หน้าหลัก|การออกกำลัง |สุขภาพดี|อาหารสุขภาพ |สุขภาพจิต |สุภาพสตรี |การตรวจสุขภาพ |การแปรผลเลือด |โรคต่างๆ |วัคซีน | งูกัด |เพศศึกษา | แพทย์ทางเลือก |โรคผิวหนัง | health calculator
 

タイ(バンコク)のホテル・サービスアパート

การรักษา

  • ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาด น้ำเกลือ และน้ำยาฆ่าเชื้อโรค
  • ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อบาดทะยัก เนื้อจากในน้ำพิษอาจจะมีเชื้อบาดทะยัก
  • ให้น้ำเกลือ และเติมเลือดหากมีการเสียเลือด
  • การให้เซลุ่มแก้พิษงู ต้องให้ถูกกับชนิดของงู และจะให้ก็ต่อเมื่อเกิดอาการพิษของงูเท่านั้นเพราะอาจจะเกิดแพ้เซลุ่ม รายละเอียดอ่านที่นี่

การดูแลรักษาแผล

การดูแลรักษาแผลหรือบริเวณที่ถูกกัดให้ถูกต้องมีความสําคัญมาก เนื่องจากอาจเกิด ภาวะแทรกซ้อน เนื้อตายลุกลามและมีการติดเชื้อ

  1. . การทํ าความสะอาดแผล
  2. . หากผิวหนังพองเป็นถุงนํ้าขนาดใหญ่ ปวดมาก หรืออาจกดทับทําให้เกิดการขาดเลือด เช่นปลายนิ้ว ควรใช้เข็มเบอร์ 22-24 G ดูดเอานํ้าในถุงนํ้ าออกด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ และควรแก้ไขให้ VCT ปกติเสียก่อน การเจาะถุงนํ้าหรือตัดเอาผิวหนังออกนอกเหนือ จากกรณีดังกล่าวยังไม่ทราบแน่ชัด ในรายที่มีเนื้อตายลุกลาม อาจต้องพิจารณาทํ า skin graft
  3. การให้ยาปฏิชีวนะแบบป้องกันในผู้ป่วยงูกัด ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าได้ ประโยชน์สามารถลดการติดเชื้อของบาดแผล และอุบัติการของการติดเชื้อแผลงูกัดค่อนข้างตํ่า ควร พิจารณาให้ยาปฏิชีวนะตามสภาพของแผล ในกรณีที่แผลค่อนข้างสกปรกหรือถูกกระทำ มาก่อน เช่น เอาปากดูดพิษออก เอาดินหรือสมุนไพรพอกแผล หรือ
    กรีดแผลมาก่อน หรือเมื่อมีอาการแสดงของการติดเชื้อที่แผลชัดเจน ยาปฏิชีวนะที่ให้ ควรครอบคลุมเชื้อที่เป็นกรัมบวก กรัมลบ และ anaerobe และควรแก้ไขให้ VCT ปกติเสียก่อน การเจาะถุงนํ้ าหรือตัดเอาผิวหนังออกนอกเหนือ จากกรณีดังกล่าวยังไม่ทราบแน่ชัด ในรายที่มีเนื้อตายลุกลาม อาจต้องพิจารณาทํ า skin graft

การรักษาตามอาการและประคับประคองอื่น ๆ

  • ให้ผู้ป่วยพัก และเคลื่อนไหวบริเวณที่ถูกงูกัดให้น้อยที่สุด การยก แขนหรือขาให้สูงขึ้น เพื่อทําให้อาการบวมยุบลงเร็วและปวดน้อย
  • ยาแก้ปวดประเภทพาราเซตามอล ในรายที่ปวดมาก
  • ควรมี flow sheet ในการติดตามอาการของผู้ป่วย
  • พยายามไม่ทํ าให้มีภาวะเลือดออกเพิ่มขึ้น หรือเสี่ยงต่อการทําให้มีเลือดออก
  • การให้ส่วนประกอบของเลือดทนแทนสําหรับผู้ป่วยที่มีเลือดออกผิดปกติ โดยทั่วไป ไม่จําเป็น การให้เซรุ่มแก้พิษงูได้ผลดีมากสามารถทํ าให้เลือดแข็งตัวและเลือดหยุดได้
  • แต่ในบางรายที่มีเลือดออกรุนแรงหรือเลือดออกในอวัยวะที่สําคัญ เช่น ใน กะโหลกศีรษะ หรือภาวะที่คุกคามต่อชีวิต อาจจํ าเป็นต้องให้ส่วน ประกอบของเลือดทดแทน ร่วมกับการให้เซรุ่มแก้พิษงู ในกรณีนี้ควรต้องส่งต่อผู้ป่วยไปรับการ รักษาในโรงพยาบาลที่สามารถเตรียมส่วนประกอบของเลือดได ส่วนประกอบของเลือดที่ควรใช้ ได้แก่ platelet concentrate ในรายที่มีเกล็ดเลือดตํ่า โดยให้ขนาด 1 ยูนิตต่อนํ้ าหนักตัว 1 กก - cryoprecipitate เพื่อเพิ่มระดับไฟบริโนเจน โดยให้ครั้งละ 10–15 ถุง หากไม่มี cryoprecipitate อาจให้ fresh frozen plasma ครั้งละ 15 มล. ต่อนํ้ าหนักตัว 1 กก.

การให้วัคซีนป้องกันบาดทะยัก

ควรให้แก่ผู้ป่วยทุกรายตามลักษณะของบาดแผล และประวัติการฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักมาก่อน แต่ควรระวังในผู้ป่วยที่อาจมี ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด อาจยังไม่จําเป็นต้องรีบให้ทันที ควรให้เมื่อ VCT ปกติหรือแก้ไขให้VCT ปกติแล้ว นอกจากนี้หากแผลสกปรกมาก อาจ พิจารณาให้ tetanus antitoxin ด้วย

การรับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาล

  1. ผู้ป่วยที่มีอาการและอาการแสดงซึ่งบ่งว่าได้รับพิษเข่าสู่ร่างกาย (systemic
    envenoming) ได้แก่อาการรุนแรงปานกลาง (moderate) หรือมาก (severe)
  2.  ผู้ป่วยเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็ก
  3.  ผู้ป่วยที่มีอาการเฉพาะที่รุนแรง เช่น บวม หรือปวดมาก
  4.  ผู้ป่วยที่มีอาการแสดงทั่วไปอื่น ๆ เช่น เป็นลม หมดสติ ความดันโลหิตตํ่าหรืออาการแพ้พิษงู
  5.  ถ้ายังไม่มีอาการ systemic ควรปฏิบัติดังนี้
  •  ผู้ป่วยที่ถูกงูกะปะหรืองูเขียวหางไหม้กัด ควรทํา VCT ถ้า VCT นานกว่า 20 นาที ต้องรับไว้ในโรงพยาบาลหรือส่งต่อถ้าไม่สามารถรับได้ แต่ ถ้า VCT ปกติ อาจจะสังเกตอาการที่ห้องฉุกเฉินประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วทํา VCT ซํ้า ถ้า VCT ปกติ สามารถให้ผู้ป่วยกลับบ้าน และแนะนํ าให้มาตรวจ VCT ซํ้าใน 12-24 ชั่วโมงต่อมา หรือแนะนําให้กลับมาหากมีเลือดออกผิดปกติหรือบวม ปวดมาก .
  • ในกรณีที่รับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาล และ VCT ปกติ ควรตรวจ VCT ซํ้าทุก 6 ชั่วโมง ภาย
    ใน 24 ชั่วโมงแรกหลังจากถูกงูกัด
  •  ผู้ป่วยที่ถูกงูแมวเซากัด ควรรับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาลทุกรายเพื่อสังเกต

หน้าหลัก ชนิดของู พิษของงู การดูแลเบื้องต้น การประเมินความรุนแรง การรักษา การให้เซรุ่ม งูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม งูกะปะ งูแมวเซา งูเขียวหางไหม้ รายละเอียดงูพิษกัด