siamhealth

หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ

โปรตีนรั่วในปัสสาวะ (Proteinuria): สัญญาณเตือนภัยเงียบจากไต

เคยสังเกตไหมว่าปัสสาวะของคุณมีฟองมากผิดปกติคล้ายฟองเบียร์? หรือรู้สึกขาบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ? ภาวะ "โปรตีนรั่วในปัสสาวะ" (Proteinuria) อาจเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่ไตกำลังส่งถึงคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีโรคประจำตัวอย่าง เบาหวาน หรือ ความดันโลหิตสูง

บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจภาวะนี้อย่างเจาะลึก ตั้งแต่สาเหตุที่แท้จริง (ทำไมไตถึงรั่ว?), อาการที่ต้องสังเกต, การตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ, ไปจนถึงแนวทางการรักษาและดูแลตัวเองเพื่อกู้คืนสุขภาพไต


โปรตีนรั่วในปัสสาวะ คืออะไร?

ไตของเราทำหน้าที่เหมือน "ตะแกรงกรอง" (Glomeruli) ที่คอยกรองของเสียออกจากเลือด แต่จะเก็บสารที่มีประโยชน์อย่าง "โปรตีน" (โดยเฉพาะอัลบูมิน) ไว้ในร่างกาย

ภาวะโปรตีนรั่ว (Proteinuria) เกิดขึ้นเมื่อตะแกรงกรองนี้เสียหาย ทำให้โปรตีนเล็ดลอดรั่วออกมาปนกับปัสสาวะ


สาเหตุ: ทำไม "ตะแกรง" ถึงรั่ว?

สาเหตุหลักที่ทำให้ไตเสียหายจนโปรตีนรั่ว ได้แก่:

  1. โรคเบาหวาน (อันดับ 1): น้ำตาลในเลือดที่สูงจะทำลายหลอดเลือดฝอยในไตโดยตรง (Diabetic Nephropathy)

  2. โรคความดันโลหิตสูง: แรงดันเลือดที่สูงจะกระแทกทำลายหน่วยกรองไตให้เสียหาย
  3. โรคไตอักเสบ (Glomerulonephritis): เกิดจากการอักเสบของหน่วยไต ซึ่งอาจมาจากโรคแพ้ภูมิตัวเอง (เช่น SLE) หรือการติดเชื้อ

  4. ปัจจัยชั่วคราว (ไม่อันตราย): บางครั้งโปรตีนอาจรั่วชั่วคราวจาก ไข้สูง, การออกกำลังกายหนัก, หรือความเครียด ซึ่งจะหายไปเองเมื่อร่างกายปกติ


อาการที่ต้องสังเกต

ในระยะแรกมัก ไม่มีอาการ แต่เมื่อโปรตีนรั่วมากขึ้น ร่างกายจะฟ้องด้วยอาการเหล่านี้:

โปรตีนรั่วในปัสสาวะ

การตรวจวินิจฉัย: ค้นหาความจริง

แพทย์จะใช้วิธีตรวจที่ละเอียดกว่าการมองด้วยตาเปล่า:

  1. ตรวจคัดกรอง (Dipstick): ใช้แถบจุ่มปัสสาวะ หากเปลี่ยนสีแสดงว่ามีโปรตีน (1+, 2+, 3+)

  2. ตรวจยืนยัน (UACR / UPCR): เป็นวิธีมาตรฐานในการวัดปริมาณโปรตีนที่รั่วจริง

    • UACR (Urine Albumin-to-Creatinine Ratio): เหมาะสำหรับตรวจคัดกรองเบื้องต้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน (ค่าปกติ < 30 mg/g)

    • UPCR (Urine Protein-to-Creatinine Ratio): ใช้เมื่อโปรตีนรั่วมากแล้ว เพื่อติดตามการรักษา

ตารางความเสี่ยงโปรตีนในปัสสาวะและไตเสื่อม

ระดับโปรตีนในปัสสาวะ (uACR) และการทำงานของไต (eGFR) ช่วยประเมินความเสี่ยงโรคไตเรื้อรัง:

uACR (mg/g) ความเสี่ยง คำแนะนำ
น้อยกว่า30 ความเสี่ยงต่ำ ตรวจสุขภาพประจำปี ควบคุมเบาหวาน/ความดัน
30–300 ความเสี่ยงปานกลาง (microalbuminuria) เริ่มยา ACEI/ARB ในผู้ป่วยเบาหวาน, ควบคุมความดัน น้อยกว่า130/80 มม.ปรอท
มากกว่า300 ความเสี่ยงสูง (macroalbuminuria) ปรึกษาแพทย์โรคไต, ใช้ยา ACEI/ARB/SGLT2 inhibitors, ติดตาม PCR/ACR

 


แนวทางการรักษาและการดูแลตัวเอง

เป้าหมายคือ "ลดปริมาณโปรตีนที่รั่ว" เพื่อชะลอไม่ให้ไตเสื่อมไปมากกว่านี้

  1. ใช้ยา "ลดโปรตีนรั่ว" (ตามแพทย์สั่ง):

    • ยาความดันกลุ่ม ACEi หรือ ARBs: (เช่น Enalapril, Losartan) ยานี้ช่วย "ลดแรงดันในไต" โดยตรง ทำให้โปรตีนรั่วน้อยลง (แม้ความดันไม่สูง แพทย์ก็อาจจ่ายยานี้เพื่อรักษาไต)

    • ยาเบาหวานกลุ่ม SGLT2 inhibitors: (เช่น Dapagliflozin) ช่วยชะลอไตเสื่อมได้ดีมาก

  2. คุมอาหาร "ลดเค็ม":

    • จำกัดโซเดียม < 2,000 มก./วัน (เกลือ 1 ช้อนชา) เพราะความเค็มทำให้ความดันสูงและโปรตีนรั่วมากขึ้น

  3. จำกัดโปรตีน (ในระยะไตเสื่อม):

    • ทานโปรตีนในปริมาณพอเหมาะ (0.8 กรัม/นน.ตัว/วัน) เพื่อลดภาระงานของไต

  4. คุมโรคต้นเหตุ:

    • เบาหวาน (HbA1c < 7%), ความดัน (< 130/80 mmHg)

  5. เลี่ยงยาทำลายไต: โดยเฉพาะยาแก้ปวด NSAIDs (Ibuprofen, Naproxen)

สรุป: โปรตีนรั่วไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าที่ดีที่สุด การตรวจพบเร็วและดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด สามารถเปลี่ยนอนาคตจาก "ไตวาย" ให้กลายเป็น "ไตแข็งแรง" ได้

ไตรั่ว

ทบทวนวันที่

โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว