
หน้าหลัก | สุขภาพดี | สุภาพสตรี | การแปลผลเลือด | โรคต่างๆ | ยารักษาโรค |วัคซีน | อาหารเพื่อสุขภาพ
เคยสังเกตไหมว่าปัสสาวะของคุณมีฟองมากผิดปกติคล้ายฟองเบียร์? หรือรู้สึกขาบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ? ภาวะ "โปรตีนรั่วในปัสสาวะ" (Proteinuria) อาจเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่ไตกำลังส่งถึงคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีโรคประจำตัวอย่าง เบาหวาน หรือ ความดันโลหิตสูง
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจภาวะนี้อย่างเจาะลึก ตั้งแต่สาเหตุที่แท้จริง (ทำไมไตถึงรั่ว?), อาการที่ต้องสังเกต, การตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ, ไปจนถึงแนวทางการรักษาและดูแลตัวเองเพื่อกู้คืนสุขภาพไต
ไตของเราทำหน้าที่เหมือน "ตะแกรงกรอง" (Glomeruli) ที่คอยกรองของเสียออกจากเลือด แต่จะเก็บสารที่มีประโยชน์อย่าง "โปรตีน" (โดยเฉพาะอัลบูมิน) ไว้ในร่างกาย
ภาวะโปรตีนรั่ว (Proteinuria) เกิดขึ้นเมื่อตะแกรงกรองนี้เสียหาย ทำให้โปรตีนเล็ดลอดรั่วออกมาปนกับปัสสาวะ
ในคนปกติ: ร่างกายจะขับโปรตีนออกมาน้อยมาก (ไม่เกิน 150 มก./วัน)
สัญญาณอันตราย: หากตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะอย่างต่อเนื่อง (Persistent Proteinuria) แสดงว่าไตเริ่มเสื่อมสภาพ และหากไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่โรคไตวายเรื้อรัง (CKD) ได้
สาเหตุหลักที่ทำให้ไตเสียหายจนโปรตีนรั่ว ได้แก่:
โรคเบาหวาน (อันดับ 1): น้ำตาลในเลือดที่สูงจะทำลายหลอดเลือดฝอยในไตโดยตรง (Diabetic Nephropathy)
โรคไตอักเสบ (Glomerulonephritis): เกิดจากการอักเสบของหน่วยไต ซึ่งอาจมาจากโรคแพ้ภูมิตัวเอง (เช่น SLE) หรือการติดเชื้อ
ปัจจัยชั่วคราว (ไม่อันตราย): บางครั้งโปรตีนอาจรั่วชั่วคราวจาก ไข้สูง, การออกกำลังกายหนัก, หรือความเครียด ซึ่งจะหายไปเองเมื่อร่างกายปกติ
ในระยะแรกมัก ไม่มีอาการ แต่เมื่อโปรตีนรั่วมากขึ้น ร่างกายจะฟ้องด้วยอาการเหล่านี้:
ปัสสาวะเป็นฟอง (Foamy Urine): ฟองละเอียด ขาวขุ่น หนา และ ไม่หายไปง่ายๆ (ต่างจากฟองปกติที่หายเร็ว)
อาการบวม (Edema): บวมที่หนังตา (ตื่นนอน), หน้า, ขา, หรือเท้า เนื่องจากโปรตีนในเลือดต่ำทำให้อุ้มน้ำไม่อยู่
น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น: จากการคั่งของน้ำ
อ่อนเพลีย: ร่างกายสูญเสียสารอาหาร

แพทย์จะใช้วิธีตรวจที่ละเอียดกว่าการมองด้วยตาเปล่า:
ตรวจคัดกรอง (Dipstick): ใช้แถบจุ่มปัสสาวะ หากเปลี่ยนสีแสดงว่ามีโปรตีน (1+, 2+, 3+)
ตรวจยืนยัน (UACR / UPCR): เป็นวิธีมาตรฐานในการวัดปริมาณโปรตีนที่รั่วจริง
ระดับโปรตีนในปัสสาวะ (uACR) และการทำงานของไต (eGFR) ช่วยประเมินความเสี่ยงโรคไตเรื้อรัง:
| uACR (mg/g) | ความเสี่ยง | คำแนะนำ |
|---|---|---|
| น้อยกว่า30 | ความเสี่ยงต่ำ | ตรวจสุขภาพประจำปี ควบคุมเบาหวาน/ความดัน |
| 30–300 | ความเสี่ยงปานกลาง (microalbuminuria) | เริ่มยา ACEI/ARB ในผู้ป่วยเบาหวาน, ควบคุมความดัน น้อยกว่า130/80 มม.ปรอท |
| มากกว่า300 | ความเสี่ยงสูง (macroalbuminuria) | ปรึกษาแพทย์โรคไต, ใช้ยา ACEI/ARB/SGLT2 inhibitors, ติดตาม PCR/ACR |
เป้าหมายคือ "ลดปริมาณโปรตีนที่รั่ว" เพื่อชะลอไม่ให้ไตเสื่อมไปมากกว่านี้
ใช้ยา "ลดโปรตีนรั่ว" (ตามแพทย์สั่ง):
ยาความดันกลุ่ม ACEi หรือ ARBs: (เช่น Enalapril, Losartan) ยานี้ช่วย "ลดแรงดันในไต" โดยตรง ทำให้โปรตีนรั่วน้อยลง (แม้ความดันไม่สูง แพทย์ก็อาจจ่ายยานี้เพื่อรักษาไต)
ยาเบาหวานกลุ่ม SGLT2 inhibitors: (เช่น Dapagliflozin) ช่วยชะลอไตเสื่อมได้ดีมาก
คุมอาหาร "ลดเค็ม":
จำกัดโซเดียม < 2,000 มก./วัน (เกลือ 1 ช้อนชา) เพราะความเค็มทำให้ความดันสูงและโปรตีนรั่วมากขึ้น
จำกัดโปรตีน (ในระยะไตเสื่อม):
ทานโปรตีนในปริมาณพอเหมาะ (0.8 กรัม/นน.ตัว/วัน) เพื่อลดภาระงานของไต
คุมโรคต้นเหตุ:
เบาหวาน (HbA1c < 7%), ความดัน (< 130/80 mmHg)
เลี่ยงยาทำลายไต: โดยเฉพาะยาแก้ปวด NSAIDs (Ibuprofen, Naproxen)
สรุป: โปรตีนรั่วไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าที่ดีที่สุด การตรวจพบเร็วและดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด สามารถเปลี่ยนอนาคตจาก "ไตวาย" ให้กลายเป็น "ไตแข็งแรง" ได้
ทบทวนวันที่
โดย นายแพทย์ ประพันธ์ ปลื้มภาณุภัทร อายุรแพทย์,แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว