การรักษาไขมันในเลือดสูง

ไขมันในเลือดสูงกับความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ

ไขมันในเลือดเป็นปัจจัยเสี่ยงข้อหนึ่งของโรคหัวใจ

การรักษาไขมันในเลือดสูงควรจะรักษาเมื่อความเสียงต่อโรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบสูง ในการประเมินความเสี่ยงจะต้องเจาะเลือดตรวจระดับไขมัน และความเสี่ยงอื่นๆ

แนะนำให้เจาะเลือดตรวจไขมัน 4 ชนิดคือ LDL,HDL,Triglyceride,Total Cholesterol ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป (ตามมาตราฐานประเทศอเมริกา สำหรับประเทศไทยไทยจะเจาะเมื่ออายุมากกว่า 45 ปี) หากปกติให้เจาะเลือดทุก 5 ปี หากไม่ได้อดอาหารให้เจาะเพียง Total Cholesterol

การรักษาไขมันในเลือดตามคำแนะนำของสมาคมโรคหัวใจของอเมริกา ได้มีการเปลี่ยนแปลงจึงขอนำเสนอขั้นตอนการรักษา

ขั้นที่1

ต้องรู้ระดับไขมันในเลือดโดยการเจาะเลือด ไขมันที่ต้องการรู้มี 3 ตัว

LDL Cholesterol เป็นเป้าหมายหลักที่จะรักษา

<100 ค่าที่ต้องการ
100-129 ค่าใกล้เคียงปกติ
130-159 ค่าค่อนไปทางสูง
160-189 สูง
>190 สูงมาก

Triglyceride

<200 ค่าที่ต้องการ
200-239 สูงปานกลาง
>240 สูง
>500 สูงมาก

HDL Cholesterol

<40 ต่ำสูง
>60 สูง

ขั้นที่ 2

ให้คุณสำรวจว่าคุณเป็นโรคหลอดเลือดแดงแข็งหรือไม่ หรือโรคอื่นเช่น โรคเบาหวานหรือโรคอื่นๆที่จัดเทียบเท่าโรคหลอดเลือดแดงแข็งได้แก่

 

ขั้นตอนที่ 3

ให้สำรวจดูว่าคุณมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบข้างล่างนี้กี่ข้อ

  • สูบบุหรี่
  • ความดันโลหิตสูง (มากกว่า 140/90 หรือกำลังรับประทานยาลดความดันโลหิต)
  • LDL<40 มก.%
  • อายุ(ชายอายุมากว่า 45 ปี หญิงอายุมากกว่า 55 ปี หากอายุมากกว่านี้ถือเป็นปัจจัยเสี่ยง)
  • ประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบก่อนวัย(ชายเป็นก่อนอายุ 55 ปีหญิงเป็นก่อนอายุ 65 ปี)

หากว่าค่า HDL ของคุณมากกว่า 60 มก.%ให้หักความเสี่ยงที่ได้ลงไปหนึ่ง เช่นหากคุณเป็นผู้ชายอายุ 55 ปี สูบบุหรี่ เป็นความดันโลหิตสูง LDL=35มก.% HDL=65 มก.% คุณมีปัจจัยเสี่งทั้งหมด 4-1=3 ข้อ

หากคุณมีปัจจัยเสี่ยง๖อโรคหัวใจมากกว่า 2 ข้อ(ไม่นับรวม LDL)โดยที่ไม่มีโรคหลอดเลือดแดงแข็ง ให้เปิดตารางดูว่าคุณมีโอกาสเป็นโรคหัวใจใน 10 ปีเป็นเท่าใดโดยดูตารางนี้ ผู้ชายคลิกที่นี่ ผู้หญิงคลิกที่นี่ หรือคลิกที่นี่เพื่อคำนวณความเสี่ยง

เมื่อคุณได้อัตราเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจแล้ว ทางปฏิบัติจะแบ่งเป็น 3 ระดับ

  • มากกว่า 20% = CHD risk-equivalent
  • 10-20%
  • น้อยกว่า10%

ขั้นตอนที่ 4

มาจัดกลุ่มความเสี่ยงเพื่อกำหนดเป้าหมายในควบคุมระดับ LDLและระดับไขมันที่ต้องเริ่มรักษาโดยการเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการใช้ยาตามตารางข้างล่าง

