บทความ: คู่มือการจัดท่าแขนเพื่อวัดความดันด้วยตนเอง: ถูกต้อง vs ไม่ถูกต้อง
การวัดความดันโลหิตด้วยตนเองที่บ้าน (Home Blood Pressure Monitoring - HBPM) เป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินสุขภาพ แต่ค่าที่วัดได้จะมีความแม่นยำก็ต่อเมื่อคุณจัดท่าทางให้ถูกต้องเท่านั้น ท่านั่งที่ไม่ดีสามารถทำให้ค่าความดันสูงกว่าความเป็นจริงได้ถึง10-40 mmHg!
ในฐานะอายุรแพทย์ ผมขอสรุปแนวทางปฏิบัติในการจัดท่าแขน ดังนี้ครับ
ความผิดพลาดที่พบบ่อยในการวัดความดันโลหิตที่บ้าน
การวัดความดันที่บ้านเป็นประโยชน์มาก แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ผลคลาดเคลื่อนได้ค่อนข้างมาก แบ่งได้เป็นกลุ่มดังนี้
🔴 ปัจจัยจากตัวผู้วัด (พบบ่อยที่สุด)
ท่าและตำแหน่งร่างกาย
- นั่งบนเก้าอี้ที่มีพนัก
- นั่งพิงพนัก หลังตรง
- เท้าวางราบ
- ไม่ไขว่ห้าง
- วางแขนระดับหัวใจ (สำคัญมาก)
- พัน cuff บน “ต้นแขน” (ไม่ใช่ทับเสื้อ) วางแขนบนโต๊ะให้
ผลจากท่าและตำแหน่งร่างกายไม่ถูกต้อง
- นั่งไม่ถูกต้อง เช่น ขาไขว้กัน หลังไม่พิง — อาจทำให้ค่าสูงขึ้น 6–10 mmHg
- วางแขนไม่ระดับหัวใจ (ต่ำกว่า = สูงเกิน / สูงกว่า = ต่ำเกิน) — ผิดพลาดได้ถึง 8 mmHg ต่อทุก 5 ซม. ที่ต่างกัน
- พูดระหว่างวัด — เพิ่มค่าได้ 10–15 mmHg
สภาพร่างกายก่อนวัด
- พักนิ่งๆ อย่างน้อย 5 นาที ในท่าที่จะวัด
- งดกาแฟ บุหรี่ การออกกำลังกาย 30 นาที
- ปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อน กระเพาะปัสสาวะเต็ม — เพิ่มได้ถึง 10–15 mmHg
- ไม่พูด ไม่ดูโทรศัพท์ระหว่างวัด
- ความเครียดหรือตื่นเต้นขณะวัด
🟡 ปัจจัยจากอุปกรณ์
1.ขนาด Cuff ไม่เหมาะกับแขน “สาเหตุอันดับ 1”— เล็กเกินไปทำให้ค่าสูงเกินจริงได้ถึง 10–40 mmHg, ใหญ่เกินไปทำให้ต่ำเกิน
- ถ้า cuff เล็กเกิน → ค่าความดันสูงเกินจริง
- ถ้า cuff ใหญ่เกิน → ค่าความดันต่ำเกินจริง
- งานวิจัยพบว่าใช้ cuff ผิดขนาดทำให้ค่า “ผิดอย่างมาก”
👉 มีข้อมูลว่า
- cuff เล็กเกิน → ทำให้ค่าความดันสูงผิดได้ถึง ~39% ของคน
2.ตำแหน่งพัน Cuff ผิด เช่น พันเหนือข้อพับศอกน้อยกว่า 2–3 ซม.
