อาหารบำรุงตับ

ภาวะอ้วนจะส่งผลเสียต่อสุขภาพเช่น เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน มะเร็ง โรคหัวใจ และเร็วๆนี้พบว่าภาวะอ้วนจะทำให้อายุตับเพิ่มขึ้น จากการวิจัยพบว่าหากดัชนีมวลกายเพิ่มขึ้น 10 อายุตับจะเพิ่มขึ้น 3.3 ปี เช่นชายคนหนึ่งวัดดัชนีมวลกายได้20 เมื่อเทียบกับอีกคนที่ดัชนีมวลกาย 35 พบว่าอายุตับของชายคนที่สองจะมากกว่าชายคนแรก 5 ปีโดยที่ภาวะอ้วนไม่มีผลต่ออายุของกล้ามเนื้อและไขมัน

น้ำตาลผลไม้ Fructose ทำให้เกิดภาวะอ้วน

น้ำตาลผลไม้เป็นสารให้ความหวานที่นิยมใส่ในเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ซึ่งหากรับประทานมากอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ การรับประทานน้ำตาลผลไม้มากจะทำให้มีการทำลายของตับเหมือนการดื่มสุรา เนื่องจากน้ำตาลผลไม้จะถูกย่อยสลายเฉพาะที่ตับเท่านั้นและสลายเป็นไขมัน ต่างจากน้ำตาลกลูโคสซึ่งเซลล์ทั่วร่างกายสามารถย่อยสลายเป็นพลังงานได้

  • ตับจะเป็นอวัยวะที่ย่อยสลายน้ำตาลผลไม้ Fructose กลายเป็นไขมันซึ่งทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ไขมันในเลือดสูง และไขมันพอกตับ
  • น้ำตาลผลไม้ Fructose จะทำปฎิกิริยากับโปรตีนทำให้เกิดอนุมูลอิสระ เกิดการอักเสบของตับ
  • น้ำตาลผลไม้ทำปฏกิริยาที่สมองทำให้เราติดหวานจากน้ำตาลผลไม้

น้ำตาลผลไม้เป็นสาเหตของโรคอ้วน

น้ำตาลผลไม้

น้ำตาลผลไม้นอกจะทำลายเนื้อตับแล้วยังทำให้ร่างกายเราไม่ตอบสนองต่อ leptin ทำให้รับประทานอาหารไม่รู้จักอิ่ม กลไกเชื่อว่าเกิดจากการรับประทานน้ำตาลโดยเฉพาะน้ำตาลผลไม้ Fructose มีการทดลองให้น้ำตาลผลไม้ในสัตว์ทดลองพบว่าสัตว์ทานอาหารมากขึ้น และออกกำลังกายลดลงเชื่อว่าน้ำตาลผลไม้จะทำให้ไม่อิ่ม และลดการเผาผลาญไขมันทำให้มีการสะสมไขมันในตับ สรุปผลของน้ำตาลผลไม้

  • น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากทานอาหารแล้วไม่อิ่ม และลดการเผาผลาญไขมัน
  • มีการสะสมไขมันมากขึ้นแม้ว่าจะควบคุมอาหาร

ควรจะรับประทานน้ำตาลผลไม้เท่าไร

  1. ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน ผู้ที่อ้วนลงพุง ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงมักจะมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน และดื้อต่อ leptin ควรจะรับประทานน้ำตาลผลไม้ไม่เกินวันละ 15-25 กรัม
  2. สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักปกติและแข็งแรงให้ลดปริมาณน้ำตาลผลไม้เพราะหากรับประทานต่อเนื่องอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ
  3. การรับประทานผลไม้คงต้องเลือกผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำเช่น มะนาว ส้มโอ กีวี เบอร์รี่ และหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีน้ำตาลผลไม้สูงเช่น แพร์ แอปเปิลแดง ลูกพลัม

อาหารที่มีผลดีต่อตับ

ก่อนอื่นแนะนำให้ดื่มน้ำอย่างเพียงพอเพราะจะช่วยขับเอาสารที่มีพิษต่อตับออกจากร่างกาย อาหารที่มีผลดีต่อตับได้แก่

  • อาหารมักซึ่งจะเพิ่มเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้ทำให้เเกิดการสลายสารพิษในลำไส้ อาหารมักเช่น กิมจิ Kefir Kombucha Miso Yogurt Tempeh Raw Cheese Natto Pickles
  • รับประทาน กะหล่ำปลี ดอกกระหล่ำ บรอกโคลี ผักกาดกวางตุ้ง หัวไชเท้า อาหารเหล่านี้จะช่วยตับในการสลายสารพิษ ยาฆ่าแมลง ยา และสารก่อมะเร็ง
  • รับประทานผักใบเขียว เช่น ผักเคล กะหล่ำดาว กะหล่ำปลีผักเหล่านี้จะมี sulfur ซึ่งช่วยตับในการสลายสารพิษ
  • สาหร่ายทะเลจะป้องกันลำไส้ในการดูดซึมโลหะหนักและสารพิษ
  • ให้รับประทานกระเทียม หัวหอม หอมแดง ซึ่งอุดมไปด้วย sulfur ช่วยตับในการสลายสารพิษ
  • ต้นกล้าของเมล็ดทานตะวัน ถั่วงอกเป็นต้น
  • ไข่มีโปรตีนและมี essential amino acids 8 ชนิด รวมทั้ง Choline ซึ่งจะช่วยตับสลายสารพิษ
  • เห็ด มีสารที่สำคัญคือ L-ergothioneine ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
  • รับประทานผลไม้เบอร์รี่ซึ่งมีสารที่สำคัญคือ anthocyanin ซึ่งจะป้องกันมะเร็งตับ
  • น้ำมันมะพร้าว มีไขมันอิ่มตัวที่ย่อยง่ายไม่จำเป็นต้องใช้น้ำย่อยจากตับอ่อน ทำให้ตับทำงานได้เต็มที่
  • Avocados ประกอบไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว กรด oleic acid และสาร glutathione ซึ่งจำเป็นสำหรับตับ
  • น้ำมันมะกอกชนิด extra-virgin olive oil ซึ่งอุดมไปด้วยสารที่จะการอักเสบซึ่งจะช่วยตับในการสลายสารพิษ
  • รับประทานเมล็ดลินิน กันชง และ chia ซึ่งมีใยอาหารจำนวนมาก และม ีomega-3 fats ช่วยลดการอักเสบ
  • สมุไพบางชนิดเช่น ขิง ยีหร่า กระวาน ผักชี พริกคาเยน อบเชย เคอร์คูมิน สารอาหารที่มีอยู่ในสมุนไพรเหล่านี้จะช่วยตับในการสลายสารพิษ
  • เนื้อวัว Organic โดยเลี้ยงด้วยหญ้า เนื้อเหล่านี้จะมียาฆ่าแมลง สารเคมี ฮอร์โมน และยาปฏิชีวนะน้อย ซึ่งช่วยลดสารพิษไปสู่ตับ
  • ปลา sardines, anchovies, และ salmon จากธรรมชาติ จะมี omega-3 fats ลดการอักเสบ
  • สาหร่าย Spirulina มีสารต้านอนุมูลอิสระมากช่วยตับทำลายสารพิษ

กาแฟมีผลเสียต่อตับหรือไม่

  • มีการศึกษาพบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟวันละสามแก้วจะพบว่าผลการตรวจการทำงานของตับผิดปกติน้อยกว่าผู้ที่ไม่ดื่มร้อยละ25
  • มีการศึกษาพบว่าการดื่มกาแฟวันละสองแก้วจะลดอัตราการเสียชีวิตจากตับแข็งลงได้ร้อยละ66
  • กสรศึกษาที่ญี่ปุ่นพบว่าการดื่มกาแฟทุกวันจะลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งตับลงครึ่งหนึ่ง และลดปริมาณไขมันเกาะตับ และลดการอักเสบ แต่ต้องกาแฟดำโดยไม่ใส่น้ำตาลหรือครีมเทียม

 



fb google