กลุ่มความเสี่ยง ระดับ LDL เป้าหมาย

ระดับ LDL ที่เริ่มรักษาโดย การเปลี่ยนพฤติกรรม[TLC]

ระดับ LDL ที่ต้องใช้ยารักษา

ผู้ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เบาหวาน ( หรือผู้ที่มีอัตราเสี่ยงมากกว่า 20%ใน 10 ปี)

น้อยกว่า 70 มากกว่า 100

มากกว่า 130 มก.% (สำหรับผู้ที่มีระดับ LDL อยู่ระหว่าง 100-129 แพทย์แนะนำ ให้เปลี่ยนพฤติกรรมก่อน)

ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ (ตามขั้นตอนที่3) มากกว่า 2 ข้อ (อัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ 10- 20%)

น้อยกว่า 130 มากกว่าหรือเท่ากับ 130 >130 มก.% (สำหรับผู้ที่มีอัตราเสี่ยง 10-20%)
>160 มก.% (สำหรับผู้ที่มีอัตราเสี่ยง น้อยกว่า 10%)

มีปัจจัยเสี่ยง 2 ข้อ หรือคำนวณความเสี่ยงน้อยกว่าร้อยละ10

ความเสี่ยงปานกลาง น้อยกว่า130 mg/dL >160 มก.% (สำหรับผู้ที่มีอัตราเสี่ยง น้อยกว่า 10%)

ปัจจัยเสี่ยงน้อยกว่า 1

น้อยกว่า 160มก.% มากกว่า 160 มก.% มากกว่า 190 มก.%
 

นอกจากนั้นอาจจะใช้การคำนวณความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในเวลา 10 ปีเพื่อ

สำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง เช่นผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือเป็นโรคเบาหวาน มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมาก หรือเป็นภาวะอ้วนลงพุง แพทย์จะกำหนดเป้าหมายไขมัน LDL ให้ไม่เกิน 70 mg/dL
สำหรับวิธีการลดไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดทำได้โดย

  • Therapeutic Lifestyle Changes (TLC)การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม. ได้แก่การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ การจัดการเรื่องน้ำหนัก และการออกกำลังกาย
  • การใช้ยาลดไขมันซึ่งควรจะใช้ร่วมกับการปรับเปลี่ยน

ในการกำหนดเป้าหมายของ LDL แพทย์จะประเมินจากความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
Category I, เสี่ยงสูงมากเป้าหมายของ LDL น้อยกว่า 100 mg/dL.*

Your LDL Level

Treatment

ระดับ LDL มากกว่า 100

ใช้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และรับประทานยาลดไขมัน

ระดับ LDLน้อยกว่า 100

ให้ใช้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อคุมให้ไขมัน LDL ให้ต่ำที่สุด

หากคุณอยู่ในกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดมากควรจะควบคุมระดับ LDL ให้ต่ำกว่า70 mg/dL
Category II, กลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงปานกลาง ต้องควบคุมระดับ LDL ให้น้อยกว่า 130 mg/dL

Your LDL Level

Treatment

หากไขมัน LDL มากกว่า 130 mg/dL

ให้ใช้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

หลังจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วสามเดือนระดับ LDL ยังมากกว่า 130 mg/dL

ให้ใช้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร่วมกับการใช้ยา

หากระดับ LDL น้อยกว่า130 mg/dL

ให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม.

Category III ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดปานกลาง ควบคุมระดับ LDL ต่ำกว่า 130 mg/dL.

Your LDL Level

Treatment

หากระดับ LDL มากกว่า 130 mg/dL

ให้ใช้การปรับเปลี่ยนพฟติกรรม

หลังจากการปรับเปลี่ยนแล้วสามเดือนหากระดับ LDL มากกว่า 160 mg/dL

ให้ใช้ยาลดไขมันร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

หากระดับ LDL น้อยกว่า 130 mg/dL

ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม.

Category IV, มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดต่ำควบคุมระดับ LDL ให้ต่ำกว่า 160 mg/dL.

