ธาตุเหล็ก

ธาตุเหล็ก คืออะไร?

ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย ผู้ใหญ่มีธาตุเหล็กประมาณ 3 - 4 กรัม ธาตุเหล็กอยู่ในฮีโมโกลบิน(Hemoglobin) ของเม็ดเลือดแดงประมาณร้อยละ 75  อยู่ในไมโอโกลบิน (Myoglobin)อยู่ในกล้ามเนื้อประมาณร้อยละ 5 ส่วนที่เหลือเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ (Enzyme) หลายชนิดในเซลล์ต่างๆ และอยู่ในรูปของส่วนประกอบของธาตุเหล็กกับโปรตีนสะสมอยู่ใน ตับ ม้าม และโพรงกระดูก/ไขกระดูก ทั่วไป ผู้ชายมีธาตุเหล็กประมาณ 0.5 - 1.5 กรัม และผู้หญิงมีประมาณ 0.3 - 1.9 กรัม แต่ในช่วงที่มีประจำเดือน ธาตุเหล็กที่สะสมในผู้หญิงจะเหลือ 0.2–0.4 กรัม

ธาตุเหล็นเป็นธาตุที่มีความสำคัญต่อสุขภาพ

ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดงซึ่งจะนำเอาออกซิเจนจากปอดไปเลี้ยงยังส่วนต่างๆของร่างกาย เป็นส่วนประกอบของกล้ามเนื้อ และยังช่วยในการนำไฟฟ้าในเส้นประสาท เป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ (Enzyme)หลายชนิดในร่างกาย โดยเฉพาะเอนไซม์ที่ใช้ในกระบวนการเผาผลาญสารอาหารให้เกิดพลังงาน หากร่างกายได้ธาตุเหล็กไม่พอก็จะเกิดภาวะโลหิตจางจากขาดธาตุเหล็ก คนส่วนใหญ่ได้รับเหล็กอย่างเพียงพอจากอาหาร แต่มีกลุ่มคนที่อาจจะจำเป็นต้องได้รับวิตามินเสริมกลุ่มที่เสี่ยงต่อการขาดธาตุเหล็กได้แก่


โลหิตจางจากขาดฐาตุเหล็ก

ผู้ที่มีโรคโลหิตจางจากขาดธาตุเหล็ก

เมื่อคนได้รับธาตุเหล็กน้อยอาจจะเกิดภาวะโลหิตจางจากขาดธาตุ้หล็กโดยจะมีค่า Hemoglobin น้อยกว่า13 g/dL ในชาย และน้อยกว่า 12 g/dL ในผู้หยิง ผู้ที่ขาดธาตุเหล็กไม่ว่าจะเกิดจากการเสียเลือดเป็นประจำ หรือผู้ที่รับประทานอาหารไม่พอ ร่างกายจะมีการสะสมธาตุเหล็กไม่เพียงพอที่จะสร้างเม็ดเลือดแดงซึ่งจะทำให้เกิดภาวะโลหิตจางจากขาดธาตุเหล็ก ซึ่งจะมีอาการที่สำคัญคือ

  • อ่อนเพลีย
  • ไม่มีแรง
  • มึนงง
  • ไม่มีสมาธิ

สาเหตุของโลหิตจางจากขาดธาตุเหล็กคือ

  • ผู้ที่มีประจำเดือนมาถี่ และมามาก
  • โรคแผลในกระเพาะอาหาร
  • มะเร็งทางเดินอาหาร
  • เสียเลือดจากอุบัติเหตุ
  • เสียเลือดเรื้อรังจากยา เช่นแอสไพริน
  • ผู้ที่ได้รับยาเคมีบำบัด

การตั้งครรภ์

ผุ้หญิงปกติจะต้องการธาตุเหล็กวันละ 15-18 mg เมื่อตั้งครรภ์จะต้องการธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นถึงวันละ 27 mg เพื่อนำไปสร้างเม็ดเลือดแดงสำหรับทารก

คนที่เลี้ยงบุตรด้วยนมแม่

ทารกได้รับธาตุเหล็กจากแม่ระหว่างการตั้งครรภ์ซึ่งพอจะใช้จนถึงอายึ 6 เดือน หลังจากนั้นจะต้องได้รับนมซึ่งเติมธาตุเหล็กเสริมเนื่องจากนมแม่จะมีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ

ผู้ที่มีประจำเดือน

จากการสำรวจพบว่าหญิงวัย12-49 ปีประมาณร้อยละ9จะมีโลหิตจางจากขาดธาตุเหล็ก เนื่องจากมีประจำเดือน และเด็กในช่วงที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วจะต้องการธาตุเหล็กเป็นจำนวนมาก

การออกกำลังกาย

ผู้ที่ออกกำลังกายมากจะต้องการธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ30

ผุ้ที่เสียเลือดเป็นประจำ

ผู้ที่บริจาคเลือดเป็นประจำ หรือผุ้ที่เสียเลือดอย่างต่อเนื่องเช่นการรับประทานยาแอสไพริน หรือแผลในกระเพาะจะเสี่ยงต่อการเกิดโลหิตจางจากขาดธาตุเหล็ก

ผูที่เป็นโรคไตและฟอกเลือด

ผู้ที่ฟอกเลือดจะต้องได้รับธาตุเหล็กเสริมเนื่องจากมีการสูญเสียธาตุเหล็กระหว่างฟอกเลือด

ผู้ที่รับประทานยาบางชนิด

ยาที่รับประทานบางชนิดจะลดการดูดซึมธาตุเหล็ก เช่น ยารักษาโรคกระเพาะ ยาปฏิชีวนะ เช่น quinolones และ tetracyclines และมียาอื่นๆที่อาจจะทำให้ขาดธาตุเหล้กเช่น

  • ยารักษาโรคกระเพาะ เช่น ranitidine และ omeprazole
  • ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง เช่นยาในกลุ่ม angiotensin-converting enzyme (ACE) inhibitors
  • ยารักษาไขมันในเลือดสูงเช่น colestipol and cholestyramine

เด็กที่มีสมาธิสั้น

จากการศึกษาพบว่าเด็กกลุ่มนี้จะมีธาตุเหล็กในร่างกายน้อยกว่าเด็กปกติ และเมื่อได้รับธาตุเหล็กเด็กมีอาการดีขึ้น

ผู้ที่มีอาการไอจากยาลดความดันกลุ่ม ACE inhibitors

พบว่าการให้ธาตุเหล็กจะลดการไอเนื่องจากผลข้างเคียงของยากลุ่มนี้

เราได้ธาตุเหล็กจากอาหารประเภทไหน

บาตุเหล็กในอาหารมีอยู่สองรูปแบบคือ

  • heme iron เป็นธาตุเหล็กที่เป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือด ธาตุเหล็กนี้จะดูดซึมง่ายพบมากในเนื้อแดง ไก่ ปลา ส่วนธาตุเหล็กที่อยู่ในธัญพืช ถั่ว ผักจะมีธาตุเหล็กที่ดูดซึมได้น้อย การรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีเช่นของเปรี้ยว ผักจะช่วยการดูดซึมธาตุเหล็กที่อยู่ในผัก ธัญพืช อาหารบางประเภทเช่น ไข่ นม ผักขม กาแฟ น้ำชา ใยอาหาร จะลดการดูดซึม nonheme iron
  • nonheme iron เป็นธาตุเหล็กที่ไม่ใช่ส่วนประกอบของเม็ดเลือด แหล่งอาหารที่มีธาตุเหล็กชนิด nonheme iron ได้แก่ ถั่ว ผัก ธัญพืชที่เติมวิตามิน ขนมปัง ธัญพืช สำหรับนมมารดาจะมีธาตุเหล็กไม่เพียงพอสำหรับทารก

ปริมาณเหล็กที่ควรจะได้ในแต่ละวัน

Information about this iron-supplement-oral-route-parenteral-route
Persons U.S.  (mg) Canada (mg)
ทารกจนถึง 3 ขวบ 6–10 0.3–6
เด็ก4-6ขวบ 10 8
เด็ก7-10ขวบ 10 8–10
ผู้ชาย 10 8–10
ผู้หญิง 10–15 8–13
คนตั้งครรภ์ 30 17–22
แม่ให้นมบุตร 15 8–13

ปริมาณธาตุเหล็กในอาหาร

  • หอยนางรม
  • ถั่วแดง
  • ตับวัว
  • เต้าหู้
  • ตับ
  • ขนมปังธัญพืช
  • ปลาทูน่า
  • ไข่
  • กุ้ง
  • เนยถั่ว
  • เนื้อสัตว์
  • ข้าวกล้อง

