งูพิษกัด
ท่านผู้อ่านบางท่านคงเคยถูกสัตว์กัดโดยที่มองไม่เห็นตัวมัน
อาจจะถูกกัดในพงหญ้า
ถูกกัดเวลากลางคืน
ถูกกัดบริเวณสวน กอไม้เก่าๆ
เป็นต้นดังนั้นเมื่อถูกสัตว์ไม่ทราบชนิดกัด
ท่านต้องหาทางให้ทราบว่า
งูพิษเมืองไทยมีกี่ชนิด
ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนมีทั้งพื้นที่ลุ่ม
ป่า และภูเขาจึงทำให้มีงูชุกชุม
ส่วนใหญ่เป็นงูไม่มีพิษ
งูพิษที่มีความสำคัญทางการแพทย์เพราะมีคนถูกพวกมันกัดบ่อยๆ
มีอยู่ 7 ชนิดด้วยกัน ได้แก่
ถูกงูพิษกัดจริงหรือไม่
การจะพิจารณาว่าถูกงูกัดหรือไม่จะแบ่งพิจารณาเป็น3หัวข้อ
รอยเขี้ยวงูและรอยเลือดออก
 |
- ไม่เห็นสัตว์ที่กัด
- เห็นว่าเป็นงูแต่ไม่ทราบชนิดงู
- สามารถตีงูได้
กรณีไม่เห็นสัตว์ที่กัด
กรณีเช่นนี้จะเป็นปัญหาในการวินิจฉัยและวางแผนการรักษา
การพิจารณาคงต้องอาศัยประวัติช่วย
เช่นถ้าถูกกัดบริเวณกิ่งไม้ให้สงสัยว่าจะเป็นงูเขียวหางไหม้
ถ้าถูกกัดตามทุ่งนาให้สงสัยว่าเป็นงูเห่า
ถูกกัดบริเวณซอกไม้อาจเป็นงูหรือตะขาบ
แมงป่อง
ถ้าถูกกัดตามพงหญ้าโดยมากเป็นงูกัด
นอกจากนั้นยังต้องดูแผลที่ถูกกัดด้วย
ถ้าถูกงูพิษกัดจะต้องมีรอยเขี้ยว
1-2 แผลเสมอมีเลือดออกซึมๆ
ถ้าดูแผลแล้วไม่พบรอยเขี้ยวแสดงว่าไม่ใช่งูพิษ
เห็นว่าเป็นงูแต่ไม่ทราบชนิดงู
กรณีนี้ต้องแยกว่าเป็นงูพิษหรืองูไม่มีพิษ
โดยอาศัยรอยเขี้ยวถ้ามีรอยเขี้ยวแสดงว่าเป็นงูพิษ
แต่ถ้าไม่มีรอยเขี้ยวเป็นงูไม่มีพิษ
ต้องถามรายละเอียดลายและสีของงูเพื่อแยกชนิดงู
สามารถตีงูได้
การตีงูให้ตีบริเวณต้นคอแรงๆ
จะได้เก็บส่านหัวงูไว้ตรวจว่าเป็นงูชนิดใด
การพิจารณาว่าเป็นงูชนิดใดให้ดูจากลายและสีของงู
ถ้าเป็นงูพิษจะต้องมีเขี้ยว
งูไม่มีพิษจะมีแต่ฟัน
เพื่อความปลอดภัยควรรีบไปพบแพทย์
TOP
ถ้าถูกงูพิษกัดจริง
ได้รับพิษมากหรือน้อย
และเป็นงูพิษชนิดใด
การยืนยันว่าถูกงูพิษกัดจริงได้แก่
นำงูพิษนั้นมาด้วยหรือรู้จักงูพิษนั้นอย่างดี
และหรือมีอาการและอาการแสดงของการถูกงูพิษกัดอย่างใดอย่างหนึ่ง
การถูกงูพิษกัดไม่จำเป็นต้องเกิดอาการรุนรงเสมอไป
ประมาณ 50%ของผู้ป่วยที่ถูกงูพิษกัดไม่มีอาการอะไรเลย
มีเพียง 25%ที่เกิดอาการพิษของงู
โดยทั่วไปเราจำแนกพิษของงูได้เป็น
4 ประเภทดังนี้
- พิษต่อระบบประสาท
[Neurotoxin]ได้แก่พิษของงูเห่า
งูจงอาง งูสามเหลี่ยม
ผู้ที่ได้รับพิษจะทำให้เกิดอัมพาตของกล้ามเนื้อ
ลืมตาไม่ได้ กลืนลำบาก และที่สำคัญคือทำให้หยุดหายใจเสียชีวิตได้
- พิษต่อโลหิต
[Hemotoxin ]
ได้แก่พิษของงูแมวเซา
งูกะปะ งูเขียวหางไหม้
ทำให้มีเลือดออกตามที่ต่างๆ
ตามผิวหนัง เหงือก
อาเจียนเป็นเลือด
ปัสสาวะเป็นเลือด