Your LDL Level

Treatment

หากระดับ LDL มากกว่า 160

ให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

หลังจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว 3 เดือนหากระดับ LDL มากกว่า 160 mg/dL

ให้ใช้ยาร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ระดับ LDL น้อยกว่า160 mg/dL

ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ขั้นตอนที่ 5

หากค่า LDL มากกว่าค่าเป้าหมายให้เริ่มรักษาโดยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม [Therapeutic lifestyle change ]ซึ่งมีลักษณะดังนี้

1.ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอาหารดังนี้

  • พลังงานที่มาจากไขมัน 25-35 %ของพลังงานทั้งหมด
  • รับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวน้อยกว่า 7 %
  • รับประทานไขมันไม่อิ่มตัวแบบเชิงซ้อน polyunsaturated เพิ่มเป็นร้อยละ 10 ของพลังงานทั้งหมด
  • ไขมันไม่อิ่มตัวแบบเชิงเดี่ยว monounsaturated เพิ่มเป็นร้อยละ 20 ของพลังงานทั้งหมด
  • รับประทาน
  • และปริมาณไขมัน cholesterol <200 mg%
  • รับประทานพวกแป้งให้ได้พลังงาน 50-60%ของพลังงานทั้งหมด
  • รับประทานโปรตีน 15 %ของพลังงานทั้งหมด
  • ให้รับประทานใยอาหารมากกว่า 20-30 กรัม/วันและ stanol มากกว่า 2 กรัม/วัน
  • พลังงานที่รับทั้งวันขึ้นกับการทำงาน การออกกำลังกาย และน้ำหนักรายละเอียดอ่านที่นี่

2.ให้ลดน้ำหนัก

น้ำหนักที่เหมาะสมสำหรับชาวเอเชียคือน้ำหนักที่ดัชนีมวลกายเท่ากับ 23 รายละเอียดอ่านที่นี่

3.ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเพิ่มให้ร่างกายใช้พลังงานเพิ่มและลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน รายละเอียดอ่านที่นี่

ขั้นตอนที่6

หลังจากการรักษาด้วยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม 3 เดือนแล้วระดับ LDL ยังเกินเป้าหมายจะต้องใช้ยารักษา การใช้ยาจะทำควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ยาที่ใช้รักษาไขมันมีดังนี้

ขั้นตอนที่ 7

คุณต้องค้นหาว่าตัวคุณมีภาวะ Metabolic อsyndrome คือภาวะที่มีกลุ่มของอาการโดยสาเหตุเกิดจากหลายๆสาเหตุ สาเหตุที่สำคัญคือภาวะดื้อต่ออินซูลินซึ่งจะพบภาวะนี้ในผู้ป่วยก่อนที่จะเป็นโรคเบาหวาน การที่จะทราบว่ามีกลุ่มอาการนี้หรือไม่ลองดูตารางข้างล่างนี้หากคุณมี 3 ข้อขึ้นไปถือว่าคุณมีภาวะ Metabolic syndrome

ปัจจัยเสี่ยงต่อ Metabolic syndrome เกณฑ์การวัด
1.อ้วนลงพุง โดยการวัดเส้นรอบเอว
    ผู้ชาย        ผู้ชาย< 102ซม(เอเชียไม่เกิน 90 ซม)
    ผู้หญิง        ผู้หญิง< 88 ซม(เอเชียไม่เกิน 80 ซม)
2.Triglyceride >150 mg.%
3.HDL Cholesterol  
    ผู้ชาย <40mg%
    ผู้หญิง <50mg.%
4.ความดันโลหิต >130/85 mmHg
5.ระดับน้ำตาล >110 mg.%

เมื่อสำรวจแล้วหากคุณพบว่าคุณมีมากกว่า 3 ข้อคุณต้องรักษาภาวะ Metabolic syndrome ซึ่งมีวิธีการรักษาดังนี้

  1. รักษาโรคหรือภาวะพื้นฐาน
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • ออกกำลังกาย
  1. รักษาโรคอื่นที่เป็น
  • รักษาความดันโลหิตสูง
  • รับประทาน aspirin ป้องกันโรคหลอดเลือดแดงแข็ง
  • รักษาโดยการลด triglyceride และเพิ่ม HDL

ขั้นตอนการรักษาขั้นที่8

หลังจากที่สามารถควบคุมระดับ LDL ได้ตามเป้าหมายแล้ว แพทย์ผู้รักษาจะให้การรักษาระดับ Triglyceride เป็นลำดับต่อมา ค่าปกติของระดับ Triglyceride

<150 ค่าปกติ
150-199 สูงเล็กน้อย
200-499 สูง
>500 สูงมาก

ในการรักษาระดับ Triglyceride จะแบ่งระดับตามความรุนแรงดังนี้

  1. ระดับ Triglyceride น้อยกว่า 150มก.%
  • เป้าหมายให้คุม LDL ให้ได้ตามเป้าหมาย
  • ลดน้ำหนักให้ได้ตามเกณฑ์
  • ออกกำลังกาย
  1. หากระดับ Triglyceride ยังมากกว่า 200 มก.%จะต้องให้ยาเพื่อลดระดับของ Non-HDL-Cholesterol ให้ได้ตามเป้าหมาย วิธีการอาจจะทำได้โดย
  • เพิ่มยาลด LDL
  • เพิ่มยาในกลุ่ม nicotinic หรือ fibrate
  1. หาก Triglyceride มากกว่า 500 มก.%ให้รักษาระดับtriglyceride ก่อนเพื่อป้องกันตับอ่อนอักเสบ
  • ให้รับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำกว่ำ 15 %ของพลังงานทั้งหมดหรือจะพูดภาษาชาวบ้านก็คือหลีกเลี่ยงอาหารมันให้มากที่สุด
  • ลดน้ำหนักและออกกำลังกาย
  • ให้ยาในกลุ่ม fibrate หรือ nicotinic
  • เมื่อระดับ triglyceride น้อยกว่า 500 มก.%จึงค่อยมารักษาระดับ LDL

การรักษาระดับHDL ที่ต่ำกว่า 40 มก%

  • ให้รักษาระดับ LDL ก่อน
  • ลดน้ำหนักและออกกำลังกาย
  • ถ้าระดับ triglyceride อยู่ระหว่าง 200-499 มก.%ให้คุมระดับ Non-HDL-Cholesterol ให้ได้ตามเป้าหมาย
  • หากระดับ triglyceride น้อยกว่า 200 มก.%ให้ยา fibrate หรือ nicotinic

ระดับไขมัน Non-HDL-Cholesterol เป้าหมาย

กลุ่มความเสี่ยง ระดับ LDL เป้าหมาย Non-HDL-Cholesterol
ผู้ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เบาหวาน( หรือผู้ที่มีอัตราเสี่ยงมากกว่า 20%ใน 10 ปี) น้อยกว่า 100 น้อยกว่า 130
ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ(ตามขั้นตอนที่3)มากกว่า 2 ข้อ(อัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจน้อยกว่า 20%) น้อยกว่า 130 น้อยกว่า 160
ปัจจัยเสี่ยงน้อยกว่า 1 น้อยกว่า 160มก.% น้อยกว่า 190

ไขมันในเลือด การเจาะเลือดตรวจ การรักษา อาหารสำหรับ cholesterol สูง อาหารสำหรับ triglyceride สูง การประเมินความเสี่ยง butter vs magarine ไขมันที่ดีและไม่ดี

แนวทางการรักษาไขมันในเลือดสูงได้มีการเปลี่ยนแปลงดดยแบ่งกลุ่มผู้ป่วยที่จะได้ประโยชน์จากการใช้ยาลดไขมันกลุ่ม Statin

  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ผู้ที่มีระดับไขมัน LDL cholesterol มากกว่า 190 mg/dL
  • ผู้ที่อายุระหว่าง 40-75 ปีและเป็นเบาหวานชนิดที่2
  • ผู้ที่อายุ 40-75 ปี ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง

จุดอีกประการคือเน้นการป้องกันโรคหลอดเลือดแดงแข็งซึ่งจะลดการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหลอดเลือดแดงขาตีบโดยเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้แก่

  • การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ
  • การออกกำลังกาย
  • การควบคุมน้ำหนัก
  • ให้งดบุหรี่

ระดับไขมันคอเลสเตอรอลที่ต้องการ

แนวทางการรักษาไขมันในเลือดสูงไม่ได้กำหนดเป็นค่าตายตัว แต่จะให้ลดไขมันคอเลสเตอรอลลงจากเดิมร้อยละ30-50 ดดยยาที่ออกฤทธิ์แรงจะลดคอเลสเตอรอลได้ร้อยละ50 ยาที่ออกฤทธิ์ปานกลางจะลดได้ร้อยละ30

การรักษาไขมันในเลือดสูง

เป้าหมายของการรักษาคือลดระดับของคอเลสเตอรอลเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดวิธีการรักษาได้แก่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการใช้ยาลดไขมัน ส่วนเป้าของระดับไขมันขึ้นกับว่าคนผู้นั้นมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดมากหรือน้อย หากมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดมากจะต้องลดระดับไขมัน LDL ให้ต่ำ ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้แก่

