การรักษาทั่วไปเลือดออกในสมองsubdural hematoma

  • หากพบผู้ป่วยที่เกิดเหตุไม่ควรขยับคอหากไม่แน่ใจว่ากระดูกต้นคอหักหรือไม่
  • ประเมินเรื่องสัญญาณชีพ ตรวจการหายใจ ทางเดินหายใจ ระบบไหลเวียนของโลหิต
  • ใส่ท่อช่วยหายใจหากพิจารณาแล้วว่าหายใจไม่พอ
  • เมื่อระบบไหลเวียน ระบบหายใจคงที่จึงส่งผู้ป่วยตรวจทางรังสี
  • หากพบว่ามีเลือดออกต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สำหรับการรักษาแบ่งเป็น 2 วิธีคือ

การผ่าตัดและการรักษาแบบประคับประคอง

การผ่าตัดมีข้อบ่งชี้คือ

  • ควรพิจารณาทำในรายที่มีชั้นเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองหนามากกว่า 10 มม.
  • และก้อนเลือดนั้นมีการกดเบียด
  • ร่องกลางของสมองให้เคลื่อนไปจากตรงกลาง (midline shift) มากกว่า 5 มม.
  • นอกจากนี้ ถ้าผู้ป่วยมีระดับการรู้สึกตัวแย่ในระดับ GCS น้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 หรือรูม่านตาขยายโตมากก็ควรรีบตัดสินใจผ่าตัดในทันที.
  • Craniotomy  คือการเปิดกระโหลกศีรษะเพื่อที่ศัลยแพทย์จะนำเลือดออกจากสมอง
  • Burr holes คือการเจาะรูและใส่สายเพื่อดูดเอาเลือดออก

สำหรับผู้ที่เลือดออกน้อยกว่าเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น และอาการคงที่การรักษาจะประคับประคอง

โรคแทรกซ้อนของเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง ( subdural hematoma)

  • เสียชีวิตเนื่องจากสมองถูกกด
  • ความดันในสมองเพิ่มมากขึ้น
  • สมองบวม
  • เลือดออกซ้ำหลังผ่าตัด
  • โรคลมชัก
  • แผลติดเชื้อ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • พิการถาวร
  • โคม่า
  • ผู้ป่วยที่มีเลือดออกร่วงกับสมองมีการถูกทำลายจะมีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 50
  • สำหรับผู้ที่มีเลือดอกสมองโดยที่เนื้อสมองไม่ได้รับอันตรายจะมีอัตราเสียชีวิตร้อยละ 20.5
  • ผู้ที่มีเลือดออกในสมองระยะเรื้อรังจะมีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 5

สรุป 
 ภาวะเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง เป็นภาวะที่พบ บ่อยจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ ซึ่งมีอาการและอาการแสดงที่สำคัญ

  • ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและมีประวัติหมดสติ
  • จำเหตุการณ์ไม่ได้ทั้งก่อนและหลังอุบัติเหตุ
  • ปวดศีรษะอย่างต่อเนื่อง
  • อาเจียน
  • มีการเปลี่ยนแปลงระดับความรู้สึกจนกระทั่งหมดสติ และพฤติกรรม

การรักษามีทั้งให้การผ่าตัดหรือรักษาแบบประคับประคองก็ได้ ในรายที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด พบว่ามีอัตราตายได้ถึงร้อยละ 40-60. อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยที่รวดเร็ว และให้การรักษาที่รีบด่วนจะทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสหายกลับสู่ภาวะปกติมากขึ้น.