ยาแก้แพ้  Fexofenadine

ชื่อสามัญ  Fexofenadine [hydrochloride]  

ชื่อการค้า  Telfast ,Bosnum,Fenafex 180 mg,Fexotine,Tofexo 60,Telfast (180 mg tablets),Fexofast - 180

รูปแบบยา  ยาเม็ด

Fexofenadine

ขนาดบรรจุ

  • ขนาด 30 มิลิกรัม
  • ขนาด 60 มิลิกรัม

กลไกการออกฤทธิ์

ออกฤทธิ์โดยการจับที่ H1-receptor

ข้อบ่งชี้ในการใช้

  • บรรเทาอาการของโรคภูมิแพ้ Seasonal allergic rhinitis เช่นคัดจมูก จาม น้ำมูกไหล คันจมูก คันตา
  • บรรเทาอาการลมพิษ urticaria

ขนาดวิธีใช้

  • ผู้ใหญ่และเด็กอายุมากกว่า 12 ปีให้ขนาด 60 มิลิกรัมวันละ 2 ครั้ง
  • ผู้ป่วยที่ไตไม่ดีให้ 60 มิลิกรัมวันละครั้ง
  • เด็กอายุ 6-11 ปีให้ใช้ขนาด 30 มิลิกรัมวันละ 2 ครั้ง

การได้รับยาเกินขนาด

มีรายงานว่าผู้ป่วยได้รับยาเกินขนาด 5000 มิลิกรัมแต่ก็ไม่เสียชีวิต

ข้อห้ามใช้

  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยเคยแพ้ยานี้

ข้อควรระวัง

  • การใช้ยาในคนท้อง ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดความพิการเมื่อใช้ในคนท้อง ดังนั้นก่อนใช้ควรประเมินประโยชน์และผลเสีย
  • การใช้ยาในเด็กอายุน้อยกว่า 12 ปียังไม่มีรายงานถึงความปลอดภัย
  • การยาในผู้สูงอายุพบว่าผลข้างเคียงไม่ได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับคนอายุน้อย

ผลข้างเคียงของยา

  • ผลข้างเคียงมีน้อยมาก อาจจะมีอาการมึนงง ปากแห้ง

การใช้ยาร่วมกับยาชนิดอื่น

  • เท่าที่มีรายงานสามารถใช้ร่วมกับยาอื่นได้โดยยังไม่มีรายงานผลข้างเคียงของยา
  • ไม่ควรใช้ยาร่วมกับยาลดกรด alum milk เพราะจะลดการดูดซึมของยาแก้แพ้

ยานี้ใช้สำหรับ 

  • ยานี้เป็นสารต้านฮิสตามีน ใช้ช่วยในการบรรเทาอาการแพ้ของโรคเยื่อบุจมูกอักเสบที่เกิดจากอาการแพ้ตามฤดูกาล หรืออาการไข้ละอองฟาง (มีสาเหตุจากการแพ้สารพวกละอองเกสรดอกไม้ ฝุ่นละออง หรือสารอื่นในอากาศ) และอาการแพ้อื่นๆ ได้แก่ จาม น้ำมูกไหล ตาแดง คันที่ตาและน้ำตาไหล คันจมูกและลำคอ สำหรับเด็กอายุ 2 ปีขึ้นไปและผู้ใหญ่
  • นอกจากนี้ ยังใช้เพื่อช่วยบรรเทาอาการคัน และผิวหนังแดงที่เกิดจากผื่นลมพิษ สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไปและผู้ใหญ่

วิธีใช้ยา 

  • ยานี้อยู่ในรูปแบบยาเม็ด ใช้สำหรับรับประทาน โดยทั่วไปรับประทานยาวันละ 1-2 ครั้ง หรือให้ใช้ยานี้ตามวิธีใช้ที่ระบุบนฉลากยาอย่างเคร่งครัด โดยห้ามใช้ยาในขนาดที่มากหรือน้อยกว่าที่ระบุ และหากมีข้อสงสัยให้สอบถามแพทย์หรือเภสัชกร
  • ควรรับประทานยาเวลาเดียวกันทุกวัน
  • หลีกเลี่ยงไม่รับประทานยาพร้อมน้ำผลไม้ เช่น น้ำส้ม น้ำแอปเปิ้ลหรือน้ำเกรปฟรุต เพราะจะมีผลต่อการออกฤทธิ์ของยา
  • หากท่านรับประทานยาลดกรดซึ่งมีอลูมิเนียม หรือแมกนีเซียมเป็นองค์ประกอบจะต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานยาลดกรดพร้อมยานี้ ให้รับประทานยาลดกรดก่อน หรือหลังการรับประทานยานี้เป็นเวลา 2-3 ชั่วโมง
  • ยานี้มีผลทำให้เกิดอาการง่วงได้น้อยเมื่อเทียบกับยาในกลุ่มเดียวกัน อย่างไรก็ดี ถ้ารับประทานยานี้แล้วรู้สึกง่วงหรือมึนงง ก็ควรหลีกเลี่ยงการขับรถ หรือการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรหลังจากรับประทานยา

สิ่งที่ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบ 

  • ประวัติแพ้ยา fexofenadine หรือส่วนประกอบใดๆ ในยานี้ รวมถึงประวัติการแพ้ยาอื่นๆ
  • ใช้หรือกำลังจะใช้ ยาอื่นๆ ทั้งยาที่แพทย์สั่งจ่ายและยาที่ใช้เอง วิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพร
  • มีหรือเคยมีโรคไต
  • ตั้งครรภ์ วางแผนจะตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร

ทำอย่างไรหากลืมรับประทานยาหรือใช้ยา  

  • โดยทั่วไปถ้าลืมรับประทานยา ให้รับประทานยาทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าเป็นเวลาที่ใกล้กับการรับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามไปรับประทานยาในครั้งต่อไปเลยโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า

อาการอันไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา 

  1. อาการอันไม่พึงประสงค์ที่ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทันที 
    มีดังนี้ อาการไอ เป็นไข้หวัดหรือมีอาการแสดงการติดเชื้ออื่นๆ ผื่นลมพิษ อาการคัน หายใจหรือกลืนลำบาก มีอาการบวมที่บริเวณใบหน้า ลำคอ ลิ้น ริมฝีปาก ตา มือ เท้า ข้อเท้า และขาช่วงล่าง เสียงแหบ
  2. อาการอันไม่พึงประสงค์อื่นที่อาจเกิดระหว่างใช้ยาหากเป็นต่อเนื่อง หรือรบกวนชีวิตประจำวัน ให้ แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทราบ  มีดังนี้ เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ มีการเปลี่ยนแปลงระยะของรอบเดือน หรือมีอาการปวดระหว่างมีประจำเดือน ปวดกล้ามเนื้อบริเวณแขน ขาหรือหลัง ไม่สบายท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย

การเก็บรักษายา 

  • เก็บยานี้ในภาชนะบรรจุเดิมที่บรรจุมา ปิดภาชนะให้สนิท และเก็บให้พ้นมือเด็ก
  • เก็บยานี้ที่อุณหภูมิห้องโดยไม่ให้อยู่ในที่อุณหภูมิมากกว่า 30 องศาเซลเซียส เช่น เก็บในบริเวณที่ไม่ถูกแสงแดดโดยตรง และไม่เก็บยาในบริเวณที่เปียกหรือชื้น

ยาต้านฮีสตามิน

 


fb google