัยควรรีบให้การรักษาโดยเร็วไม่ควรรอจนเกิดผื่น
ยาที่ใช้คือ penicilli
- penicillin G
- Ceftriaxone, cefotaxime, and cefuroxime are cephalosporins
- chloramphenicol, rifampin, erythromycin, and tetracyclines.
- ciprofloxacin
การป้องกัน
การให้ยาป้องกันการติดเชื้อควรจะให้กับคนที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อจากผู้ป่วยเท่านั้น ยาที่ใช้ในการป้องกันได้แก่
- Sulfonamides,
- rifampin,
- minocycline,
- ciprofloxacin,
- ceftriaxone
การให้ยาป้องกันการติดต่อควรจะให้ในกลุ่มบุคคลใด
- สมาชิกในครอบครัวของผู้ที่ติดเชื้อในช่วง 7 วันก่อนเกิดอาการของโรค เพราะอัตราการติดเชื้อของสมาชิกเพิ่มขึ้น มากกว่า100 เท่า
- day care
- nursing home
- เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่ต้องสัมผัสกับเสมหะผู้ป่วย เช่น การใส่ท่อช่วยหายใจ การดูดเสมหะ
- วัคซีนป้องกันโรค
และยาปฏิชีวนะสำหรับผู้สัมผัสโรคคลิกดูที่นี่
ใครที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
ผู้ป่วยที่มีปัจจัยเหล่านี้จะมีโอกาสเป็นโรคไข้กาฬหลังแอ่น
คือ
- ผู้ติดเชื้อทางเดินหายใจ
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันพกพร่อง
- ผู้ที่สัมผัสกับโรค
- ผู้ที่ท่องเที่ยวไปเหล่งระบาด
พฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดโรคคือ
การสูบบุหรี่มวนเดียวกัน
การดื่มแก้วเดียวกัน
หรือการจูบปากกัน
ทบทวนเมื่อ 25 กย 2548 |