- พิษต่อกล้ามเนื้อ [Myotoxin] ได้แกพิษงูทะเลทำอันตรายต่อกล้ามเนื้อ ปวดกล้ามเนื้อมาก ปัสสาวะสีดำเนื่องจากกล้ามเนื้อถูกทำลายเกิด myoglobinuria
- พิษต่อกล้ามเนื้อหัวใจ [Cardiotoxin] ได้แก่พิษงูเห่า งูจงอาง
การพิจารณาว่าได้รับพิษจากงูหรือไม่
เป็นพิษชนิดใด
และรุนแรงแค่ไหน
ต้องอาศัยอาการและอาการแสดงของผู้ป่วย อาการที่บอกว่าได้รับพิษงูคือ มีรอยเขี้ยวงู
ปวด และบวม
- ถ้าถูกกัดแล้วเกิดอาการปวดอย่างรุนแรงและเกิดทันที
แผลบวมขึ้นรอบแผลมีสีเขียวและมีเลือดออกให้สงสัยว่าเกิดจากงูแมวเซา,งูกะปะ,งูเขียวหางไหม้
- ถ้าอาการปวดไม่มาก
อีก 2-3
ชั่วโมงจึงมีอาการบวมบริเวณแผล
ตามด้วยหนังตาตก
กลืนลำบากให้คิดถึงงูเห่า
- ถ้าปวดกล้ามเนื้อมากและเป็นชาวประมง
ให้สงสัยเป็นงูทะเล
- หลังจากถูกกัด
2
ชั่วโมงถ้าแผลไม่บวมและไม่มีอาการอื่นแสดงว่าพิษของงูไม่ได้เข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย
TOP
การประเมินความรุนแรง
การดูแลเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยและญาติ
แนวทางการรักษา
ข้อมูลส่วนใหญ่ได้จาก case series และเป็นการศึกษาย้อนหลังจากเวชระเบียน
ผู้ป่วยที่ถูกงูกัดเกือบทั้งหมดจะมาตรวจที่ห้องฉุกเฉิน เมื่อผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาล ให้การ
ดูแลรักษาเบื้องต้น ดังนี้
1. ประเมิน ABC และให้การช่วยเหลือเบื้องต้น : A (Airway), B (Breathing), C
(Circulation)
2. ถ้าผู้ป่วยเอาเชือกรัดเหนือแผลมา ควรคลายเชือกหรือที่รัดออกก่อน
3. อธิบายให้ผู้ป่วยหรือญาติคลายความกังวล
4. ทํ าความสะอาดบริเวณแผลที่ถูกงูกัด ด้วยแอลกอฮอล์หรือ povidine iodine
การป้องกันไม่ให้ถูกงูกัด
เนื่องจากประเทศเรามีงูชุกชุม
เราควรเรียนรู้นิสัยบางอย่างของงูเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น
วิธีหลีกเลี่ยงมีดังนี้
- งูมีพิษไว้ล่าสัตว์ไว้เป็นอาหาร
และกลัวคนมากกว่าคนกลัวงูเสียอีก
ถ้าไม่บังเอิญไปเหยียบ
หรือเข้าใกล้ตัวมัน
มันมักจะเลี้ยวหนีไปเอง
- พยายามอย่าเดินทางในที่รกมีหญ้าสูง
ถ้าจำเป็นต้องเดินผ่านควรใส่รองเท้าหุ้มข้อเท้า
ใส่กางเกงขายาวและควรมีไม้ตีหญ้าข้างหน้าไว้ด้วย
- หลีกเลี่ยงการเดินทางในป่าหรือทุ่งนาเวลากลางคืน
หากจำเป็นต้องเตรียมไฟฉายไปด้วย
- งูมักจะซ่อนตามซอกแคบๆ
ในถ้ำหรือโพรงไม้
เราควรระวังบริเวณเหล่านี้เป็นพิเศษ
- อย่าเดินในซอกหินแคบ
เพราะงูไม่มีทางหนี
- ถ้าต้องพักแรมในป่าอย่านอนกับพื้น
- อย่ายกหิน กองเสื้อผ้าเก่าๆ หรือกองหญ้า เพราะเป็นที่ๆงูชอบ
หน้าหลัก ชนิดของู พิษของงู การดูแลเบื้องต้น การประเมินความรุนแรง การรักษา การให้เซรุ่ม งูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม งูกะปะ งูแมวเซา งูเขียวหางไหม้ |