  • การสูบบุหรี่
  • ความดันโลหิตมากกว่า140/90 mmHg หรือเป็นโรคความดันโลหิตสูงและได้นารักษาความดันโลหิต
  • มีค่าไขมัน high-density lipoprotein (HDL) cholesterol น้อยกว่า 40 mg/dL
  • ประวัติญาติสายตรงเป็นโรคหัวใจก่อนวัยอันควร(ชายน้อยกว่า 55 ส่วนหญิงน้อยกว่าอายุ 65)
  • ผู้ชายอายุมากกว่า  ปี และผู้หญิงอายุมากกว่า 55 ปี

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดไขมันคอเลสเตอรอลCholesterol

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดไขมันประกอบไปด้วย การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกาย

การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ

การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจะมีข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติดังนี้

  • ให้รับประทานอาหารประเภทไขมันได้ปริมาณพลังงานไม่เกินร้อยละ 25-35 ของพลังงานทั้งหมด
  • รับประทานไขมันอิ่มตัวไม่เกิดร้อยละ7ของพลังงานทั้งหมด
  • รับประทานคอเลสเตอรอลไม่เกิน 200 mg ต่อวัน
  • รับประทานอาหารที่มีใยอาหารมากได้แก่อาหารธัญพืชครบส่วน เช่นข้าวกล้อง oatmealหรือ oat bran
  • ผลไม้เช่น แอปเปิล กล้วย ถั่ว
  • รับประทานปลา เช่นปลาแซลมอน ปลาทูน่า ซึ่งจะเป็นแหล่งไขมัน omega-3 fatty acids ซึ่งจะลดการอักเสบของหลอดเลือดและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ โดยให้รับประทานปลา 2 มื้อต่อสัปดาห์
  • ลดเกลือ ให้รับประทานเกลือวันละไม่เกิน 1 ชช(2000มิลิกรัม หรือ น้ำปลาไม่เกิน 5 ช้อนชา)
  • จำกัดการดื่มสุราไม่เกิน2และ1หน่วยสุราชายและหญิง (หนึ่งหน่วยสุราเท่ากับ ไวน์หนึ่งแก้ว หรือ เบียร์หนึ่งแก้ว)
  • Reducing trans fats and eating a balanced, nutritious diet is another way to increase HDL.  If you smoke - stop: cigarette smoking can decrease your HDL. If these measures are not enough to increase your HDL to goal, your healthcare practitioner may prescribe a medication specifically to increase your HDLs.

การจัดการเรื่องน้ำหนัก

การลดน้ำหนักจะช่วยลดไขมัน LDL การรักาาน้ำหนักจะช่วยลดโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากภาวะอ้วนลงพุง เช่นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง อ่านเรื่องอ้วนลงพุง

การออกกำลังกาย

การออกกำลังกายจะลดไขมันคอเลสเตอรอล ลดไตร์กลีเซอร์ไรด์และเพิ่มไขมันดีคือ HDL การออกกำลังกายเป็นประจำสัปดาห์ละ 150 นาที(เช่นการเดินเร็ว)หรือการออกกำลังกายแบบหนัก(เช่นการวิ่ง)สัปดาห์ละ 75 นาทีจะเพิ่มระดับHDLs. 

ยาลดไขมัน

การลดไขมันในเลือดจะต้องมีการปรับพฤติกรรมและการรับประทานยา ยาสำหรับรักษาไขมันในเลือดแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มได้แก่

  • ยากลุ่ม Statins เป็นกลุ่มยาที่ลดไขมันไม่ดี LDL cholesterol ยานี้มีผลข้างเคียงต่ำ แต่อาจจะเกิดโรคแทรกซ้อนคือกล้ามเนื้อหรือตับอักเสบ
  • Bile acid sequestrantsใช้ยากลุ่มนี้ในการลดไขมัน LDL cholesterol ยานี้ไม่ค่อยจ่าย
  • ยา Nicotinic acidสามารถลดได้ทั้ง LDL cholesterol triglycerides และเพิ่มไขมัน HDL cholestero
  • ยากลุ่ม Fibrates จะลด triglycerides ยานี้จะะเพิ่ม HDL cholesterol ข้อระวังไม่ควรใช้ยานี้ร่วมกับยา statins หรือกลุ่ม fibrates เพราะจะทำให้เกิดกล้ามเนื้ออักเสบ
  • ยา Ezetimibeจะลดไขมัน LDL cholesterol.