3.Cuff วางทับเสื้อ หรือม้วนแขนเสื้อจนรัด — เพิ่มค่าได้
4.ไม่ได้ calibrate เครื่อง — เครื่องที่ใช้นานโดยไม่ตรวจสอบอาจคลาดเคลื่อน
5.การเลือกขนาดของผ้าพันรัดแขน
ขนาดของผ้าพันรอบแขนจะมีผลต่อความดันขนาดที่เหมาะสมคือความกว้างต้องประมาณ40%
ของเส้นรอบวงแขน
ความยาวต้องอย่างน้อย 80%
หากขนาดผ้าเล็กไปจะทำให้ค่าความดันโลหิตสูงเกินไป
ปกติจะให้วัดแขนขวาเสมอ
- ขนาดมาตราฐานสำหรับผู้ใหญ่กว้าง 12-13 ซม ยาว 35 ซม
- รอบแขน 22–26 cm,ใช้ผ้าขนาด "small adult" ขนาด—12 - 22 cm.
- รอบแขน 27–34 cm, ใช้ผ้าขนาด"adult" ขนาด—16 - 30 cm.
- รอบแขน 35–44 cm, ใช้ผ้าขนาด"large adult" ขนาด—16 - 36 cm.
- รอบแขน 45–52 cm,ใช้ผ้าขนาด"adult thigh" ขนาด—16 - 42 cm.
6.
การพันผ้ารัดแขน
- ควรจะวัดแขนข้างที่ใช้งานน้อย
- ควรจะแนะนำให้ผู้ป่วยใส่เสื้อแขนสั่นเมื่อมาวัดความดัน
- หากจะใส่เสื้อแขนยาวให้เป็นเสื้อคลุมที่สามารถถอดออกได้ง่าย
- ไม่ควรใช้วิธีรูดแขนเสื้อขึ้นไปเพราะจะทำให้ค่าความดันโลหิตที่วัดได้ไม่ถูกต้อง
- ให้คลำหลอดเลือดแดงที่แขนแล้วพันผ้าโดยให้ศูนย์กลางของผ้ากดทับเส้นเลือด
- ขณะพันต้องพันอย่างสม่ำเสมอไม่พันแน่นหรือหลวมเกินไป
ปลายผ้าจะอยู่เหนือข้อศอก 2-3
ซม
- ระหว่างการใช้หูฟังระวังสัมผัสกับผ้าจะทำให้เกิดเสียงหลอก
- ผ้าที่พันจะต้องอยู่ในระดับหัวใจเสมอ
เรื่องเครื่องวัด
- ควรเลือก เครื่องที่ได้มาตรฐาน เช่นผ่านการรับรองจาก ESH, BHS หรือ AAMI
- นำเครื่องไปตรวจสอบความแม่นยำที่โรงพยาบาลอย่างน้อยปีละครั้ง
- เครื่องต้นแขน (Upper arm) แม่นยำกว่า เครื่องข้อมือโดยทั่วไป
การแก้ไข
1. การจัดท่าแขนที่ถูกต้อง (CORRECT)
ท่านั่งที่สมบูรณ์แบบเพื่อการวัดที่แม่นยำ:
-
ระดับหัวใจคือหัวใจสำคัญ: ผ้าพันแขน (Cuff) ต้องอยู่ระดับเดียวกับหัวใจของคุณเสมอ
-
มีที่รองรับแขน: วางแขนลงบนพื้นผิวที่ราบเรียบ เช่น โต๊ะ หรือที่วางแขนของเก้าอี้
-
แขนผ่อนคลาย: แขนต้องไม่เกร็ง ไม่ยก หรือห้อยลง แบมือหงายขึ้น
-
หลังตรง ขาไม่ไขว้: นั่งตัวตรง หลังพิงพนักเก้าอี้ เท้าทั้งสองข้างวางราบกับพื้น ไม่ไขว้ขา
2. การจัดท่าแขนที่ไม่ถูกต้อง (INCORRECT)
ท่าทางที่มักทำให้ค่าความดัน สูง กว่าความเป็นจริง:
-
แขนห้อยต่ำกว่าระดับหัวใจ: การปล่อยแขนห้อยลงข้างลำตัวหรือต่ำกว่าโต๊ะ (เช่น การวัดบนโซฟาที่ไม่มีที่รองแขน) จะทำให้เครื่องวัดค่าได้สูงกว่าปกติอย่างมาก
-