ตารางปริมาณธาตุเหล็ก

ก่อนการใช้ยา

  • การแพ้ยา หากคุณเคยแพ้ยาทั้งยาที่แพทย์สั่งหรือยาที่ซื้อรับประทานเองจะต้องแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชทราบ
  • สำหรับผู้สูงอายุการดูดซึมธาตุเหล็กอาจจะไม่ดีเท่าคนปกติ อาจจะจำเป็นต้องให้ธาตุเหล็กในขนาดสูงกว่าปกติ แต่ต้องปรึกษาแพทย์
  • คนตั้งครรภ์และแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเองต้องได้รับสารอาหารและธาตุเหล็กมากกว่าคนทั่วไป
  • เมื่อได้รับธาตุเหล็กเสริมไปแล้วสองเดือนแล้ว ควรจะได้รับการตรวจเลือดเพื่อจารณาว่ายังมีความจำเป็นที่จะต้องเสริมธาตุเหล็กหรือไม่
  • ธาตุเหล็กควรจะรับประทานก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง หรือหลังอาหาร 2 ชั่วโมง สำหรับคนที่มีอาการเสียดท้องจากธาตุเหล็กให้รับประทานพร้อมอาหาร
  • หลังรับประทานยาให้ดื่มน้ำ 1 แก้ว สำหรับเด็กให้ดื่มครึ่งแก้ว

ขนาดยาที่รับประทาน

  • ผู้ชายวันละ 10 milligrams (mg)
  • ผู้หญิงวันละ 10 ถึง 15 mg
  • คนตั้งครรภ์วันละ 30 mg
  • มารดาเลี้ยงลูกด้วยนมวันละ 15 mg
  • เด็กอายุ 7 ถึง 10 ปีวันละ 10 mg
  • เด็ก 4 ถึง 6 ปีวันละ 10 mg
  • ทารกถึง 3 ปีวันละ 6 ถึง 10 mg

ข้อควรระวัง

อาหารบางชนิดจะลดการดูดซึมของธาตุเหล็ก หากจะรับประทานอาหารให้รับประทานก่อนทานธาตุเหล็ก 1 ชั่วโมงหรือหลังจากทานธาตุเหล็กไปแล้ว 2 ชั่วโมง อาหารดังกล่าวได้แก่

  • โยเกิรต์ ชีส
  • ไข่
  • นม
  • ผักขม
  • ชาหรือกาแฟ
  • ธัญพืช
  • ไม่รับประทานธาตุเหล็กพร้อมกับยารักษากระเพาะ หรือแคลเซี่ยม
  • สำหรับผู้ที่ซื้อยารับประทานเองไม่ควรจะรับประทานยาเกิด 6 เดือน ไม่ควรจะรับประทานยาในขนาดสูง

สำหรับผู้ที่ซื้อยารับประทานเองโดยที่ไม่ทราบว่ายามีธาตุเหล็กเท่าใดเมื่อรับประทานในปริมาณมาก หรือเป็นระยะเวลานานอาจจะโรคที่เกิดจากเหล็กเกินซึ่งจะมีอาการดังต่อไปนี้

  1. ท้องร่วง อาจจะอุจาระมีเลือดปน
  2. ไข้
  3. คลื่นไส้
  4. ปวดท้อง
  5. อาเจียนบางรายอาจจะอาเจียนรุนแรงจนมีเลือดออก

ในรายที่เป็นรุนแรง อาจจะมีอาการชัก ริมฝีปากปลายนิ้วจะออกสีคล้ำ

ผิวซีด เหงื่อชื้นตามผิวหนัง

หายใจหอบ หัวใจเต้นเร็ว หากมีอาการดังกล่าวให้รีบพบแพทย์

วิติมินเสริมธาตุเหล็ก

วิตมินรวมส่วนใหญ่จะมีธาตุเหล็กผสมอยู่ หากเป็นวิตามินบำรุงเลือดสำหรับสตรีจะมีธาตุเหล็กประมาณ 18 mg หากวิตามินที่มีธาตุเหล็กผสมมาก(มากกว่า 45 mg)จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก

จะต้องให้ธาตุเหล็กเสริมนานแค่ไหน

เมื่อได้รับธาตุเหล็กเสริมจนกระทั้ง hemoglobin ปกติและให้ยาต่ออีก 6 เดือน

ภาวะโลหิตจาง ภาวะเหล็กเกิน

เพิ่มเพื่อน