 

Other risk factors

It is important to remember that high cholesterol is only one risk factor.  Your risk of cardiovascular disease increases if you have additional risk factors such as:

- See more at: http://heartuk.org.uk/health-and-high-cholesterol/symptoms-of-high-cholesterol#sthash.LaMBgUxj.dpuf

What causes high cholesterol? People are often surprised to find out they have high cholesterol, so our Cholesterol Helpline is often asked this question.

High cholesterol can be inherited If one of your parents, a brother or a sister has high cholesterol you might too. There are over 100 genes that can affect blood fats and how these are metabolised in the body.  Sometimes just one faulty gene is enough to increase your cholesterol to dangerous levels and sometimes high cholesterol results from the small effects of many genes.

Inherited conditions that cause high cholesterol:

*Familial – this word usually indicates an inherited condition

 

Cholesterol - The silent killer

If you have had a cholesterol test and discovered that you have high cholesterol, don't worry HEART UK is here to help. Our website is packed with information, expert advice and helpful tips on your cholesterol levels. We have advice on how to lower cholesterol through diet and exercise plus full information on cholesterol treatments including statins. You can also read the arguments for and against taking a statin here.

What is cholesterol and and where does cholesterol comes from?

Cholesterol is a waxy substance which is made in the body by the liver but is also found in some foods. It plays a vital role in how every cell works and is also needed to make Vitamin D, some hormones and bile for digestion. However, too much cholesterol in the blood can increase your risk of getting heart and circulatory diseases.

Understanding HDL-cholesterol and LDL-cholesterol

Cholesterol is carried in the blood attached to proteins called lipoproteins. There are two main forms, LDL (low density lipoprotein) and HDL (high density lipoprotein). LDL cholesterol is often referred to as "bad cholesterol" because too much is unhealthy. HDL is often referred to as “good cholesterol” because it is protective. Knowing your levels of these can help explain your risk of heart disease. Your doctor should be able to tell you your levels of “good” and “bad” cholesterol.  You can find out what to expect from your doctor by checking out our Patient's Charter. 

Cholesterol in our diets

Most of our cholesterol is made by the liver, but we get some from our diet as well. HEART UK has lots of information and resources about diet, foods and cholesterol.  Take a look at our page on Low Cholesterol Diets & High Cholesterol Foods and for ideas for cholesterol-busting foods, then take a look at our Six Super Foods to Help Lower Cholesterol and our Ultimate Cholesterol Lowering Plan (UCLP©).

Who is affected by High Cholesterol

Raised or unhealthy patterns of blood cholesterol affect many people.  Many factors play a part including:

Having unhealthy cholesterol levelsalongside other risk factors for heart and circulatory disease such as smoking or high blood pressure can put you at very high risk of early heart disease. 

HEART UK's Cholesterol Helpline

If you looking for free, impartial, friendly and informative advice on cholesterol, then get in touch with our Cholesterol Helpline.    Whether your concern is about yourself or someone you care about, we're here to help you with advice and information from specialist cardiac nurses and dietitians.

September is National Cholesterol Education Month

Too much cholesterol in the blood is one of the main risk factors for heart disease and stroke—two leading causes of death in the United States. One way to prevent these diseases is to detect high cholesterol and treat it when it is found.

What is cholesterol?

Be heart healthyCholesterol is a waxy, fat-like substance that your body needs. But when you have too much in your blood, it can build up on the walls of your arteries and form blockages. This can lead to heart disease, heart attack, and stroke.

There are two kinds of cholesterol: high-density lipoprotein (HDL) and low-density lipoprotein (LDL). HDL is also called "good" cholesterol. LDL is called "bad" cholesterol. When we talk about high cholesterol, we are talking about "bad" LDL cholesterol.

Seventy-one million American adults have high cholesterol, but only one-third of them have the condition under control.1 September is National Cholesterol Education Month—a good time to resolve to get your cholesterol screened.

What role does screening play?

Screening is the key to detecting high cholesterol. Because high cholesterol does not have symptoms, many people do not know that their cholesterol is too high. Your doctor can do a simple blood test to check your cholesterol level.

