หน้าหลัก|การออกกำลัง |สุขภาพดี|อาหารสุขภาพ |สุขภาพจิต |สุภาพสตรี |การตรวจสุขภาพ |การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด |เพศศึกษา | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator
 

タイ(バンコク)のホテル・サービスアパート

ชนิดของงูพิษในประเทศไทย

  1. ตระกูล Elapidae พิษของงูในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีผลต่อระบบประสาท (neurotoxin) ได้
    แก่
  • งูเห่าไทย (Cobra, Naja kauthia) พบได้ทั่วประเทศ พบมากในภาคกลางและภาค
    เหนือตอนล่าง
  • งูเห่าพ่นพิษ (Spitting cobra, Naja siamensis) พบมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
    ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันตก
  • งูจงอาง (King cobra, Ophiophagus hunnah) พบมากในภาคใต้และภาคกลางบาง
    จังหวัด
  • งูสามเหลี่ยม (Banded krait, Bungarus fasciatus) พบได้ทุกภาคของประเทศ
  • งูทับสมิงคลา (Malayan krait, Bungarus candidus) พบมากทางภาคตะวันออกเฉียง
    เหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออก
    2. ตระกูล Viperidae พิษของงูในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีผลต่อระบบเลือด (hematotoxin) งูในกลุ่มนี้อาจแบ?่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย (subgroup)
    2.1 Typical viper (Viperinae) ได้แก่ งูแมวเซา (Russell's viper, Daboia russelii) พบมากในภาคตะวันออก และภาคกลาง
    2.2 Pit viper (Crotalinse) ได้แก่ งูกะปะ (Malayan pit viper, Calloselasma rhodostoma) พบมากในภาคใต้ ชายฝั่งทะเลตะวันออก และภาคเหนือ งูเขียวหางไหม้(Green pit viper, Trimeresurus spp.) พบมากในกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
    จากข้อมูลทางระบาดวิทยาของกระทรวงสาธารณสุขปี 2540 พบว่าผู้ป่วยถูกงูพิษกัด
    ประมาณ 15 รายต่อประชากร 100,000 คน และอัตราตายประมาณ 0.02 รายต่อประชากร
    100,000 คน ปัญหางูกัดพบได้ทุกภาคของประเทศไทย การกระจายของอัตราการถูกงูพิษกัดพบว่าภาคใต้สูงที่สุด รองลงมาได้แก่ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ งูพิษที่กัดคน
    ไทยมากที่สุดคืองูกะปะ (ร้อยละ 40) รองลงมาได้แก่ งูเขียงหางไหม้ (ร้อยละ 34) งูเห่า (ร้อยละ
    12) งูแมวเซา (ร้อยละ 10) และงูพิษอื่น ๆ ทั้งนี้ความชุกขึ้นอยู่กับแต่ละภาคของประเทศด้วย

หน้าหลัก ชนิดของู พิษของงู การดูแลเบื้องต้น การประเมินความรุนแรง การรักษา การให้เซรุ่ม งูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม งูกะปะ งูแมวเซา งูเขียวหางไหม้ รายละเอียดงูพิษกัด