ยกแขนสูงเกินไป: การพยายามยกแขนขึ้นมาเองโดยไม่มีที่รองรับ ทำให้กล้ามเนื้อแขนเกร็ง
-
ไม่มีที่รองแขน: การปล่อยให้แขนลอยอยู่กลางอากาศหรือเกร็งแขนเพื่อถือสายผ้าพันไว้กล้ามเนื้อเกร็ง ทำให้ค่าขึ้น
-
ตัวงอและไขว้ขา: ท่าทางที่ผิดสรีระทั้งหมดทำให้การไหลเวียนของเลือดเปลี่ยนแปลง
3.วิธีวัดที่แนะนำ
- วัด 2–3 ครั้งติดกัน ห่างกันครั้งละ 1 นาที แล้วนำค่าเฉลี่ยมาใช้ (ค่าแรกมักสูงกว่าปกติ)
- วัด เช้าและเย็น ในช่วงเวลาเดิมสม่ำเสมอ
- บันทึกผลทุกครั้งพร้อมเวลา เพื่อนำให้แพทย์ดู
- แนะนำวิธีการวัดความดัน ให้วัดในท่านั่ง ต้องนั่งพักประมาณ 5 นาทีวัดวันละ 2 เวลาตอนเช้าก่อนรับประทานยาลดความดันโลหิต 2 ครั้งและเย็นอีกสองครั้งเป็นเวลา 3-7 วันก่อนพบแพทย์
🟢 ปัจจัยที่มักมองข้าม
- วัดแขนเดียวเสมอ โดยไม่รู้ว่าแขนข้างใดให้ค่าสูงกว่า (ควรวัดทั้งสองข้างในครั้งแรก แล้วใช้แขนที่ค่าสูงกว่าเป็นมาตรฐาน)
- White Coat Effect — บางคนวัดที่โรงพยาบาลสูงกว่าที่บ้าน 10–20 mmHg เสมอ แม้วัดเองก็อาจเกิดได้
- Masked Hypertension — ค่าที่บ้านปกติ แต่ที่คลินิกสูง หรือกลับกัน ต้องตีความร่วมกับแพทย์
✅ คำแนะนำในการวัดให้ถูกต้อง
คุณสามารถใช้เป็นคำสอนคนไข้ได้แบบสั้น ๆ:
“วัดความดันให้แม่น ต้อง 3 อย่าง
- นั่งนิ่ง พักก่อน
- แขนต้องระดับหัวใจ
- cuff ต้องพอดี
แล้ววัดอย่างน้อย 2 ครั้งเอาค่าเฉลี่ย”
💡 สำคัญ: ค่าความดันที่บ้านที่ถือว่าปกติคือ ต่ำกว่า 135/85 mmHg (ต่างจากที่คลินิกซึ่งใช้ 140/90) หากได้ค่าผิดปกติสม่ำเสมอ ควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรปรับยาเองตามค่าที่วัดได้
เอกสารอ้างอิง (References)
-
Thai Hypertension Society. แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูง ในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2562.
-
American Heart Association (AHA). Recommended Posture for Accurate Blood Pressure Measurement.
เกี่ยวกับผู้เขียน
- อัปเดท วันที่
- บทความนี้เขียนและตรวจสอบโดย: นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร (เลขที่ใบประกอบวิชาชีพ 10492) อายุรแพทย์ และแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว
- ประสบการณ์การทำงานในกลุ่มงานอายุรกรรมยาวนานกว่า 30 ปี (พ.ศ. 2528 - 2559)
- มุ่งมั่นถ่ายทอดความรู้สุขภาพที่ถูกต้องเพื่อให้คนไทยไกลจากโรคเรื้อรัง อ่านประวัติคุณหมอเพิ่มเติมได้ที่นี่...