The National Cholesterol Education Program recommends that adults aged 20 years or older have their cholesterol checked every 5 years.2

You may need to have your cholesterol checked more often if any of the following statements applies to you:

  • Your total cholesterol is 200 mg/dL or higher.
  • You are a man older than age 45 or a woman older than age 50.
  • Your HDL cholesterol is lower than 40 mg/dL.
  • You have other risk factors for heart disease and stroke.3

Although the number of people who said they were screened for cholesterol within the previous 5 years increased from 73% to 76% from 2005-2009,4 only a handful of states have met the 82% Healthy People 2020 objective, and disparities in getting screened persist.5

 

National Cholesterol Education Month 2016

By 

Don't Miss This

Sign Up for Our Heart Health Newsletter

We respect your privacy.

Kick off a healthy fall by learning how cholesterol affects your heart and health.

September is designated National Cholesterol Education Month by the Centers for Disease Control and Prevention (CDC), as a time to commit to getting your cholesterol tested to take good care of your heart. You may have inherited high cholesterol or have high cholesterol because of your diet or lifestyle — but the only way to find out is to get tested.

A cholesterol screening test can reveal if you are one of the 73 million adults who have high LDL (“bad”) cholesterol, which increases your risk of heart disease and stroke — the top causes of death in the United States today. High cholesterol can be treated successfully with diet, exercise, and, if needed, medication individualized for you based on your health and your medical history.

Use the links below to learn more about how high cholesterol puts you at risk for heart attack and stroke, and which prevention steps you can take today for a heart-healthy future.

High Cholesterol Basics

Real People Living With High Cholesterol

Facts About High Cholesterol

Patient Advocacy and Professional Organizations

Last Updated: 9/21/2016

What can cause high cholesterol?
People are often surprised to find out they have high cholesterol, so our Cholesterol Helpline is often asked this question.

High cholesterol can be caused by an unhealthy lifestyle

Diet and lifestyle can affect the amount of fat in our blood and the way it circulates around the body.  All of the following can either increase your cholesterol level or affect the ratio of good to bad cholesterol:

  • eating a diet high in saturated fat
  • not being physically active
  • being overweight or obese
  • smoking
  • having a large waist circumference.

Sometimes the way we live our life can affect how our genetic makeup is expressed.  For example a diet high in saturated fat or being overweight may help “swtich on" certain genes which increase cholesterol levels.

By making significant changes to your diet, you should see at least a modest reduction in your cholesterol levels within 3-4 weeks.  It is important to stick to these initial changes and perhaps build on them in order to keep your cholesterol low.  It can take up to 3 or even 6 months to establish new dietary habits.

Secondary causes:

Some medical conditions and prescribed medicines can affect your cholesterol levels too.  If you are worried this is the case, talk to your GP or speak to our Cholesterol Helpline.  In particular the following are a common cause of unhealthy blood fats (cholesterol and triglyceride levels) and should be looked into and ruled out:

  • type 2 diabetes
  • underactive thyroid gland (hypothyroid)
  • kidney problems
  • liver problems
  • alcohol intake

Drugs which most commonly raise cholesterol include some diuretics, steroid hormones, immuno-suppressants, beta blockers and antidepressants.  If you are on any of these drugs your doctor will monitor your cholesterol and may have to adjust your treatment to help keep your cholesterol under control.

Other reasons: cholesterol levels naturally increase as we get older and following the menopause,  women may find their cholesterol levels increase.

High cholesterol can be inherited

If one of your parents, a brother or a sister has high cholesterol you might too.
There are over 100 genes that can affect blood fats and how these are metabolised in the body.  Sometimes just one faulty gene is enough to increase your cholesterol to dangerous levels and sometimes high cholesterol results from the small effects of many genes.

Inherited conditions that cause high cholesterol:

*Familial – this word usually indicates an inherited condition

อาหารสำหรับคนที่คอเลสเตอรอลสูง อาหารลดคอเลสเตอรอล ให้ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก อาการไขมันในเลือดสูง การตรวจไขมันในเลือด

Cholesterol in Food

Cholesterol in food is not the same as the cholesterol in your blood. For most people, the cholesterol in foods you eat has a minimal effect on your blood cholesterol levels. However, about 30% of people are "responders," whose blood cholesterol levels can spike following a meal high in cholesterol. “Responders” should avoid foods high in saturated fats and trans fats, such as oil, fatty meats, full fat dairy products, egg yolks, and many fast foods.

 

 



fb google